posttoday
องค์รวมมนุษย์ (ตอนจบ)

องค์รวมมนุษย์ (ตอนจบ)

05 สิงหาคม 2558

โดย...ว่าที่ รอ.นพ.ไพรัตน์ พฤกษชาติคุณ

โดย...ว่าที่ รอ.นพ.ไพรัตน์ พฤกษชาติคุณ

ตอนที่แล้ว (31 ก.ค. 2558) ได้กล่าวถึง “หลักสูตรครูให้คำปรึกษา” ฉบับนี้จึงมาขอว่าต่อกันด้วยห่วงสามห่วงของมนุษย์

ในปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาครอบครัว การหย่าร้าง ปัญหาเด็กและวัยรุ่น ความรุนแรงในครอบครัว การติดแอลกอฮอล์ บุหรี่ และยาเสพติด อุบัติเหตุ ปัญหาสุขภาพของคนไทย ซึ่ง ได้แก่ โรคเรื้อรัง โรคอ้วน โรคขาดสารอาหาร โรคทางจิตเวชตั้งแต่เด็ก การที่คนไทยไม่มีวินัย ปัญหาเรื่องการศึกษาที่ตกต่ำลง ปัญหาสังคม การขาดความยับยั้งชั่งใจ ความรุนแรงและอาชญากรรม ปัญหาการเมืองและความมั่นคงของประเทศ เป็นต้นการเข้าใจและพัฒนาองค์รวมมนุษย์

มนุษย์ทุกคนมีห่วง 3 ชนิด ครอบอยู่ในตัวเองเสมอ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงวันสิ้นอายุขัย คนแต่ละคน ในแต่ละวัยจะมีสามห่วงซึ่งไม่เหมือนกัน ถ้ามนุษย์ส่วนใหญ่มีห่วงที่ดี มนุษย์เหล่านั้นจะมีความสุขสมบูรณ์ สุขภาพกายและจิตดี ชุมชน สังคม ประเทศและโลกจะดี แต่ถ้าคนไทยมีสามห่วงที่ไม่ดี คนไทยและประเทศไทยจะเกิดปัญหาในทุกด้าน...ห่วงดังกล่าว ได้แก่

1.ห่วงชีวภาพ (ร่างกาย)

ได้แก่ การเตรียมอสุจิในบิดาและไข่ในมารดาให้สมบูรณ์ พันธุกรรม (การคัดเลือก พันธุกรรมที่ดี การเรียนรู้โรค พันธุกรรมตั้งแต่ก่อนแต่งงาน) อาหารที่มีคุณภาพในปริมาณถูกต้องตั้งแต่ทารกในครรภ์ถึงวัยชราภาพ หลีกเลี่ยงสารพิษในอาหาร น้ำและการสัมผัส หลีกเลี่ยงอากาศที่มีพิษ สร้างสิ่งแวดล้อมที่มีอากาศบริสุทธิ์ หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ บุหรี่ และยาเสพติดอื่นๆ ป้องกันอุบัติเหตุ ดูแลพัฒนาการ ด้านร่างกาย จิตใจให้ถูกต้องตามช่วงอายุ

การออกกำลังกายที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ การได้รับแสงแดดอย่างเหมาะสม ดื่มน้ำสะอาดอย่างพอเพียง เมื่อเป็นโรคภัยไข้เจ็บ โรคเรื้อรัง ต้องดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ต้นแบบห่วงชีวภาพนี้มาจากครอบครัวที่จะวางรากฐานเบื้องต้นให้แก่บุตรหลาน ฯลฯ

2.ห่วงจิตใจ

ห่วงจิตใจ คือ สมอง ไม่ใช่หัวใจ ต้องมีพัฒนาการทางสมอง พัฒนาตามเพศและวัย เช่น ระหว่างตั้งครรภ์ของมารดา มีการกระตุ้นด้วยดนตรีที่ไพเราะ เล่านิทานให้ทารกในครรภ์ฟัง ไม่มีเสียงอึกทึกรบกวนมารดาและทารกในครรภ์มารดารับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีอารมณ์ดี เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางสมองและร่างกายของทารกในครรภ์ เมื่อคลอดออกมามีการกระตุ้นด้วยการโอบกอด

กระตุ้นให้เด็กมีความเชื่อมั่นตามช่วงอายุของเด็ก เช่น การเล่านิทาน ฝึกการอ่านเขียนเล่นอย่างมีจินตนาการ มีการชมเด็กบ่อยๆ เมื่อทำดีและถูกฝึกให้เด็กมีสมาธิ มีวินัย มีส่วนร่วมในการทำงานและเสนอความเห็น มีประชาธิปไตยในครอบครัว ฝึกเด็กเล่นดนตรี กีฬา ฝึกเด็กให้แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์

เมื่อเด็กสามารถฝึกได้ดีและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในครอบครัว โดยครอบครัวเป็นแบบอย่างที่ดี นำลูกไปสู่สังคมโรงเรียน โลกภายนอกอย่างเหมาะสม เด็กจะมีภูมิต้านทานดี เป็นคนสุขภาพกายและจิตดี มีวินัย ไม่อยากทำผิด อยากทำให้พ่อแม่ภูมิใจ

เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นจะมีอิทธิพลเรื่องเพื่อนและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศมาเกี่ยวข้อง ถ้าพ่อแม่ได้เตรียมลูกมาดีตั้งแต่ในครรภ์จนถึงวัยรุ่นตอนต้น เด็กก็จะพัฒนาต่อไปได้ดี เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคตต่อไป การเตรียมห่วงจิตใจต้องอาศัยครอบครัว โรงเรียน และสังคมเป็นส่วนสำคัญมาก

3.ห่วงสังคม

ห่วงสังคม คือ สิ่งที่อยู่รอบตัวมนุษย์ โดยทั่วไปมนุษย์เริ่มมีสังคมตั้งแต่เป็นทารกในครรภ์ ได้ยินเสียง มองเห็นแสง ดังนั้น ถ้าจัดสังคมได้ดีตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์ มีบรรยากาศรอบตัวดี มารดาตั้งครรภ์ไม่เครียดเกินไป มีเสียงเพลงไพเราะ ไม่มีเสียงด่าทอ บรรยากาศเย็นสบาย ไม่มีเสียงโทรทัศน์หรือวิทยุดังเกินไป มารดาตั้งครรภ์อย่างมีความสุขทำให้ทารกในครรภ์ไม่เครียดด้วย

ชีวิตของทารกในครรภ์ขึ้นกับมารดาเกือบทั้งหมด มารดาเป็นห่วงสังคมของทารก มารดารับประทานอาหารที่มีคุณค่า ไม่รับสารพิษ เช่น แอลกอฮอล์ บุหรี่ และยาเสพติด มารดาแข็งแรงทารกก็แข็งแรงด้วยเช่นกัน เมื่อคลอดออกมา ห่วงสังคมของเด็กคือพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ญาติพี่น้อง คนเลี้ยงดู คนรับใช้ ถัดมาคือ เพื่อนบ้าน โรงเรียน ครู เพื่อนนักเรียน สังคมเพื่อนบ้าน ศาสนา วัด โบสถ์ มัสยิด พระศาสนาจารย์ โต๊ะอิหม่าม การสื่อสารต่างๆ ทางโทรทัศน์ วิทยุ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม

เมื่อเด็กเรียนชั้นมัธยมเข้าสู่สถาบันชั้นสูงขึ้น ห่วงสังคมของเด็กจะเพิ่มมากขึ้น เช่น โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย เพื่อนเพศเดียวกัน เพื่อนต่างเพศ เพศที่สาม อาจเป็นสังคมนานาชาติกับคนต่างชาติ การเดินทาง การสื่อสารทางโลกออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ อีกทั้งอาจมีการเที่ยวเตร่ตามผับ บาร์ ทำให้มีสังคม แอลกอฮอล์ บุหรี่ และยาเสพติดมาเกี่ยวข้องได้

เมื่อเด็กอายุเกิน 18 ปี จนถึงจบการศึกษา ห่วงสังคมมีการขยายมากขึ้น เช่น การทำงาน การเสียภาษี กระบวนการยุติธรรม เศรษฐกิจ สังคม การเมือง (ใช้สิทธิเลือกตั้ง) หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน ลูกน้องที่ทำงาน ชุมชนระดับหมู่บ้าน จังหวัด ประเทศ นานาชาติ โลกในกรณีที่ต้องย้ายที่ทำงานหรือเดินทางไปดูงานหรือประชุม สื่อสารมวลชน สิ่งแวดล้อม เพื่อน คู่ครอง สมาชิกในครอบครัว การเดินทางทางรถยนต์ เครื่องบิน รถไฟ สาธารณูปโภคอื่นๆ จิตวิญญาณ ฯลฯ

ห่วงสามชนิดดังกล่าวจะพัฒนาจากระยะทารกอยู่ในครรภ์ เมื่อถึงอายุ 18 ปีจะทำให้พัฒนาการของห่วงดังกล่าวมั่นคงจนเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ซึ่งจะค่อนข้างฝังแน่นตลอดไป (คนไทยจำนวนมากไม่มีเอกลักษณ์ของตนเองที่อายุ 18 ปี)

เอกลักษณ์ประกอบด้วย 1.บุคลิกภาพ ลักษณะนิสัย พฤติกรรม วินัย คุณธรรม จริยธรรม ความอดทน ความยับยั้งชั่งใจ ความยืดหยุ่น ความเห็นแก่ตัว สุขภาพจิตดี-ไม่ดี2.ศาสนา รู้เข้าใจ ศึกษา และปฏิบัติตามหลักที่แท้จริงของศาสนา 3.เพศ มั่นใจว่าตนเองเป็นเพศชาย หญิง เพศที่สาม 4.เป้าหมายของชีวิต การศึกษา และอาชีพ

เมื่อมนุษย์ผ่านวัยผู้ใหญ่สู่วัยกลางคนและวัยสูงอายุ ห่วงสามห่วงของแต่ละวัย ของแต่ละคนก็เปลี่ยนแปลงไป อาจดีขึ้นหรือเลวลง ถ้าคนไทยส่วนใหญ่มีทั้งสามห่วงในตนเองดี คนไทยจะมีคุณภาพดี ครอบครัว สังคม ประเทศชาติและโลกก็จะเจริญมั่งคั่งผาสุกแบบยั่งยืน ปัญหาต่างๆ ในข้างต้นก็จะลดน้อยลงไป

จะเห็นได้ว่าการเตรียมคนไทยให้มีคุณภาพที่ดีต้องมีห่วงทั้งสามที่ดี การจะมีห่วงทั้งสามที่ดีจะต้องผ่าน กระบวนการเรียนรู้จากครอบครัวและโรงเรียน เพื่อให้เข้าสู่ตัวเด็ก วิธีการที่จะเข้าไปถึงตัวเด็กและครอบครัวที่ได้ผล คือ ช่องทางผ่าน โรงเรียนโดยการเพิ่มความสำคัญตรงที่ “ครูให้คำปรึกษา”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท