posttoday
เร่งเติมเงินลงหมู่บ้าน

เร่งเติมเงินลงหมู่บ้าน

05 สิงหาคม 2558

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า งบ 6,541 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติจัดสรรจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินมาใช้เพื่อดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและความยากจนนั้น จะสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ 76 จังหวัด ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิต การลดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต พัฒนาอาชีพ การส่งเสริมการทำอาชีพเสริม เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน (โอท็อป)

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า งบ 6,541 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติจัดสรรจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินมาใช้เพื่อดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและความยากจนนั้น จะสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ 76 จังหวัด ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิต การลดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต พัฒนาอาชีพ การส่งเสริมการทำอาชีพเสริม เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน (โอท็อป)

9 กลุ่มโครงการนั้น ประกอบด้วย 1.โครงการด้านพัฒนาอาชีพ จำนวน 2,040 กิจกรรม คาดว่ามีประชาชนได้รับประโยชน์ 3.97 แสนครัวเรือน งบประมาณ 1,179 ล้านบาท 2.ด้านการผลิตพืช 806 กิจกรรม ประชาชนได้ประโยชน์ 2.13 แสนครัวเรือน งบประมาณ 783 ล้านบาท 3.ด้านปศุสัตว์ 987 กิจกรรม ประชาชนได้ประโยชน์ 1.85 แสนครัวเรือน งบประมาณ 969 ล้านบาท 4.ด้านประมง 336 กิจกรรม ประชาชนได้ประโยชน์ 5.2 หมื่นครัวเรือน งบประมาณ 216 ล้านบาท

5.ด้านเศรษฐกิจพอเพียง 99 กิจกรรม 2.3 หมื่นครัวเรือน งบประมาณ 129 ล้านบาท 6.ด้านปัจจัยการผลิตทางการเกษตร 1,311 กิจกรรม ประชาชนได้ประโยชน์ 4.73 แสนครัวเรือน งบประมาณ 1,171 ล้านบาท 7.ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 33 กิจกรรม ประชาชนได้ประโยชน์ 1.3 หมื่นครัวเรือน งบประมาณ 26 ล้านบาท 8.ด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตร 1,081 กิจกรรม ประชาชนได้ประโยชน์ 8 แสนกว่าครัวเรือน งบประมาณ 1,961 ล้านบาท และ 9.ด้านสาธารณูปโภค 47 กิจกรรม ประชาชนได้ประโยชน์ 2.53 หมื่นครัวเรือน ใช้งบประมาณ 91 ล้านบาท

อำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า หลักการสำคัญประการหนึ่งของโครงการนี้ คือ จะต้องมีการสร้างภาระผูกพันลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างภายในเดือน ก.ย.นี้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจนให้ได้มากและเร็วที่สุด เพราะต้องการเร่งกระจายงบประมาณลงไปในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และให้กลุ่มเกษตรกรได้รับประโยชน์โดยตรง เพื่อช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มเงินหมุนเวียนให้กับเกษตรกรด้วย

นอกจาก อัดฉีดเงินผ่านการช่วยเกษตรกร 6,541 ล้านบาท ที่เน้นความรวดเร็วแล้ว สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายระหว่างการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2558  ให้ กทบ.ไปกำชับสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ให้เร่งโอนเงินเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านระยะที่ 3 หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท ที่ยังคงค้างอยู่อีกกว่า 1.98 หมื่นแห่ง จากหมู่บ้านทั้งหมด 7.9 หมื่นแห่ง ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากให้เร็ว

นายกฯ ต้องการการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในระดับฐานรากให้มีกำลังซื้อในช่วง 2-3 เดือนนี้

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มเงินทุนระยะที่ 3 ให้กับกองทุนหมู่บ้านนั้น ได้เริ่มมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว แต่ยังไม่เสร็จเรียบร้อย เมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารได้เพิ่มทุนไปแล้ว 6,631 แห่ง จึงเหลืออีกเกือบ 1.98 หมื่นแห่ง ที่ยังไม่ได้รับการเพิ่มทุนดังกล่าว ซึ่งปัญหาของกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มาจากการบริหารจัดการ และไม่ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกลั่นกรองในระดับจังหวัด จึงทำให้ไม่ได้รับเงินเพิ่ม

สุวพันธ์ุ ชี้แจงว่า นายกฯ กำชับให้ไปหาทางช่วยเหลือเป็นการด่วน เพราะขณะนี้ประชาชนในระดับฐานรากมีความลำบากจริง กองทุนหมู่บ้านน่าจะเป็นช่องทางที่ให้ความช่วยเหลือได้ ซึ่งจะเร่งจัดทำแผนฟื้นฟูของ 1.98 หมื่นแห่ง โดยจะบูรณาการความร่วมมือระหว่าง สทบ. กรมการพัฒนาชุมชน ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อยกระดับคุณภาพของกองทุนที่ประสิทธิภาพต่ำ และปรับปรุงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้การทำงานคล่องตัวมากขึ้นด้วย

“แนวทางการฟื้นฟูกองทุนหมู่บ้านที่อยู่ในเกรดซีและดี 1.98 หมื่นแห่งนี้ ได้ทำเป็นร่างเสร็จแล้ว จะเสนอให้ที่ประชุม กทบ.รับทราบ ในวันที่ 6 ส.ค.นี้ หากเห็นชอบจะเริ่มดำเนินการได้ทันที และในระยะ 2-3 เดือนนี้ น่าจะเห็นผลสำเร็จของการอัดเงินลงกองทุนหมู่บ้านละล้าน” สุวพันธุ์ กล่าว

ทั้งนี้ ในการประชุม กทบ. วันที่ 6 ส.ค.นี้ สทบ.จะเสนอให้ที่ประชุมเห็นชอบการโอนเงินเพิ่มทุนให้กับหมู่บ้าน 3,200 แห่ง หลังจากผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการกลั่นกรองในระดับจังหวัดแล้ว ขณะที่โครงการเพิ่มศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อให้กับกองทุนหมู่บ้านที่มีศักยภาพดี  4 หมื่นล้านบาทนั้น ล่าสุดมีหมู่บ้านได้รับการสนับสนุนสินเชื่อไปแล้ว 3,356 แห่ง เป็นวงเงิน 5,725 ล้านบาท จากธนาคารออมสิน 3,011 ล้านบาท และ ธ.ก.ส. 2,714 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท