
ชาวกระเหรี่ยงโวยไม่มีการ์ดแดงฝึกรบที่สวนผึ้ง
เผยชาวกระเหรี่ยงในพื้นที่อ.สวนผึ้ง ซึ่งมีมากกว่าร้อยละ 80 นั้นเสียใจที่มีข่าวในเรื่องนี้ออกไป
เผยชาวกระเหรี่ยงในพื้นที่อ.สวนผึ้ง ซึ่งมีมากกว่าร้อยละ 80 นั้นเสียใจที่มีข่าวในเรื่องนี้ออกไป
นายวุฒิ บุญเลิศ ประธานประชาคมสวนผึ้ง และในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายกระแหรี่ยง กล่าวว่า คนไทยที่มีเชื้อสายกระเหรี่ยงนั้นโดยธรรมชาติรักความสงบ ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมือง แต่การที่อยู่ในพื้นที่ตะเข็บชายแดนทำให้ต้องมีการฝึกฝนเรื่องของการใช้อาวุธ รวมทั้งเรื่องของการฝึกยุทธวิธีในการต่อสู้ไว้ป้องกันตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนที่อยู่ตามแนวชายแดน แต่กลับถูกนำไปเป็นประเด็นทางการเมืองว่าเป็นการซ่องสุมการฝึกการ์ดนปช.
ทั้งนี้ ชาวกระเหรี่ยงในพื้นที่อ.สวนผึ้ง ซึ่งมีมากกว่าร้อยละ 80 นั้นเสียใจที่มีข่าวในเรื่องนี้ออกไป และทุกครั้งที่มีข่าวอ.สวนผึ้งก็จะถูกนำมาเกี่ยวข้องด้วยทุกครั้ง ทั้งที่ผ่านมานั้น อ.สวนผึ้ง นั้นบอบช้ำมามากเหลือเกิน อย่ามาซ้ำเติมอีกเลย และยืนยันว่าชาวกระเหรี่ยงนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคนเสื้อแดงเพราะกระเหรี่ยงนั้นไม่แบ่งสี
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลในเชิงลึกจากแหล่งว่า ในพื้นที่อ.สวนผึ้งนั้นมีจุดที่ต้องสงสัยอยู่ 3 จุด คือในที่บริเวณพื้นที่ 300 ไร่ ของนายแพทย์คนหนึ่ง เจ้าของกิจการยานํ้ารักษาอาการท้องเสียชื่อดังชนิดหนึ่ง อยู่ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือครองที่ดินอยู่ในเขตอําเภอสวนผึ้ง ห่างจากตัวอ.สวนผึ้งประมาณ 1 กิโลเมตร ข้ามสะพานแม่นํ้าภาชีไปเล็กน้อย ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีรั้วรอบขอบชิด มีคนงานอยู่หลายคน ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าข้างในนั้นทำอะไรบ้าง
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีใครเข้ามาในบริเวณดังกล่าวก็จะมีชาวบ้านบางคนออกมาคอยยืนดูสังเกตการณ์และเข้ามาสอบถามว่ามาทําไม และอีกพื้นที่หนึ่งซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ เช่นกัน อยู่ห่างจากอําเภอสวนผึ้งประมาณ 2 – 3 กิโลเมตร เป็นของนายพลทหารคนหนึ่ง มีรั้วรอบขอบชิดบุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าไปได้ และมีทหารเกณฑ์ที่ปลดประจําการเข้าไปดูแลพื้นที่อยู่หลายคน
ขณะเดียวกันที่ศูนย์ฝึกลูกเสือแห่งหนึ่งในอ.บ้านคาที่น่าสงสัย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นข้อมูลที่นายเทพไท เสนพงศ์ นํามาเป็นข้อมูล เพราะข่าวดังกล่าวมีการลือกันมานานและถูกจับตามาตลอด แต่ก็ยังไม่มีใครเข้าไปตรวจสอบภายในได้







