
ไทยเสี่ยงอียูแบนอาหารทะเล
แม้จากข้อมูลศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจแห่งธนาคารไทยพาณิชย์ (เอสซีบี อีไอซี) ประเทศไทยถือเป็นผู้ส่งออกสินค้าประมงรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก โดยไทยส่งออกไปยังประเทศในสหภาพยุโรป (อียู) คิดเป็นมูลค่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.4 หมื่นล้านบาท) ในปี 2014 แต่ไทยยังมีปัญหาการค้าแรงงานทาสและการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ซึ่งหากไม่รีบแก้ไขจะส่งผลให้อียูให้ใบแดงแบนการส่งออกอาหารทะเลของไทย
แม้จากข้อมูลศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจแห่งธนาคารไทยพาณิชย์ (เอสซีบี อีไอซี) ประเทศไทยถือเป็นผู้ส่งออกสินค้าประมงรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก โดยไทยส่งออกไปยังประเทศในสหภาพยุโรป (อียู) คิดเป็นมูลค่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.4 หมื่นล้านบาท) ในปี 2014 แต่ไทยยังมีปัญหาการค้าแรงงานทาสและการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ซึ่งหากไม่รีบแก้ไขจะส่งผลให้อียูให้ใบแดงแบนการส่งออกอาหารทะเลของไทย
หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน เปิดเผยว่า ฝ่ายนิติบัญญัติของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) สนับสนุนการให้ใบแดงแก่ไทย เพื่อห้ามนำเข้าสินค้าอาหารทะเลจากไทยมายังประเทศยุโรป หากไทยยังไม่สามารถควบคุมการทำประมงที่ผิดกฎหมายและการค้าแรงงานทาสได้
ด้าน กาเบรียล มาโต สมาชิกพรรคประชาชนยุโรปจากสเปน ผู้เสนอรายงานความตกลงการค้าเสรีระหว่างอียู-ไทย ระบุว่า การให้ใบแดงการทำประมงไทยอาจช่วยพัฒนาสถานการณ์การทำประมงผิดกฎหมายให้ดีขึ้นได้ เช่นเดียวกับที่ฟิลิปปินส์ที่มีการปรับปรุงกฎระเบียบการทำประมงที่ดีขึ้น
มาโต ระบุว่า นอกจากมีการพบแรงงานทาสในประมงไทยซึ่งเพียงพอต่อการให้ใบเหลืองแล้ว ยังพบอีกว่าเรือประมงไทยหลายลำถูกจับกุมในประเทศเพื่อนบ้าน โดยกัปตันเรือเหล่านั้นถูกกล่าวหาว่ารุกล้ำเข้าไปทำประมงในเขตน่านน้ำประเทศอื่นอย่างผิดกฎหมาย
“ผมสนับสนุนการให้ใบแดงไทยในด้านการทำประมง ถ้ายังไม่มีการแก้ไขปัญหาการประมงที่ผิดกฎหมาย” มาโต กล่าว
ทั้งนี้ อียูเพิ่งให้ใบเหลืองแก่ไทยเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายประมงของไทยที่ไม่มีประสิทธิภาพ และระบบการควบคุมตรวจตราที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น การไม่มีบทลงโทษผู้ทำผิดกฎหมายอย่างจริงจังหรือด้านระบบควบคุมตรวจตราที่อ่อนแอ เป็นต้น
หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน ระบุอีกว่า มีเรือประมงน้อยกว่า 100 ลำ จาก 4.5 หมื่นลำเท่านั้น ที่ติดระบบติดตามเรือ (วีเอ็มเอส) และยังมีเรือประมงอีก 3,000 ลำทั่วประเทศที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
อีกทั้งยังมีหลักฐานจากปากคำผู้รอดชีวิตจากอุตสาหกรรมประมง และกลุ่มนักสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า การทำประมงเพื่อการส่งออกอาหารทะเลของไทยมีปัญหาในด้านต่างๆ ทั้งการค้าแรงงานทาสและการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากคนไร้รัฐชาวโรฮีนจาหลายพันคน
ทางด้าน เฟเดอริกา โมเกรินี หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของอียู ระบุว่า อีซีและปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหภาพยุโรป (อีอีเอเอส) ได้ร่วมมือกันเพื่อให้ความช่วยเหลือไทยในการแก้ไขจุดอ่อนปัญหาแรงงานเด็กและแรงงานทาสของอุตสาหกรรมประมงไทย
ดังนั้น ในเดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้ อีซีอาจถอนใบเหลือง คงสถานะใบเหลือง หรือให้ใบแดงแก่ประมงไทยเพื่อห้ามการส่งออกอาหารทะเลของไทยมายังยุโรปได้ ซึ่งผลจะเป็นเช่นไรนั้นขึ้นอยู่กับการแก้ปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมายของไทย







