
ควรยึดโรดแมป
คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้กุมอำนาจหลักการบริหารประเทศ ควรยึดโรดแมปการเมืองตามที่ได้ให้สัญญาไว้ เพื่อบ้านเมืองจะได้เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งและให้ประชาชนได้ตัดสินชะตาของตัวเอง
คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้กุมอำนาจหลักการบริหารประเทศ ควรยึดโรดแมปการเมืองตามที่ได้ให้สัญญาไว้ เพื่อบ้านเมืองจะได้เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งและให้ประชาชนได้ตัดสินชะตาของตัวเอง
การลงมติโหวตว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ภายในต้นเดือน ก.ย.ที่จะถึงนี้นั้น ควรเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา สปช.ทั้งหมดควรได้พิจารณาถึงเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญว่าพอจะเป็นกติกาที่สร้างระบบการเมืองให้สังคมไทยหลุดพ้นความขัดแย้งจากอดีตและมีหลักประกันสำหรับอนาคตหรือไม่
สมาชิก สปช.ไม่ควรนำเหตุผลเรื่องความปรองดอง หรือการจะปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งมาเป็นข้ออ้าง ไม่มีเหตุผลเรื่องความจำเป็นที่รัฐบาลชุดนี้ต้องอยู่ยาว หรือเปิดทางให้ คสช.อยู่ในอำนาจเพื่อรักษาความสงบต่อไปเรื่อยๆ เพราะการใช้ความรู้สึกของ สปช.บางกลุ่มหาใช่เหตุผลในการสร้างความยั่งยืน
ในเมื่อ สปช.แต่งตั้งคณะกรรมาธิการปฏิรูปขึ้นถึง 18 คณะ ตลอด 1 ปีผ่านมา ทำไมประชาชนถึงมองไม่เห็นอนาคตจากการทำหน้าที่ของบุคคลกลุ่มนี้ การกำหนดกรอบการปฏิรูปบางส่วนยังไม่เพียงพอจะส่งให้ผู้ที่จะเข้ามารับไม้ต่อหรืออย่างไร
เมื่อผู้นำ คสช.ยืนยันจะเดินตามโรดแมปก็ต้องแสดงเจตนาให้ชัดเจนว่าจะไม่มีการล็อบบี้ สปช.เพื่อคว่ำร่างรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง หวังยืดระยะเวลาโรดแมปออกไปตามที่ สปช.บางคนกำลังเสนอ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้า คสช.ได้ตอกย้ำกับประชาชนมาอย่างต่อเนื่องว่า หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านและการจัดทำประชามติผ่านก็จะจัดให้มีการเลือกตั้งขึ้น
ล่าสุด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็ตอกย้ำว่าหาก สปช.รับร่างรัฐธรรมนูญภายในต้นเดือน ก.ย.นี้ และการทำประชามติผ่านภายในเดือน ม.ค.ปีหน้า ใช้เวลาดำเนินการตามขั้นตอนอีกระยะหนึ่ง คาดว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นได้ประมาณต้นเดือน ก.ย. 2559
การมองเห็นอนาคตที่มีความแน่นอนจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคส่วนเศรษฐกิจและอื่นๆ ได้ช่วยกันขับเคลื่อนประเทศของเราต่อไป แต่หากร่างรัฐธรรมนูญถูกคว่ำจะต้องตั้งกรรมาธิการยกร่างฯ เพื่อนับหนึ่งใหม่ จะต้องทำให้เสร็จภายใน 6 เดือน และจัดทำประชามติอีก 4 เดือน จัดทำกฎหมายลูกและส่งต่อให้ สนช.อีก 9 เดือน จึงจะมีการเลือกตั้งได้ นั่นเท่ากับตารางการเมืองจะถูกยืดระยะเวลาออกไปอีกเป็นปี 2560
ประเทศชาติสูญเสียโอกาสมาหลายด้านมากพอแล้ว ดังนั้น สปช.ไม่ควรวาดภาพความน่ากลัวให้เกิดความสับสน อย่าผูกขาดความรักชาติและการเปลี่ยนแปลงประเทศไว้ในมือคนเพียงกลุ่มเดียว แต่ควรเร่งส่งต่อให้ประเทศเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการตามปกติ
ความผันผวนจากปัจจัยภายนอกนั้นมีมาก เราต้องฝากอนาคตไว้กับผู้ที่มีความพร้อมและมากความสามารถ หมดเวลาการแบกภาระของประเทศด้วยความรู้สึกอีกต่อไป







