posttoday
ถ้าจะมี...การเลือกตั้งขั้นต้น

ถ้าจะมี...การเลือกตั้งขั้นต้น

04 สิงหาคม 2558

โดย...อรรถสิทธิ์ พานแก้ว คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โดย...อรรถสิทธิ์ พานแก้ว คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อเสนอให้มีการจัดการเลือกตั้งขั้นต้น (Primary Election) ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้งในที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ก็ได้ให้ความเห็นต่อความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะนำวิธีการเลือกตั้งขั้นต้นมาใช้ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่จะมาถึง

การได้รับฟังถึงการพิจารณาข้อเสนอนี้ในที่ประชุมทั้งสองแห่งได้นำความดีใจและประหลาดใจขึ้นมาพร้อมๆ กัน เพราะประโยชน์ที่ดีที่สุดต่อระบบการเมืองที่การเลือกตั้งขั้นต้นจะนำมาให้ระบบการเมืองก็คือ การทำให้ สส.ที่จะได้เป็นผู้แทนของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นผู้แทนที่พรรคส่งมารับสมัคร

ไม่ได้เกิดจากกระบวนการคัดสรรผู้สมัครที่เกิดจากการตกลงกันในทางลับหรือการตัดสินใจของกลุ่มผู้มีอิทธิพลภายในพรรคเพียงไม่กี่คน เพราะการคัดสรรผู้สมัครในทำนองนี้ จะว่าไปแล้วไม่ต่างจากการคัดสรรผู้สมัครในประเทศที่ประชาธิปไตยไม่เต็มในหลายๆ ประเทศสักเท่าไหร่

นั่นคือความแตกต่างระหว่างการที่ในประเทศเหล่านั้น รายชื่อผู้สมัครจะถูกคัดกรองมาให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตัดสินใจว่าจะไม่เลือกใคร แต่ในประเทศไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ตัดสินใจว่าจะเลือกผู้สมัครของพรรค (ที่ถูกคัดเลือกมาให้) คนนี้หรือผู้สมัครจากพรรคอื่นๆ แต่โดยหลักการแล้วล้วนต้องเลือกผู้สมัครที่ตนไม่ได้มีส่วนคัดเลือกตั้งแต่เริ่มกระบวนการ

ดังนั้น การที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้เลือกผู้สมัครลงรับเลือกตั้งที่ตนเป็นผู้เลือกตั้งแต่ต้น จึงเกิดปรากฏการณ์ “สส. คือ ลูกจ้างพรรค” นั่นคือ สส.ไม่ได้มีอิสระในการทำหน้าที่ผู้แทนของประชาชนได้อย่างแท้จริง ต้องอยู่ในอาณัติของพรรคการเมือง ต้องดำเนินการหรือมีพฤติกรรมในสภาที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของพรรคการเมือง เพราะพรรคการเมืองนั้นเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจว่าจะส่งใครลงรับสมัครอีกครั้ง

การมีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนจากความต้องการของพรรคจึงเท่ากับการลดลงของโอกาสที่จะได้เป็นตัวแทนพรรคในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เช่นนั้นแล้วการวางกลไกทางสถาบันที่ทำให้ สส.สามารถหลุดจากการควบคุมของพรรคผ่านการพิจารณาการลงรับสมัครเลือกตั้ง จึงเป็นความหวังอันสำคัญของการปฏิรูปการเมืองไทยในครั้งนี้

แต่การจะจัดให้มีการเลือกตั้งขั้นต้นที่จะบรรลุจุดประสงค์และความมุ่งหมายในการจัดให้มีนั้น มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณา ไม่ใช่เพียงแค่คิดว่า “จัดให้มีแล้วทุกอย่างจะดีตามมาเอง” เพราะการเลือกตั้งขั้นต้นโดยการออกแบบจากจุดเริ่มต้น คือ การออกแบบระบบการเลือกตั้งที่ให้อำนาจแก่สมาชิกของพรรคเป็นผู้เลือกตัวแทนของพรรคในการลงรับสมัครในการเลือกตั้งทั่วไป

ไม่ใช่เป็นการคัดเลือกโดยกลุ่มผู้มีอิทธิพลของพรรค ดังนั้นปัจจัยแรกที่ควรพิจารณา คือ “คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” จะเป็นเพียงแค่สมาชิกพรรคเพียงอย่างเดียวหรือใครก็ได้ที่สามารถมาลงคะแนนเสียงการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคได้

การพิจารณา “คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” นั้นจึงสอดคล้องกับ “ประเภทของการเลือกตั้งขั้นต้น” ที่โดยทั่วไปแล้วสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก คือ

1) ระบบเปิด ซึ่งเป็นระบบที่ให้สิทธินี้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ได้ลงทะเบียน (Registered Voter) ไว้แล้วจะสามารถไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคการเมืองไหนก็ได้ไม่จำกัดเฉพาะพรรคการเมืองที่ตนได้สังกัด

2) ระบบปิด เป็นระบบที่เปิดโอกาสให้เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้ในฐานะสมาชิกพรรคนั้นๆ สามารถมาลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งของพรรคได้ และ

3) ระบบกึ่งปิด เป็นระบบที่การลงคะแนนเสียงนั้นผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงจะต้องมาลงทะเบียนเพื่อระบุว่าตนเองจะใช้สิทธิในการเลือกตั้งของพรรคใดพรรคหนึ่งเท่านั้น

จะเห็นได้ว่าหากจะมีการเลือกตั้งขั้นต้นจริงๆ การพิจารณาถึง “การเป็นสมาชิกพรรคการเมือง” จะต้องเป็นเรื่องที่ต้องถูกหยิบยกมาพิจารณาอย่างเข้มข้น เพราะคนไทยนั้นมีไม่กี่คนที่ประกาศตนว่าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งอย่างเปิดเผย

การจะทำให้คนไทยนั้นเปิดเผยการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้น อาจส่งผลต่อวัฒนธรรมทางการเมืองของคนไทยอย่างประหลาดใจ เพราะในวัฒนธรรมทางการเมืองของคนไทยส่วนใหญ่นั้น รสนิยมทางการเมืองมักเป็นเรื่องที่ไม่เปิดเผยมากนัก

หรือในอีกทางหนึ่ง หากการเปิดเผยการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ต้องวิตกกังวลมากนัก การกำหนด “วันเลือกตั้งขั้นต้น” ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องใส่ใจ เพราะการเลือกประเภทของการเลือกตั้งขั้นต้นนั้นจะมีผลต่อผลการเลือกตั้งไม่มากก็น้อย

เป็นต้นว่าหากการเลือกตั้งขั้นต้นแบบระบบเปิดถูกเลือกใช้ การจัดการให้การเลือกตั้งมีขึ้นในวันเดียวกันเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะหากมีการจัดการเลือกตั้งต่างกันในแต่ละพรรค การไปใช้สิทธิแบบ “ข้ามฟาก” ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละพรรคอาจทำให้ผลการเลือกตั้งนั้นบิดเบือนไปจากความต้องการของสมาชิกพรรคการเมืองหนึ่งๆ เป็นได้

หรือยิ่งกว่านั้น หากพรรคการเมืองหนึ่งไม่ได้จัดให้มีการเลือกตั้งขั้นต้นเพราะมีผู้สมัครที่ทุกคนต่างเห็นพ้องกันแล้ว ผู้มีสิทธิของพรรคนี้อาจพร้อมใจกันไปลงคะเนนเสียงในการเลือกตั้งของพรรคคู่แข่งในทำนองที่ทำให้ผู้สมัครที่ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมให้ได้รับการเสนอชื่อแทน ทั้งนี้เพื่อให้การเลือกตั้งทั่วไปตัวแทนของพรรคตนจะมีโอกาชนะการเลือกตั้งสูงขึ้น

ในอีกทางหนึ่งหากระบบการเลือกตั้งขั้นต้นแบบระบบปิด ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาของจำนวนผู้ออกไปใช้สิทธิในการเลือกตั้ง เพราะต้องยอมรับว่าจำนวนผู้ที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในแต่ละครั้งนั้นไม่ได้มีจำนวนมาก แม้ค่าเฉลี่ยที่ร้อยละ 70 จะสูงกว่าหลายๆ ประเทศ แต่นี่ก็เป็นค่าเฉลี่ยของการเลือกตั้งทั่วไป เพราะในการเลือกตั้งที่มีความเฉพาะ จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งพื้นฐานก็ย่อมน้อยลง

การจำกัดให้เฉพาะผู้มีสิทธิเฉพาะพรรคการเมืองก็ยิ่งจะทำให้คนที่จะออกไปใช้เสียงจะเป็นกลุ่มคนที่อาจจะมีความคิดที่เอียงไปทางหนึ่งของความคิดของพรรคมากกว่าคนที่มีความคิดแบบกลางๆ ซึ่งในการ
เลือกตั้งทั่วไปอาจจะไม่สามารถแข่งขันกับผู้สมัครจากอีกพรรคได้

ในขณะเดียวกันการเปิดให้มีการเลือกตั้งขั้นต้น คือ การเปิดโอกาสให้ผู้มีความประสงค์ที่จะลงเลือกตั้งได้ลงสมัคร ในทางหนึ่งเท่ากับเป็นการใช้สิทธิพื้นฐานตามหลักการประชาธิปไตย แต่ในอีกทางหนึ่งการเปิดโอกาสที่ให้มีจำนวนผู้สมัครลงเลือกตั้งมีเป็นจำนวนมากก็อาจจะทำให้ลดทอนความสำคัญและชอบธรรมของการเลือกตั้งนั้นได้ เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งอาจมีปัญหาในการพิจารณาความต้องการที่จะเลือกของตน หรืออาจจะก่อให้เกิดทัศนคติต่อการเลือกตั้งที่เป็นเรื่องที่ไม่สลักสำคัญอะไร

ดังนั้น การกำหนดคุณสมบัติหรือข้อกำหนดเบื้องต้นสำหรับผู้ที่จะลงสมัครในการเลือกตั้งขั้นต้นจึงมีความจำเป็น ซึ่งอาจจะเป็นในรูปแบบของการยื่นบัญชีรายชื่อผู้สนับสนุน (ที่เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นๆ) ให้ลงรับสมัครจำนวนที่เหมาะสม เพื่อยืนยันว่าหากได้ลงสมัครแล้วโอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้นมีอยู่ในระดับหนึ่ง หรือการต้องยื่นเจตจำนงในการจะลงรับสมัครล่วงหน้า เป็นต้น

ข้อเสนอในการจะให้มีการเลือกตั้งขั้นต้น ในทางหนึ่งเป็นข้อเสนอที่จะสามารถส่งผลต่อการปฏิรูปการเมืองไทย โดยการเปลี่ยนความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างพรรคการเมืองกับนักการเมือง แต่ในอีกทางหนึ่งการจะนำมาใช้โดยขาดการนำรายละเอียดของระบบมาทำความเข้าใจในส่วนของผู้ออกแบบและการอธิบายให้แก่ประชาชนซึ่งเป็นผู้ที่จะต้องใช้ระบบที่ออกแบบมา จึงเป็นเรื่องที่ควรเอาใจใส่มากกว่าโฆษณาถึงคุณสมบัติของระบบที่ออกแบบมาเพียงอย่างเดียว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท