
โคราชยังวิกฤตฝนถล่มอีก2วัน
น้ำท่วมโคราชยังไม่พ้นวิกฤต สั่งตั้งเครื่องสูบน้ำรับฝนตกหนักช่วง 1-2 วันนี้
น้ำท่วมโคราชยังไม่พ้นวิกฤต สั่งตั้งเครื่องสูบน้ำรับฝนตกหนักช่วง 1-2 วันนี้
ที่ประชุมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมชุมชนในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีนายวินัย วิทยานุกูล รอง ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธาน สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ที่มีเครื่องสูบน้ำนำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งตามจุดที่มีน้ำท่วมขังสูง อาทิ บริเวณหน้าตลาดเซฟวัน โดยให้เร่งดำเนินการทันที เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่ฝนอาจจะตกหนักอีกในช่วง 1-2 วันนี้
ด้านสถานการณ์ทั่วไปในพื้นที่เทศบาลนครนครราชสีมา หลังจากที่ฝนตกหนักติดต่อกันมาหลายวัน ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังหลายจุด ระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ทั้งบริเวณหน้าตลาดนัดเซฟวัน ถนนมิตรภาพ ถนนราชดำเนินช่วงหน้าค่ายสุรนารี ถนนสุรนารายณ์ หน้าหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ชุมชนมิตรภาพ ซอย 4 หมู่บ้านจามจุรี ต.หนองบัวศาลา และชุมชนท้ายอ่างเถกิงพล หมู่บ้านพบสุข ต.ปรุใหญ่ ซึ่งนอกจากจะสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อปัญหาการจราจรที่ติดขัดรถเล็กและจักรยานยนต์ไม่สามารถผ่านได้
นายวินัย กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลเมืองฯ ทุกครั้ง เกิดจากปัญหาขยะที่ประชาชนทิ้งไม่ถูกที่ ทำให้ขยะจำนวนมากไหลไปอุดตันบริเวณปากท่อระบายน้ำ น้ำฝนไม่สามารถไหลลงท่อได้ โดยได้สั่งให้ทุกชุมชนต้องร่วมมือกันช่วยเก็บเศษขยะ และทำความสะอาดชุมชนทันที นอกจากนี้ปัญหาแนวท่อระบายน้ำที่ดำเนินการแล้วเสร็จมีขนาดเล็ก ทำให้ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาได้
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศแจ้งเตือนให้ 12 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ตาก อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
ขณะที่กรมชลประทานก็เริ่มกักเก็บน้ำเพื่อเตรียมไว้ใช้ในฤดูแล้งที่จะถึง โดยลดการระบายจากเขื่อนหลักทั้ง 4 แห่งลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
นายเอกศิษฐ์ ศักดีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท กล่าวว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดต่ำเกินจุดวิกฤต เนื่องจาก 4 เขื่อนหลักได้ปรับลดการระบายน้ำลงจากวันละ 18 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เหลือ 16.14 ล้าน ลบ.ม. เพื่อกักเก็บและรักษาน้ำต้นทุนให้เพียงพอ แต่จะไม่กระทบต่อน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนแต่อย่างใด







