posttoday
รัฐกระตุ้นช่วยภัยแล้ง เตือนโลกขาลง2ปี-ใส่เงินไร้ผล

รัฐกระตุ้นช่วยภัยแล้ง เตือนโลกขาลง2ปี-ใส่เงินไร้ผล

04 สิงหาคม 2558

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังยังไม่ได้เสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้ามาให้พิจารณาขณะนี้

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังยังไม่ได้เสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้ามาให้พิจารณาขณะนี้ จึงยังไม่ทราบถึงมาตรการต่างๆ เพราะหากกระทรวงการคลังจะออกมาตรการไม่จำเป็นต้องหารือรองนายกรัฐมนตรี เพียงแต่เสนอมาขอข้อคิดเห็น

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ต้องดูว่าจะเสนอกระตุ้นด้วยอะไรบ้าง และจะได้ผลหรือไม่ ต้องดูช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งรัฐบาลต้องการจะช่วยเหลือจุดที่อ่อนที่สุดก่อน คือปัญหาของชาวนาที่ปลูกข้าวไปแล้ว 8 ล้านไร่ เป็นข้าวที่ปลูกในเขตชลประทาน 4.5 ล้านไร่ แต่ทั้งนี้คาดว่าจะมีความเสียหายและต้องชดเชย 1.5 ล้านไร่ ซึ่งรัฐบาลจะชดเชยด้วยการจ่ายให้เป็นเงินสดเพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ซื้อเมล็ดพันธุ์มาเพาะปลูกใหม่ได้ และส่วนนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การจ่ายเงินชดเชยเป็นไปอย่างยุติธรรม

ส่วนเกษตรกรที่รอฝนยังไม่ปลูกข้าว หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีน้ำผิวดิน ส่วนนี้ไม่มีปัญหาและไม่จำเป็นต้องเข้าไปชดเชย

“เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต้องดูว่าคลังจะเสนออะไรบ้าง และจะได้ผลหรือไม่ได้ผล ต้องดูช่วงเวลาที่เหมาะสม ไม่ควรใช้แบบพร่ำเพรื่อ ซึ่งที่ผ่านมามาตรการบางอย่างเป็นมาตรการระยะยาว ก็ถูกเรียกว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจควรจะเป็นมาตรการระยะสั้น” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว

กรณีที่กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า เงินเฟ้อเดือน ก.ค.ติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 นั้น ตอนนี้ถือว่าเงินเฟ้อติดลบเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งโลก จาก 2 ปัจจัยสำคัญ คือ จากปัญหาราคาน้ำมันลดลง ทำให้ราคาทอง เหล็ก ทองแดง โลหะทุกชนิดลดลงตามไปด้วย และราคาพืชผลทางการเกษตรได้ปรับลดลงเช่นกัน เมื่อประเทศใหญ่ๆ ที่ส่งออกน้ำมันและโลหะส่งออกได้ราคาลดลง จึงนำเข้าลดลงตามไปด้วย

ขณะนี้นักเศรษฐศาสตร์ยังตอบไม่ได้ว่าเศรษฐกิจจะลดลงไปต่ำที่สุดเมื่อใด แต่ที่ผ่านมาก็มีนักเศรษฐศาสตร์ได้ประเมินว่า ราคาจะลดลงอยู่ในระดับนี้ต่อไปอีกประมาณ 2 ปี ระหว่างนี้ประเทศไทยต้องดูแลตัวเองให้อยู่รอดให้ได้ อย่าผลีผลามจะเกิดความเสี่ยง ซึ่งหากจะใส่เงินลงไปในระบบเศรษฐกิจช่วงนี้ เงินจะหายไปเลย ควรจะใส่เงินลงไปในช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้น

ปัญหาที่ 2 คือ ผลกระทบจากค่าเงินเยนของญี่ปุ่นที่อ่อนค่าลงเร็ว จากเดิมที่ประมาณ 90 เยน/เหรียญสหรัฐ มาเป็น 120-130 เยน/เหรียญสหรัฐ ทำให้กระทบต่อการส่งออกของหลายประเทศ ซึ่งประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบโดยตรงเนื่องจากมีการส่งออกไปญี่ปุ่น ขณะที่คู่ค้าของไทยอย่างจีนและเกาหลีก็ถูกกระทบหนัก

สำหรับคำถาม สถานการณ์ขณะนี้เหมาะที่จะใช้นโยบายการเงินกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ในส่วนของการบริโภคเอกชนนั้นเห็นว่าไม่สมควรจะใช้มาตรการดอกเบี้ยมากระตุ้นเพราะจะมีผลข้างเคียง คือหนี้ครัวเรือนมากขึ้น ส่วนจะไปกระตุ้นให้เอกชนลงทุนเวลานี้ก็ต้องดูจังหวะ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่กำลังซื้อหดตัว อุปสงค์น้อย ก็จะทำให้เอกชนเป็นหนี้

“ตอนนี้ติดตามสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลก และต้องอดทนในการบริหาร แม้ว่าจะรู้ทั้งรู้ว่าเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ เพราะบางทีการออกมาตรการออกมากระตุ้นด้วยการใช้เงินมาช่วยอุดเศรษฐกิจในช่วงที่ชะลอตัว ก็ไม่ได้ใช้เงินเพียงแค่ปีเดียว แต่ต้องใช้เงินถึง 2 ปีแน่นอน ดังนั้นจึงต้องเก็บเงินไว้อุดจุดอ่อนในอนาคตด้วย ซึ่งการทำอย่างนี้ที่ผ่านมาก็มีคนถามว่า ทำไมไม่ใช้จ่ายเงินให้หมด เพราะถ้าทำอย่างนั้นในวันข้างหน้าจะไม่มีเงินเหลือมาช่วยดูแลเศรษฐกิจได้” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว

สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นขณะนี้ สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาสินค้าต้นทุนลดลง ขณะเดียวกันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ผู้ค้าแข่งขันกันด้านราคามากขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าบริโภคสินค้าตนเองทำให้ราคาสินค้าลดลง ซึ่งส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวต่ำ

อย่างไรก็ตาม ภาวะที่เกิดขึ้นขณะนี้ยังไม่ถือว่าเข้าข่ายภาวะเงินฝืด เนื่องจากเป็นภาวะเงินฝืดทางเทคนิค เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้หลายฝ่ายพยายามลดราคาสินค้า กระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ยอมรับว่ามีผลกระทบต่อกระบวนการผลิตภาคอุตสาหกรรมแน่นอน เพราะไม่สามารถผลิตสินค้าได้เต็มกำลังการผลิต เนื่องจากกลัวสินค้าค้างสต๊อก ทำให้มีบางส่วนลดกำลังการผลิตไปแล้ว

เกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า จากภาวะเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง 7 เดือน ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลต่อสต๊อกสินค้า และต้องเร่งระบายสินค้าออก ขณะเดียวกันทั้งเอกชนและรัฐต้องเร่งหาตลาดใหม่ๆ เพิ่มเติมด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์