
สมคิดแนะได้เวลาวางเข็มทิศประเทศ
“สมคิด” เชื่อเศรษฐกิจไทยโตฉลุย 56% ฝากรัฐบาลเร่งมือสร้างกรอบประเทศ 35 ปี ให้เอกชนรู้ทิศทางเดิน
“สมคิด” เชื่อเศรษฐกิจไทยโตฉลุย 56% ฝากรัฐบาลเร่งมือสร้างกรอบประเทศ 35 ปี ให้เอกชนรู้ทิศทางเดิน
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้คงเติบโตได้ถึง 56% เนื่องจากเอกชนส่งออกได้ดีและพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังดี แต่ที่ยังไม่ดีคือการท่องเที่ยว และการลงทุนจากต่างประเทศซึ่งต้องใช้เวลา
นายสมคิด กล่าวว่า ตอนนี้เริ่มเป็นห่วงเศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลังไปจนถึงปีหน้า เนื่องจากทุกประเทศพร้อมใจกันอัดฉีดเศรษฐกิจหลังแต่ละประเทศเกิดปัญหา ทำให้อุปสงค์เริ่มกระเตื้องขึ้น แต่ปัญหาคือเมื่ออัดฉีดเศรษฐกิจภายในประเทศแล้ว หลายประเทศกลับไม่ได้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงภายใน ทำให้โครงสร้างไม่เข้มแข็ง และส่อแววว่าเศรษฐกิจโลกจะซึมอีกครั้ง
“ไอเอ็มเอฟเริ่มออกมาเตือนปีหน้าต้องระวัง ทำให้ปีหน้าไทยต้องระวังด้วยเช่นกัน รัฐบาลต้องใช้ช่วงเวลานี้ทำงานให้เต็มที่ อย่าประมาท ที่สำคัญต้องสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศให้แข็งแกร่ง” นายสมคิด กล่าว
นายสมคิด กล่าวว่า ขณะนี้เอกชนไม่รู้ว่ารัฐบาลต้องการทำอะไร และประเทศไทยจะยืนอยู่ตรงไหนในอีก 35 ปีข้างหน้า ฉะนั้นรัฐบาลควรทำแผนเพื่อให้เอกชนได้รู้ทิศทางของตัวเอง เพราะเอกชนไทยมีความสามารถ เก่ง เวลานี้ทุกคนเอาใจช่วยรัฐบาล แต่รัฐบาลก็ต้องใช้เวลานี้ทำให้ดีที่สุดต่อประเทศ ไม่ใช่ทำเพื่อการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่เช่นนั้นประเทศจะลำบาก
สำหรับการปฏิรูปประเทศไทยนั้น ปัญหาหลักของไทยอยู่ที่ความยากจน และการกระจายรายได้ที่ยังกระจุกตัว หากเป็นอย่างนี้ต่อไปคงไม่ดีต่อเศรษฐกิจแน่ พื้นฐานภายในประเทศยังไม่แข็งแกร่ง พึ่งพาการเติบโตเศรษฐกิจจากภายนอกมาก ฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลควรมุ่งกระจายอำนาจซื้อให้กับคนในภูมิภาคทำให้ท้องถิ่นมีความเจริญ
“มาเลเซียบอกแล้วว่าในปี 2020 เขาต้องการให้ประชากรต้องมีรายได้ต่อหัวต่อปีเกิน 1.7 หมื่นเหรียญสหรัฐ ขณะที่ไทยอยู่ที่ 4,000 เหรียญสหรัฐ ฉะนั้นการที่ไทยจะกระโดดข้ามต้องปรับเปลี่ยนประเทศ ไม่ใช่ปฏิรูปให้เหมือนเดิม” นายสมคิด กล่าว
นายสมคิด ยังกล่าวถึง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ด้วยว่า ยินดีกับนาย ประสาร ไตรรัตน์วรกุล เนื่องจากเป็นบุคคลที่เหมาะสม มีความซื่อสัตย์สุจริต ที่สำคัญเป็นบุคคลที่เปรียบเหมือนมี 3 ขาคือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(กลต.) และธนาคารพาณิชย์ ซึ่งสิ่งสำคัญของธปท.ไม่ได้ยุ่งแต่เรื่องดอกเบี้ย แต่ธปท.เป็นเครื่องมือหนึ่งของประเทศ เปรียบดั่งมือซ้าย ส่วนกระทรวงการคลังเป็นมือขวา ทั้งสองมือต้องช่วยกันสร้างประเทศด้วยนโยบายการเงิน และนโยบายการคลัง ทั้งการสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจ และการสร้างประเทศ
นายสมคิด กล่าวด้วยว่า การจะกลับมาเล่นการเมืองหรือไม่นั้น ที่ผ่านมาได้เป็นทั้งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ผ่านมาหมดแล้ว ฉะนั้นหากจะกลับมา แต่เปลี่ยนแปลงประเทศไม่ได้ ก็ควรอยู่บ้านเลี้ยงลูก ดูลูก ๆ ให้ดีจะดีกว่า







