
ทุนนอกทะลัก
สัญญาณลงทุนเอกชนเริ่มฟื้น ขนเงินลงทุนเข้าไทย มิ.ย. เดือนเดียว 5.8 หมื่นล้านบาท
สัญญาณลงทุนเอกชนเริ่มฟื้น ขนเงินลงทุนเข้าไทย มิ.ย. เดือนเดียว 5.8 หมื่นล้านบาท
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายของประเทศในเดือน มิ.ย.นี้ ว่า เงินทุนยังไหลเข้าสุทธิ 1,655 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.8 หมื่นล้านบาท (คิดจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 35.18 บาท/เหรียญสหรัฐ) เป็นการไหลเข้าต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่ไหลเข้าสุทธิ 1,212 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4.3 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ หากรวมดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายครึ่งแรกของปีนี้ยังมีเงินไหลเข้าสุทธิ 730 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากครึ่งหลังของปี 2557 ที่มีเงินทุนไหลออกสุทธิถึง 8,351 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3 แสนล้านบาท
ธปท.ระบุว่า เงินทุนไหลเข้ามาจากการเข้ามาลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในภาคธุรกิจสำคัญ อาทิ กิจกรรมทางการเงินและประกันภัย อสังหาริมทรัพย์ การค้าส่งและค้าปลีก ซึ่งเป็นเงินทุนที่มาจากประเทศออสเตรเลีย สิงคโปร์ และสหรัฐ
นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากการซื้อป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงิน (เฮดจิ้ง) ของผู้ส่งออกและนำเข้า ที่เกรงว่าค่าเงินบาทจะผันผวนมาก ทำให้สถาบันการเงินต้องกู้ยืมเงินระยะสั้นจากต่างประเทศเข้ามา และมีการถอนเงินฝากจากต่างประเทศเข้ามาปรับฐานะเพิ่มขึ้น
ด้านคนที่ฝากเงินในต่างประเทศ เช่น ผู้ส่งออก บริษัทประกันชีวิตและประกันภัย รวมทั้งกองทุนรวมที่ไปลงทุนในต่างประเทศ (เอฟไอเอฟ) ที่ครบกำหนดถอนเงินกลับเข้ามา
แหล่งข่าวจาก ธปท. เปิดเผยว่า แม้เงินบาทจะอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ก็ยังมีนักลงทุนต่างชาติมั่นใจนำเงินกลับเข้ามาลงทุนในประเทศ ที่สำคัญส่วนหนึ่งเป็นการลงทุนทางตรงที่ไม่ใช่การเก็งกำไร สะท้อนให้เห็นว่าต่างชาติมองไทยไม่เลวร้าย
“สิ่งที่ ธปท.เป็นห่วงและจับตาดูอย่างใกล้ชิดหากแห่กันนำเงินเข้ามาเพื่อหวังกำไรส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนจะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าและแข็งค่าเร็วเกินไป จะเป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจ” แหล่งข่าวเปิดเผย







