
สะกดรอย
...เวลานี้คณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญชีพจรลงเท้าอยู่ที่ประเทศเมียนมา โปรมแกรมทัวร์ก็ไม่มีอะไรมาก ไปชมวัด ไหว้พระ ดูวังเก่า แถวๆ มัณฑะเลย์ พุกาม อังวะ ล่าสุดในเฟซบุ๊กของ “ดร.บี๋” ถวิลวดี บุรีกุลได้บรรยายถึงเมืองอังวะว่า “ตามรอยอดีต กรุงอังวะที่เคยรุ่งเรือง บัดนี้ไม่เหลืออะไร นอกจากวิหารและหอคอย กษัตริย์พม่าย้ายเมืองหลวงเพราะอังวะน้ำท่วม แผ่นดินไหว” โดย กมธ.ยกร่างฯ มีคิวจะกลับมาประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 5 ส.ค.
...เวลานี้คณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญชีพจรลงเท้าอยู่ที่ประเทศเมียนมา โปรมแกรมทัวร์ก็ไม่มีอะไรมาก ไปชมวัด ไหว้พระ ดูวังเก่า แถวๆ มัณฑะเลย์ พุกาม อังวะ ล่าสุดในเฟซบุ๊กของ “ดร.บี๋” ถวิลวดี บุรีกุลได้บรรยายถึงเมืองอังวะว่า “ตามรอยอดีต กรุงอังวะที่เคยรุ่งเรือง บัดนี้ไม่เหลืออะไร นอกจากวิหารและหอคอย กษัตริย์พม่าย้ายเมืองหลวงเพราะอังวะน้ำท่วม แผ่นดินไหว” โดย กมธ.ยกร่างฯ มีคิวจะกลับมาประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 5 ส.ค.
...ขอแอบเมาท์คณะ กมธ.ยกร่างฯ อีกสักเรื่อง เห็นๆ ไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าจะชิลกันนะจ๊ะจะบอกให้ เพราะแต่ละคนแอบมีเรื่องอะไรให้คิดในใจเหมือนกัน เรื่องที่ว่านั้น คือ ที่มาของวุฒิสภา แม้ใน กมธ.จะจบลงด้วยการให้ สว.มาจากการเลือกตั้ง 77 คน และสรรหา 123 คน แต่มีแรงกดดันมาจากบิ๊กสีเขียวที่อยู่แม่น้ำบางสายให้รื้อที่มา สว. ไปเป็นมาจากการสรรหาทั้งหมด 200 คน ในช่วงโค้งสุดท้ายของการร่างรัฐธรรมนูญอาจได้เห็นการแหกโค้งก็คราวนี้
...ลุ้นกันเหนื่อยสำหรับอดีต สส. 248 คน ที่จ่อรอคิวสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาถอดถอน คืบหน้าล่าสุด
วันพฤหัสบดีที่ 6 ส.ค.นี้ ถึงขั้นตอนการซักถามประเด็น ตามที่ได้เปิดให้ สนช.ได้ยื่นคำถามมายังคณะกรรมาธิการซักถาม ส่องดูจำนวนคำถามรอบนี้ลดลงจากถอดถอนรอบก่อนหลายเท่า ไม่รู้ทุกอย่างชัดเจนจนไม่มีข้อสงสัย หรือ สนช.มีคำตอบเรียบร้อยแล้ว แต่ที่แน่ๆ ทุกอย่างรู้กันวันลงมติไม่เกินกลางเดือนนี้
...ควันหลงหลัง ทิดสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศเดินหน้ามูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ระดมคนรักชาติรักแผ่นดิน ผู้มีอุดมการณ์ความคิดเหมือนกันมาลุยปฏิรูปก่อนเลือกตั้ัง ร่วมมือกับ คสช.และรัฐบาล ในการรักษาความสงบของบ้านเมืองและขับเคลื่อนประเทศไทย แถมวางแผนยาว 1 ปี เตรียมตั้งกรรมการมูลนิธิใหม่ หลายคนชักสงสัยแผนยาวอย่างนี้ โอกาสเลือกตั้งตามโรดแมปจะต้องยื้อออกไปด้วยหรือไม่ ยิ่งเห็นท่าทีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เริ่มออกมารับลูก ยิ่งต้องจับตากันเป็นพิเศษ
...เสียงดักคอหนักขึ้นเรื่อยๆ ว่า กปปส. กับ ประชาธิปัตย์ เดินหน้ายุทธศาสตร์แยกกันเดินร่วมกันตี แม้สุเทพจะยืนยันประกาศชัดเจน การดำเนินการของมูลนิธิไม่ข้องเกี่ยวกับประชาธิปัตย์ แต่สมาชิกที่ร่วมนั่งแถลงข่าวมูลนิธิฯ มีแต่อดีต สส.ประชาธิปัตย์ทั้งนั้น คุยนอกรอบ บิ๊ก กปปส.หลายคนเริ่มจองคิวเตรียมขอคืนพื้นที่ กลับมาสวมเสื้อประชาธิปัตย์ลงสนาม แต่เวลานี้เก้าอี้เริ่มมีจำกัด เพราะระบบเลือกตั้งใหม่ตามร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจัดทำอยู่เวลานี้ ส่งผลให้จำนวน สส.ลดลง ดูทรงแล้ว งานนี้ “ศึกใน” ประชาธิปัตย์มีกระเพื่อมอีกรอบแน่ แต่ที่ชัดเจนเวลานี้ มีแค่ กษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ สวนทางกับคนอื่น ถอยบทบาทในพรรค ออกมาลุยงานด้านต่างประเทศของมูลนิธิฯ
...ถือเป็นการเทกแอ็กชั่นครั้งสำคัญ เกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ด้วยการออกมาตั้งคำถามไปถึง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ว่า ทำไมต้องเร่งสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ทั้งที่ยังไม่ผ่านการประเมินรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรืออีเอชไอเอ จาก ทส. เป็นครั้งแรกที่เห็นหน่วยงานรัฐออกมาขวางโครงการของอีกหน่วยงาน ซึ่งมีเสียงต้านจากประชาชนโดยไม่รอให้เกิดม็อบบานปลาย หรือต้องร้อนถึงนายกฯ ต้องออกโรงออกมาจัดการเอง
...ไม่ใช่ครั้งแรกของปลัดเกษมสันต์ ก่อนหน้านี้ ช่วงที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และมี ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ปักหลักหน้า สผ. ค้านการพิจารณารายงานอีเอชไอเอเขื่อนแม่วงก์ ตอนนั้นก็เคยยกหูหา นิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ทำหนังสือคัดค้านการสร้างเขื่อนในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์อย่างเป็นทางการมาแล้ว ถ้าหน่วยงานอื่นเดินตามโมเดลนี้ ก็คงลดแรงเสียดทานในอีกหลายเรื่องให้รัฐได้หลายขุม







