posttoday
"บิ๊กตู่"รับรู้ล่วงหน้าไทยติดหล่มปม"ค้ามนุษย์"

"บิ๊กตู่"รับรู้ล่วงหน้าไทยติดหล่มปม"ค้ามนุษย์"

31 กรกฎาคม 2558

“ประยุทธ์”โบ้ย “มะกัน”มาประเมินสถานการณ์ค้ามนุษย์แค่ช่วงต้นโวตอนนี้ดีขึ้นเยอะหวังได้ขึ้นTier 2 เร็วๆนี้

“ประยุทธ์”โบ้ย “มะกัน”มาประเมินแค่ช่วงต้นโวตอนนี้ดีขึ้นเยอะหวังได้ขึ้นTier 2 เร็วๆนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชิาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถึงรายงานประจำปีของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ในเรื่อง “สถานการณ์การค้ามนุษย์” (TIP Report) ประจำปี 2558 ว่า รัฐบาลได้ติดตามและรับทราบผลก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเราไม่รู้สึกท้อ ไม่ผิดหวังใดๆ เป็นเรื่องที่เราต้องยอมรับในกติกาสากล รัฐบาลไทยก็จะเดินหน้าต่อไปในเรื่องของการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ โดยถือเป็นวาระแห่งชาติ และเราต้องมีหน้าที่ต่อประชาชนทั่วไปทั้งโลก ไม่เฉพาะคนไทยด้วยกันเท่านั้น ที่จะร่วมมือกับทุกประเทศ ทุกองค์กร   ในการที่จะมีการปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง ให้หมดไปจากแผ่นดินไทยให้ได้ แล้วก็สนับสนุนในเรื่องของการต่อต้านแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในอาเซี่ยนทั้งหมดด้วย การจัดลำดับของเราใน Tier 3 เราได้รับมาตั้งแต่ปีที่แล้ว วันนี้เราก็ทำอะไรหลายอย่างที่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก การที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้กำหนดมาแล้ว ก็เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เรารู้อยู่แล้วว่ามันดีขึ้น เพียงแต่ว่าผลการดำเนินการนั้นไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำในช่วงที่เขามาดู แล้วอย่าลืมว่าเขามาดูในช่วงต้นๆที่เราเพิ่งแก้ไขไป

“วันนี้เราแก้ไขมาหลายเดือนแล้ว ชัดเจนขึ้นหลายอย่าง การลงโทษเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้อง 100 กว่าราย เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆน้อยกว่าเรามาก วันนี้เราต้องแก้ไขให้ได้ทั้งระบบโดยเร็ว วันหน้าเราก็จะได้มีผลงานปรากฏออกมาแล้วการยกระดับขึ้นมาเป็น Tier 2 ได้ในอนาคตโดยเร็ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีปัญหาทับซ้อนกันอยู่หลายเรื่อง ทั้งเรื่องการค้ามนุษย์ มาตรฐานการบินพลเรือน (ICAO) และการทำประมงผิดกฎหมายจากการประเมินของสหภาพยุโรป (IUU) ซึ่งผลการตัดสินออกมาย่างไรก็เรื่องของเขา เราก็ต้องทำของเราให้ดีที่สุด ขอความร่วมมือ ความร่วมแรงร่วมใจจากพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน อย่าพูดกันถึงเรื่องนี้อีกเลย เป็นหน้าที่ของรัฐบาลแล้วก็ส่วนที่เกี่ยวข้องต้องแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ประกอบการ รวมทั้งแรงงานด้วยที่ต้องไม่ตกเป็นเหยื่อ และต้องซื่อสัตย์ต่อกัน เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่ใกล้ตัวเรามาก มีผลกระทบหลายอย่าง การค้า การลงทุนต่างๆ จึงต้องทำให้สิ่งเหล่านี้มันหายไปให้ได้จากสังคมไทย

“ขอเน้นย้ำเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ว่า รัฐบาลมุ่งมั่นในทุกเรื่อง การต่อต้านการค้ามนุษย์ IUU หรือ ICAO แต่ที่มันมีปัญหาทับซ้อนมายาวนานจากหลายๆรัฐบาลที่ผ่านมา รัฐบาลนี้จะจริงจังทุกเรื่อง ก็ขอร้องให้ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ไม่ว่าจะเป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆต้องเข้าใจเรา เรากำลังแก้ปัญหาอยู่” นายกฯ กล่าว

ในส่วนของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราจำเป็นต้องวางรากฐานการสร้างความเข้มแข็งในภาคเศรษฐกิจ แล้วก็เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอนาคตให้ได้ ทั้งนี้ก็จะทำให้ประเทศไทยนั้นซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมมายาวนานนั้นแล้วเราก็ต้องพึ่งพาการส่งออก เป็นสำคัญในเรื่องของการรายได้ที่เข้ามาสู่รัฐ เราต้องแสวงประโยชน์จากภูมิรัฐศาสตร์ที่เรามีอยู่เชื่อมโยงในการจะสร้างผลประโยชน์ ร่วมกันของไทยและของมิตรประเทศ เรามุ่งเน้นการลงทุนโดยเอกชนไทยก่อน ต่างประเทศเป็นส่วนเสริม วันนี้ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่าทุกประเทศปรับรูปแบบเศรษฐกิจแนวใหม่ ไม่พึ่งพากิจการที่มีรายได้อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว เช่นพึ่งการส่งออกอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องไปดูในคลัสเตอร์อื่นๆด้วย การท่องเที่ยว การลงทุนในเรื่องของการขนส่งขั้นพื้นฐานอะไรต่างๆ ต้องเชื่อมโยงทั้งหมด เรามีศักยภาพหลายอย่างทั้งภูมิรัฐศาสตร์ ผลิตผลทางการเกษตร การรักษาพยาบาล การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมสิ่งทอ หรือสมุนไพร รวมไปถึงการบริการต่างๆ เหล่านี้ต้องมาทำให้มันเกิดประโยชน์สูงสุด มีรายได้เข้าประเทศมาก ลดความเสี่ยงในกรณีที่เศรษฐกิจโลกมีปัญหา ซึ่งกระทบเราหากพึ่งการส่งออกอย่างเดียว

นายกฯกล่าวต่อไปถึงการบริหารจัดการน้ำว่า เราต้องยกระดับจากประเทศเกษตรกรรมอย่างเดียวให้พัฒนาไปเป็นประเทศอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งทรัพยากรน้ำนับว่ามีความสำคัญยิ่งจึงต้องสร้างความยั่งยืนโดยการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสม ปัจจุบัน คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ของรัฐบาลได้ทำแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2558-2569 เสร็จแล้ว ได้มีการบูรณาการขับเคลื่อนแผนน้ำทั้งหมด 6 เรื่อง และ 12 กิจกรรม มากกว่าที่จะไปมุ่งเน้นการป้องกันน้ำท่วม หรือขาดน้ำอย่างเดียว อาทิ ประปาหมู่บ้าน การขุดสระน้ำในไร่นา การบริหารแหล่งน้ำในและนอกเขตชลประทาน การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร การขุดลอกลำน้ำสายหลัก การป้องกันน้ำท่วมชุมชนเมือง และการฟื้นฟูผืนป่า เป็นต้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับระยะปานกลางและระยะยาว ที่จะมีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการ ที่สามารถวิเคราะห์แนวโน้ม – ติดตาม – ประเมินสถานการณ์น้ำ เพื่อกำหนดนโยบายในระดับชาติทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน ให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ของภูมิอากาศโลกพร้อมทั้งจัดทำข้อเสนอใหม่ๆ สำหรับการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบอย่างบูรณาการ อาทิ การนำน้ำจากฝั่งตะวันตกของ กทม.มาใช้ให้มากขึ้น เพื่อแทนการใช้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา การหาแหล่งน้ำต้นทุนมาเพิ่มให้การประปานครหลวง (กปน.) และการเจรจาทำความตกลงในการขอผันน้ำจากแม่น้ำสาละวิน – เมย – โขง ในฤดูน้ำหลากมาใช้ประโยชน์สูงสุดภายในประเทศ

ในส่วนของสถานการณ์ภัยแล้ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แม้จะมีฝนตกบ้าง และมีน้ำไหลลงอ่างมากขึ้น แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าง เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณน้ำที่จ่ายออกไปในจำนวนใกล้เคียงกัน อีกทั้งยังต้องไขระบบการส่งน้ำอีกด้วย ขณะนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ได้มีมติอนุมัติงบประมาณของทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย เพื่อนำงบประมาณที่เหลือในส่วนของการจ้างงานไปขุดบ่อเก็บกักน้ำเพิ่ม เพื่อป้องกันฝนแล้ง หรือฝนทิ้งช่วง ซึ่งจะมีผลกระทบกับการปลูกพืชในระยะถัดไป ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯก็ให้ไปดูแลเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการปลูกพืช และเตรียมการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการเพาะปลูก

“ขอให้ฝนตกเยอะๆ น้ำลงเขื่อนเยอะๆ พืชไร่พืชสวนต่างๆ ประมงน้ำจืดอะไรก็แล้วแต่ก็ขอให้ได้ผ่านพ้นภัยดังกล่าวเหล่านี้ให้ได้โดยเร็ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท