posttoday
ต่างชาติชี้ราคายางตก หนี้ชาวใต้พุ่ง

ต่างชาติชี้ราคายางตก หนี้ชาวใต้พุ่ง

31 กรกฎาคม 2558

ประเทศไทยมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงยังเป็นผู้ส่งออกและผลิตยางรายใหญ่ของโลก กำลังเผชิญวิกฤตการส่งออกภาคเกษตรกรรมจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง โดยราคายางตกต่ำทำให้ชาวสวนยางภาคใต้ได้รับผลกระทบตั้งแต่เดือน ม.ค. 2014 ที่ผ่านมา

ประเทศไทยมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงยังเป็นผู้ส่งออกและผลิตยางรายใหญ่ของโลก กำลังเผชิญวิกฤตการส่งออกภาคเกษตรกรรมจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง โดยราคายางตกต่ำทำให้ชาวสวนยางภาคใต้ได้รับผลกระทบตั้งแต่เดือน ม.ค. 2014 ที่ผ่านมา

หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ เปิดเผยหลังลงพื้นที่ 3 จังหวัดใหญ่ของภาคใต้ ได้แก่ จ.สงขลา นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี พบว่า ยางพาราที่มีราคาดีตั้งแต่ปี 2010-2013 ทำให้เกษตรกรสวนยางขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การส่งออกยางพาราในปี 2013 ขยายตัวถึง 15% เมื่อเทียบกับปี 2012 ก่อนจะทรงตัวในปี 2014 

ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงมีการผลิตยางพารามากขึ้น โดยในปี 2011 ราคายางสูงถึง 160 บาท/กิโลกรัม แต่เมื่อความต้องการในตลาดโลกลดลง ส่งผลให้ราคาขายส่งยางพาราแผ่นผันผวนอยู่ที่ 80-100 บาท/กิโลกรัม จนกระทั่งราคาตกลงไปอยู่ที่ 60 บาท/กิโลกรัม ในต้นปี 2014

ในขณะเดียวกัน เกษตรกรก็ขยายพื้นที่เพาะปลูกเพื่อผลิตยางพาราจำนวนมาก แต่ราคายางที่ตกต่ำลงส่งผลให้หนี้ครัวเรือนของชาวสวนยางภาคใต้เพิ่มสูงขึ้น โดยผลสำรวจจากหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุว่า ประชาชนภาคใต้มีดัชนีการกู้ยืมเฉลี่ยสูงถึง 56.9% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศที่ 59% 

นอกจากนี้ ไฟแนนเชียลไทมส์ ยังพบอีกด้วยว่า ปี 2014 ชาวใต้มีรายได้ต่อครัวเรือนน้อยกว่าในภูมิภาคอื่น ก่อให้เกิดการใช้จ่ายและการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากราคายางขึ้นอยู่กับตลาดการส่งออกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ต่างกับการเพาะปลูกข้าวที่มีตลาดภายในประเทศรองรับเกือบครึ่งของผลผลิตทั้งหมด

ไฟแนนเชียลไทมส์ กล่าวว่า ในปี 2014 ไทยส่งออกยางคิดเป็น 1.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เทียบกับปี 2011 ที่ส่งออกที่ 3.6% และปี 2012 ที่ 2.4% แม้ยางพาราจะเป็นอีกผลผลิตที่สำคัญต่อภาคใต้ของไทย

อย่างไรก็ตาม ไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นนโยบายรัฐบาลพรรคเพื่อไทยปี 2011-2014 หรือนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในปัจจุบัน ก็ยังไม่ได้ให้ผลที่มีประสิทธิภาพกับสถานการณ์ยางพาราตกต่ำเท่าใดนัก แต่ประชาชนภาคใต้ส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อว่ารัฐบาลปัจจุบันจะลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ ปัญหาหนี้ครัวเรือนและราคายางตกต่ำในภาคใต้ยังส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจอื่นด้วย เช่น ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์หลายเจ้าประสบปัญหายอดขายชะลอตัว การสั่งซื้อรถยนต์ลดลงมากกว่าภาคอื่นในประเทศ โดยบางเจ้าระบุว่ายอดขายตกลงมากถึง 70% เลยทีเดียว

ไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุทิ้งท้ายว่า ไทยส่งออกยางพาราเกือบ 90% ไปยังอุตสาหกรรมผลิตยางรถยนต์ในจีนและอินเดียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น หนทางที่จะช่วยผู้ผลิตยางพาราจากราคายางผันผวนในตลาดโลก และยกระดับยางพาราให้เป็นอุตสาหกรรมหลักได้นั้น รัฐบาลไทยอาจต้องวางแผนดึงผู้ผลิตยางรถยนต์ต่างชาติเข้ามาลงทุน โดยอาจเริ่มจากการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษใน จ.สงขลา ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศมาเลเซียก่อน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท