posttoday
สร้างโรงไฟฟ้าเทพา เพื่อชาติหรือประโยชน์ใคร?

สร้างโรงไฟฟ้าเทพา เพื่อชาติหรือประโยชน์ใคร?

31 กรกฎาคม 2558

ไม่แปลกเลยที่ชาวบ้าน จ.สงขลา-ปัตตานี จะคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 2,200 เมกะวัตต์ บนเนื้อที่กว่า 2,962 ไร่ ของ ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา

โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

ไม่แปลกเลยที่ชาวบ้าน จ.สงขลา-ปัตตานี จะคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 2,200 เมกะวัตต์ บนเนื้อที่กว่า 2,962 ไร่ ของ ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา

นั่นเพราะ “โรงไฟฟ้าเทพา” ซึ่งถูกผลักดันอย่างหัวชนฝาอยู่ในขณะนี้ ใหญ่กว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ เกือบ 3 เท่า

ในขณะที่โรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ขนาด 800 เมกะวัตต์ ใช้เวลาศึกษาและจัดทำกระบวนการรับฟังความคิดเห็นถึง 3 ปี เพื่อให้ได้มาซึ่งร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แต่ก็ยังพบช่องโหว่อีกกว่า 100 ประเด็น

ทว่า โรงไฟฟ้าถ่านหิน อ.เทพา ขนาด 2,200 เมกะวัตต์ กลับใช้เวลาดำเนินการเพียง 8 เดือนเศษเท่านั้น

ระยะเวลา 8 เดือนเศษ นับตั้งแต่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (ค1) เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2557 จนมาถึงขั้นตอนการทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค3) เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการรับฟังความคิดเห็นครั้งสุดท้าย ก่อนเสนอให้คณะกรรมการผู้ชำนาญ
การ (คชก.) ในสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณา

ว่ากันเฉพาะประเด็นความเหมาะสมของพื้นที่ แน่นอนว่า อ.เทพา จ.สงขลา ไม่ได้มีคุณสมบัติดังกล่าวอยู่เลย มิเช่นนั้น กฟผ.คงเลือกดำเนินโครงการในพื้นที่แห่งนี้ตั้งแต่ต้น

หากแต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น คือมีความพยายามสร้างโรงไฟฟ้ามาแล้วถึง 4 พื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ อ.ละแม จ.ชุมพร อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช และ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช แต่ทั้งหมดถูกต่อต้านอย่างหนัก ขณะที่มีความพยายามจะก่อสร้างใน อ.ปะทิว จ.ชุมพร ด้วย แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา

หวยจึงมาออกที่ อ.เทพา จ.สงขลา ตามที่ปรากฏ

มากไปกว่านั้นก็คือ มีความเป็นไปได้สูงที่โครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจะเกิดขึ้นได้ในพื้นที่แห่งนี้ นั่นเพราะพ่อเมืองอย่าง ธำรงค์ เจริญกุล ผวจ.สงขลา ซึ่งกำลังจะเกษียณในเดือน ก.ย. 2558 ขานรับสนับสนุนอย่างออกนอกหน้า

ถึงกับประกาศว่า “โรงไฟฟ้าเทพาคือความภาคภูมิใจของคนเทพา” ท่ามกลางคราบน้ำตาของชาวบ้านผู้ที่ไม่มีปากมีเสียง

สวนทางโดยสิ้นเชิงกับข้อมูลของ กฟผ. เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2558 ที่ช่วยสำทับว่า ประเทศไทยมีไฟฟ้า “เพียงพอ” โดยไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอีก

เทียบเคียงตัวเลขให้เห็นชัดๆ เริ่มจาก กรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล มีกำลังการผลิต 2,698 เมกะวัตต์ ขณะที่ปริมาณความต้องการสูงสุดอยู่ที่ 10,040 เมกะวัตต์ ติดลบ 7,342 เมกะวัตต์

ภาคกลาง มีกำลังการผลิต 22,040 เมกะวัตต์ ใช้สูงสุด 10,440 เมกะวัตต์ เหลือ 11,600 เมกะวัตต์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีกำลังการผลิต 3,600 เมกะวัตต์ ใช้สูงสุด 3,468 เมกะวัตต์ เหลือ 132 เมกะวัตต์

ภาคเหนือ มีกำลังการผลิต 3,511 เมกะวัตต์ ใช้สูงสุด 2,727 เมกะวัตต์ เหลือ 784 เมกะวัตต์ และ ภาคใต้ มีกำลังการผลิต 2,881 เมกะวัตต์ ใช้สูงสุด 2,683 เมกะวัตต์ เหลือ 198 เมกะวัตต์

ประมวลตัวเลขข้างต้น พบว่าประเทศไทยมีไฟฟ้าเหลือใช้ถึง 5,372 เมกะวัตต์ (ถ้าสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่และเทพา จะเพิ่มขึ้นอีกถึง 3,000 เมกะวัตต์)

เมื่อพิจารณาตัวเลขกำลังการผลิตรวมทั้งหมดพบว่ามีประมาณ 34,730 เมกะวัตต์ (ตัวเลข กฟผ. คือ 34,870 เมกะวัตต์) ขณะที่ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดของระบบ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2558 เวลา 14.13 น. อยู่ที่ 27,139 เมกะวัตต์ เท่านั้น

หากเป็นไปตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (พีดีพี) ฉบับล่าสุด คือปี 2558-2579 จะพบว่า ประเทศไทยเพิ่มสัดส่วนการใช้ “ถ่านหิน” จากเดิม 15-20% เพิ่มเป็น 20-25% (ในอดีตก็ใช้ไม่เต็ม 15-20%)

นอกจากนี้ ในแผนยังเตรียมก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 31 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน 9 แห่ง โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 15 แห่ง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 2 แห่ง และโรงไฟฟ้ากังหันแก๊ส 5 แห่ง นำมาซึ่งพลังงานสำรองในปริมาณมากจนผิดปกติ

เกิดเป็นข้อเคลือบแคลงต่อวาทกรรมที่ได้ยินอย่างชินหู ทั้ง “ภาคใต้มีไฟฟ้าไม่พอ” หรือ “ก๊าซธรรมชาติไม่มั่นคง ต้องเพิ่มสัดส่วนถ่านหิน” แม้กระทั่ง “ถ่านหินสะอาด” ซึ่งทั่วโลกพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง

ทั้งหมดคือการผลิตซ้ำทางความเชื่อ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน-ธุรกิจถ่านหิน หรือไม่?

เพราะทุกวันนี้กำลังไฟฟ้าสำรองยังเหลืออยู่มากแต่ก็ยังจะสร้างเพิ่ม และมีไม่ต่ำกว่า 6 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ไทยที่ลงทุนอยู่ในเหมืองถ่านหิน ประเทศอินโดนีเซีย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท