
น้ำมันก็ร่วง
ในขณะที่โลกกำลังตื่นตระหนกกับราคาทองคำที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง และภาวะความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นของจีนนั้น ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันก็เรียกได้ว่าอยู่ในทิศทางขาลงที่ค่อนข้างแรงทีเดียว และลงกันแบบเงียบๆ ครับ โดยเฉพาะในเดือน ก.ค.ที่กำลังจะหมดลงไปนี้ ราคาน้ำมันดิบเบาที่ตลาดไนเม็กซ์ลดลงไปแล้วเกือบ 20% ราคาไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 47 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ในขณะที่โลกกำลังตื่นตระหนกกับราคาทองคำที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง และภาวะความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นของจีนนั้น ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันก็เรียกได้ว่าอยู่ในทิศทางขาลงที่ค่อนข้างแรงทีเดียว และลงกันแบบเงียบๆ ครับ โดยเฉพาะในเดือน ก.ค.ที่กำลังจะหมดลงไปนี้ ราคาน้ำมันดิบเบาที่ตลาดไนเม็กซ์ลดลงไปแล้วเกือบ 20% ราคาไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 47 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
อันที่จริงราคาน้ำมันนั้นถือว่าส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าของผู้บริโภคโดยตรงครับ ซึ่งไม่ควรจะละเลยอย่างยิ่ง หากย้อนกลับไปดูราคาน้ำมันเมื่อปีที่แล้วนั้น จะเห็นว่าราคาสูงสุดนั้นพุ่งขึ้นไปที่ 107 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในเดือน มิ.ย. 2014 ก่อนที่จะดิ่งเหวลงมาอยู่ที่ 43.46 ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นราคาก็พุ่งขึ้นมาบ้างเล็กน้อยไปอยู่ที่ 61 เหรียญสหรัฐ ก่อนที่ในเดือนนี้ ราคาน้ำมันจะหล่นมาอยู่แถวๆ 47 เหรียญสหรัฐอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนปัจจัยลบสำคัญที่มีต่อราคาน้ำมันก็คงเป็นปัจจัยเดิมๆ และดูเหมือนว่าจะเป็นปัจจัยที่จะฉุดให้ราคาน้ำมันลงกันยาวๆ
ด้วย เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆ ครับ
ประเด็นแรก ก็คือ การแข่งขันในสงครามราคาของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก (โอเปก) ที่ยังคงกำลังการผลิตเช่นเดิม เพื่อฉุดให้ราคาอยู่ในระดับต่ำต่อไป เพื่อไม่ให้การผลิตน้ำมันแบบเชลออยล์ในสหรัฐขึ้นมาแย่งตลาดในทวีปอเมริกาเหนือได้
แต่กระนั้นก็ตามดูเหมือนว่า บรรดาผู้ผลิตเชลออยล์ต่างก็ไม่ย่อท้อครับ เมื่อไรที่ราคารีบาวด์ขึ้นมา เมื่อนั้นเชลออยล์ก็กลับขึ้นมาอีก ซึ่งแน่นอนว่าการแข่งขัน และภาวะเช่นนี้กำลังทำให้ราคาน้ำมันตกต่ำลงอย่างยิ่ง
ประเด็นต่อมา ซึ่งเชื่อว่าน่าจะทำให้ราคาน้ำมันดิ่งกันยาวๆ ก็เป็นผลมาจากข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านและมหาอำนาจที่ประสบผลสำรวจไปเมื่อต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้ข้อตกลงนั้นจะเปิดทางให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันได้อย่างเต็มกำลังอีกครั้งหนึ่ง นั่นหมายความว่าปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลกจะยังอยู่ในสภาพล้นตลาดต่อไป และสร้างแรงกดดันให้กับราคาไม่น้อย
สุดท้าย ก็คือ สภาพเศรษฐกิจโลกที่ซบเซาเหลือเกินครับ ทำให้ความต้องการน้ำมันในหลายๆ ประเทศเศรษฐกิจหลักของโลกไม่อู้ฟู่นัก เมื่อดีมานด์ไม่แข็งแรง ซัพพลายก็หดตัว
ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคทั่วโลกที่ราคาน้ำมันตกต่ำลง แต่เป็นงานหนักของรัฐบาลต่างๆ ทั่วโลกเช่นกัน ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ราคาน้ำมันที่ต่ำลงนั้นไปฉุดเอาดัชนีเงินเฟ้อให้ต่ำเกินไปจนเข้าสู่ภาวะเงินฝืดได้ครับ







