posttoday
กม.ที่เป็นคุณของชาติในภาวะพิเศษ

กม.ที่เป็นคุณของชาติในภาวะพิเศษ

30 กรกฎาคม 2558

ปรากฏการณ์ที่ชายชาติทหารอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำแบบถ่อมตนว่า “ตัวเองไม่ใช่อัศวินขี่ม้าขาว” แต่เป็น “ม้าขาเป๋” นั้น นับว่าเป็นถ้อยคำที่มีมนต์ขลังอันจะทำให้ประชาชนชาวไทย ซึ่งมีอุปนิสัยเชียร์มวยรองอยู่แล้วเกิดความเห็นอกเห็นใจ ในความยากลำบากของนายกฯ ที่ต้องแบกรับภารกิจบริหารราชการแผ่นดินท่ามกลางปัญหารุมเร้าในทุกๆ ด้านดังเช่นปัจจุบัน

ปรากฏการณ์ที่ชายชาติทหารอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำแบบถ่อมตนว่า “ตัวเองไม่ใช่อัศวินขี่ม้าขาว” แต่เป็น “ม้าขาเป๋” นั้น นับว่าเป็นถ้อยคำที่มีมนต์ขลังอันจะทำให้ประชาชนชาวไทย ซึ่งมีอุปนิสัยเชียร์มวยรองอยู่แล้วเกิดความเห็นอกเห็นใจ ในความยากลำบากของนายกฯ ที่ต้องแบกรับภารกิจบริหารราชการแผ่นดินท่ามกลางปัญหารุมเร้าในทุกๆ ด้านดังเช่นปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีปัญหาย่อมต้องหาวิธีแก้ จงอย่าได้ท้อแท้เป็นอันขาด ผู้เขียนจึงอยากจะฝาก “บิ๊กตู่” ให้หนักแน่นอดทนเอาไว้ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่หวังดีต่อบ้านเมืองด้วยการยอมรับความจริงข้อหนึ่งตามที่เอ็ดมันด์ เบิร์ก (Edmund Burke) นักเขียน นักการเมืองชื่อดังที่มีฝีปากคมที่ได้รับการยกย่องเป็นปรัชญาเมธีทางการเมืองและรัฐบุรุษของชาวไอริช-อังกฤษ...ได้กล่าวไว้ว่า...

“ผู้ที่จะทำการใหญ่เพื่อส่วนรวม   

จะต้องอดทนต่อความล่าช้า

ละอายใจ ความผิดหวังอันอัปยศ

ถ้อยคำดูหมิ่นหยามเหยียด เสียดแทงใจ!

และร้ายที่สุดก็คือคำพิพากษาจากคนอื่นที่ไม่รู้จริง”

ทั้งนี้ ผู้เขียนยึดหลักการเขียนบทวิเคราะห์วิจารณ์ด้วยความเป็นกลาง โดยการพิเคราะห์ไตร่ตรอง พิจารณาชั่งน้ำหนักความหนักเบาแห่งกรณี ด้วยเหตุด้วยผลเพื่อการสรุปประเด็นที่ถูกต้องและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยปราศจากอคติใดๆ สิ่งใดที่รัฐบาลทำดี ก็อดที่จะชื่นชมมิได้ ยกตัวอย่างเช่น...

การที่รัฐบาลปัจจุบันได้ทำคลอดกฎหมายหลายฉบับที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองและประชาชนด้วยกลไกพิเศษ จนกลายเป็นผลงานอันควรชื่นชมของการปฏิรูปกฎหมายที่เป็นรูปธรรม เพราะเป็นที่ยอมรับกันว่า ถ้าไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้ทำการขับเคลื่อนแล้วไซร้ รัฐบาลปกติที่มิได้มีอำนาจพิเศษหรือรัฐบาลในภาวะพิเศษ คงไม่สามารถทำคลอดได้สำเร็จ จึงนับได้ว่าเป็นผลงานส่วนหนึ่งของการปฏิรูปกฎหมายเพื่อการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น และการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ อาทิ การคลอดกฎหมายน่าจับตาทั้งหลายที่กำลังจะบังคับใช้ดังนี้...คือ

1. พ.ร.บ.การปราบทุจริตคอร์รัปชั่นของ ป.ป.ช. ที่บัญญัติเพิ่มโทษในอัตราสูงสุดเพื่อให้ผู้คิดจะประพฤติมิชอบเกิดความหลาบกลัว

2. พ.ร.บ.ในเรื่องกำลังสำรอง ซึ่งยึดแนวทางต่างประเทศ มีเพียง 30% ส่วนที่เหลือเป็นกำลังสำรอง หากกรณีเกิดสงครามจึงเกณฑ์มาใช้งาน เพื่อประหยัดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็น

3. พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ (อยู่ในระหว่างพิจารณาร่าง) ซึ่งจะมีผลดีต่อการปฏิบัติราชการเพราะหากกฎหมายฉบับนี้ นโยบายใดที่ขัดแย้งกับยุทธศาสตร์ชาติจะกระทำมิได้ อันจะเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองและประชาชนในทางอ้อม

4.นโยบายการใช้อำนาจยึดคืนคลื่นความถี่ (ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์) จาก CAT 5 เมกะเฮิรตซ์ ให้กลับมาอยู่ที่ กสทช. เพื่อนำไปประมูล อันจะกลายเป็นมูลค่าสินทรัพย์มหาศาลของชาติ

5. พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกประชาชน ซึ่ง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลทำให้การติดต่อทำนิติสัมพันธ์กับหน่วยราชการสะดวกสบาย และมีเงื่อนเวลาสำหรับแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ ราชการ มิใช่แกล้งทำอย่างล่าช้า ทำให้เสียเวลาเช่นในยุคก่อนๆ

การเปิดตัวของกฎหมายทั้งหลายฉบับดังกล่าว นับเป็นนิมิตหมายใหม่ของระบบราชการที่น่ายินดี

ในที่นี้ขอกล่าวเฉพาะ พ.ร.บ.อำนวยฯ หรือ “คู่มือประชาชน” ซึ่งถือได้ว่าเป็นของขวัญชิ้นสำคัญที่รัฐบาลชุดนี้มอบแก่ประชาชนทุกคน เพราะวิถีชีวิตประจำวันของประชาชนต้องไปติดต่อก่อนิติสัมพันธ์กับหน่วยงานราชการเป็นประจำอยู่แล้ว การประกาศใช้กฎหมาย พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของราชการ พ.ศ. 2558 ซึ่งได้มีผลบังคับนับตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. 2558  เป็นต้นไป (รวม 18 มาตรา) ดังกล่าว

ผู้เขียนต้องขอยกเครดิตให้แก่ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นเสมือน “คุณากร” ของนักกฎหมาย ได้มีความห่วงใยปวงประชาและมองเห็นความสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ โดยการแจ้งให้ที่ประชุม
คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบว่า บัดนี้ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกฯ มีผลบังคับใช้แล้ว และต้องการเตือน ครม.ให้ไปเตือนข้าราชการใต้บัญชาทุกคนว่าให้เอาใจใส่ เพราะกฎหมายฉบับนี้มุ่งเน้นให้ความสะดวกแก่ประชาชน หลังจากต้องเจอกับความล่าช้าลำบากมายาวนาน โดยเฉพาะในอดีตข้าราชการใช้กันหลายมาตรฐานตามอำเภอใจ ต่อไปนี้ทำไม่ได้แล้ว ต้องเป็นไปตาม “คู่มือประชาชน”

ผู้เขียนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในประเด็นที่ว่า นอกจากจะอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ตามมาอันเป็นผลพลอยได้อันสำคัญยิ่ง คือ การลดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นไปได้ในตัวของมันเอง เนื่องจากประชาชนทุกคนมีความจำเป็นต้องมีการติดต่อกับทางราชการตั้งแต่เกิดจนตาย แต่หากมีการติดต่อแล้วล่าช้าไม่สะดวก ย่อมเป็นธรรมดาอยู่นั่นเองที่ต้องซื้อความสะดวก จึงเกิดเรื่องใต้โต๊ะเกิดเรื่องให้สินบาทคาดสินบนอยู่เป็นอาจิณ

ถ้าหากมี “คู่มือประชาชน” ฉบับดังกล่าว ที่กำหนดให้มีเวลาการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน จึงเป็นการตัดช่องทางไม่ชอบมาพากลไปได้มากทีเดียว

โดยสรุปในการสร้างกฎหมายใหม่หลายๆ ฉบับในครั้งนี้ นอกจากจะอำนวยประโยชน์สุขให้แก่ประชาชนแล้ว ยังเป็นกฎหมายเพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

การผลิตกฎหมายดีๆ หลายฉบับของรับบาลยุคนี้จนเกิดผลบังคับใช้ได้แล้วดังนี้ ทำให้คอการเมืองอย่าง “สมัครขาว” ดร.สมัคร เจียมบุรเศรษฐ์ อดีตเลขาฯ พรรคประชาธิปัตย์ยุค ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ผู้คร่ำหวอดทางการเมือง ถึงกับยกนิ้วให้ พร้อมกล่าวเสริมว่า รัฐบาลที่ดีต้องบริหารบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า และเสริมสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นภายในประเทศ อีกทั้งสามารถจัดระเบียบในการบริหาร โดยสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมด้วยการจัดสวัสดิการให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะต้องเป็นที่พึ่งและไว้วางใจของประชาชนให้จงใด้

ดังนั้น การที่รัฐบาลทำในสิ่งที่เป็นคุณต่อชาติและประชาชน ย่อมต้องชื่นชมแซ่ซ้องแต่หากทำไม่เข้าท่าเมื่อใด! ย่อมต้อง “ติเพื่อก่อ” ตามภาษิตโบราณบ้าง...ว่ามั้ย?!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท