
เลือกตั้ง'59ได้รัฐบาลใหม่ปี'60
กมธ.ยืดเวลาทำกฎหมายลูก 90 วัน รัฐบาล-คสช.อำนาจเต็มอยู่ยาวปีครึ่ง
กมธ.ยืดเวลาทำกฎหมายลูก 90 วัน รัฐบาล-คสช.อำนาจเต็มอยู่ยาวปีครึ่ง
กมธ.ยกร่างฯ เคาะเลือกตั้ง 90 วันหลังใช้กฎหมายให้ คสช.-ครม.มีอำนาจรักษาการ
ที่ประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) นำโดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.มีความเห็นร่วมกันขยายเวลาในการดำเนินการยกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.และการได้มาซึ่ง สว.ร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองและร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง จากเดิม 60 วัน เป็น 90 วัน หลังจากรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้
ขณะเดียวกันได้กำหนดให้มีการเลือกตั้ง สส.ภายใน 90 วัน และดำเนินการให้ได้มาซึ่ง สว.ภายใน 150 วัน นับตั้งแต่มีการประกาศใช้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ ซึ่งที่ประชุมคณะ กมธ.ยกร่างฯ คาดว่าจะมีการเลือกตั้ง สส.ในช่วงเดือน ก.ย. 2559 และจะมีรัฐบาลชุดใหม่ประมาณต้นปี 2560 ส่วนคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะปฏิบัติหน้าที่ไปและยังมีอำนาจโดยสมบูรณ์ทุกประการจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่
สำหรับเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิรูปและการสร้างความปรองดองนั้น คณะ กมธ.ยกร่างฯ ยังไม่มีข้อสรุปในเรื่องสัดส่วนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง แต่เห็นว่าในช่วงระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านของประเทศควรกำหนดให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ มีอายุการทำงานประมาณ 4 ปี
นอกจากนี้ คณะ กมธ.ยกร่างฯ ยังได้กำหนดกรอบการทำงานการร่างรัฐธรรมนูญด้วย โดยในวันที่ 5 ส.ค.จะประชุมเพื่อพิจารณาบันทึกเจตนารมณ์รายมาตราให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 11 ส.ค. จากนั้นวันที่ 13-14 ส.ค. จะทบทวนเนื้อหาและการเชื่อมโยงของแต่ละมาตราทั้งหมดให้มีความสอดคล้องกัน ส่วนวันที่ 17-19 ส.ค.จะเชิญตัวแทนของผู้ยื่นคำขอแก้ไขทั้ง 9 กลุ่มมารับฟังเหตุผล โดยทั้งหมดจะไม่มีสิทธิขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญได้อีก ไม่ว่าจะเป็นที่มานายกรัฐมนตรี การได้มาซึ่ง สส.และ สว. จากนั้นคณะ กมธ.ยกร่างฯ จะเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณาในวันที่ 21 ส.ค.ต่อไป
นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง กล่าวถึงการลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งจะต้องมีการหารือกันก่อน หลังจากที่ได้ร่างรัฐธรรมนูญร่างสุดท้ายจากคณะ กมธ.ยกร่างฯ จึงจะมีความชัดเจนถึงทิศทางการลงมติของ สปช.
“ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังร่างอยู่ขณะนี้ควรมีกลไกในการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ในเรื่องของการตรวจสอบมีความอ่อนแอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2540” นายสมบัติ กล่าว
ด้าน นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. กล่าวว่า ขณะนี้ สปช.ได้มีการเร่งขับเคลื่อนงานปฏิรูปในทุกๆ ด้านให้เสร็จก่อนการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ และในวันที่ 13 ส.ค.ทาง สปช.จะมีการรายงานเรื่องแผนการปฏิรูปทั้งหมด ที่โรงแรมเซ็นทาราศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ







