posttoday
Tier 3 กระทบภาพลักษณ์ประเทศ ฉุดสินค้าส่งออกของไทย

Tier 3 กระทบภาพลักษณ์ประเทศ ฉุดสินค้าส่งออกของไทย

29 กรกฎาคม 2558

โดย...โชติกา ชุ่มมี

โดย...โชติกา ชุ่มมี

เมื่อคืนวันที่ 27 ก.ค. 2558 ตามเวลาของสหรัฐ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ได้ประกาศผลการจัดอันดับการค้ามนุษย์ประจำปี 2558 (TIP Report) โดยไทยยังคงถูกจัดอันดับให้อยู่ที่ Tier 3 ตามเดิมเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีสถานการณ์การค้ามนุษย์ในระดับเลวร้ายที่สุด โดยไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับซีเรีย เกาหลีเหนือ ซิมบับเว และแอฟริกากลาง เป็นต้น

สหรัฐจัดอันดับไทยอยู่ที่ Tier 3 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันใน TIP Report 2015 โดยให้เหตุผลว่าไทยไม่มีความคืบหน้าและความพยายามในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง และปัญหาการค้ามนุษย์ในไทยก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลไทยจะมีการสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้เข้ามาแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในหลายด้าน ตั้งแต่ด้านนโยบายที่ได้มีการประกาศให้การต่อต้านการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ และมีการแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ รวมไปถึงการเข้าจับกุมและดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์อีกหลายราย

แต่อย่างไรก็ดี การจัดอันดับดังกล่าวเป็นการประเมินจากข้อมูลที่เก็บถึงแค่สิ้นเดือน มี.ค. โดยช่วงก่อนหน้านั้นเป็นช่วงที่ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเห็นได้ชัดมากนัก ซึ่งอาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไทยยังถูกจัดอันดับให้อยู่ที่ Tier 3 ต่อในปีนี้

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) มีความเห็นว่า การที่ไทยยังอยู่ใน Tier 3 ต่อไปไม่น่าจะกระทบต่อการส่งออก แต่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศและสินค้าไทยที่ส่งออกไปทั่วโลก

ดังนั้น การถูกคงอันดับไว้ที่ Tier 3 ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ทุกภาคส่วนต้องหันมาแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจังมากขึ้น สำหรับผลกระทบในแง่อื่นๆ เช่น การคว่ำบาตร หรือการจำกัดความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการให้เงินทุนนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ภายใน 90 วันหลังจากนี้

จับตาการทบทวนสถานะใบเหลืองในเรื่อง IUU Fishing จากกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ในเดือน ต.ค.นี้ การที่ไทยยังคงถูกจัดอันดับให้อยู่ใน Tier 3 นั้น อาจเป็นประเด็นให้อียูมองว่าไทยยังคงมีปัญหาการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมประมงอยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการพิจารณาคงใบเหลืองและเพิ่มโอกาสในการโดนคว่ำบาตรการค้าสินค้าประมงจากไทยได้

อีไอซีคาดมูลค่าการส่งออกไทยปีนี้จะหดตัวลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 มูลค่าการส่งออกไทยในช่วงครึ่งแรกของปีหดตัวลงแล้วกว่า 4.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

การส่งออกไทยได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ การถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ในทุกหมวดสินค้าจากสหภาพยุโรป อีกทั้งการย้ายฐานการผลิตของกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ออกจากประเทศไทยหลังค่าแรงในประเทศปรับสูงขึ้น และทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านราคา ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบระยะยาวต่อการส่งออก

ทั้งนี้ ปัจจัยที่จะช่วยพยุงการส่งออกของไทยในระยะต่อไปของปีนี้ไม่ให้หดตัวลงรุนแรงจะมาจากทิศทางค่าเงินบาทที่อ่อนลง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการส่งออกสินค้าที่มีการแข่งขันด้านราคาสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าเกษตร อีกทั้งผลของฐานราคาน้ำมันที่จะกลับมาอยู่ในระดับปกติในช่วงไตรมาส 4 และการส่งออกรถยนต์ที่คาดว่าผลของการออกรถกระบะรุ่นใหม่จะเป็นแค่เพียงปัจจัยชั่วคราวที่กดดันการส่งออกของไทย

กระทรวงพาณิชย์ รายงานมูลค่าการส่งออกไทยเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 18,161.6 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวลงถึง 7.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 3 ปี ส่งผลให้ในครึ่งแรกของปีนี้ส่งออกไทยหดตัวแล้วกว่า 4.8% ด้านมูลค่าการนำเข้าเดือน มิ.ย.นั้น อยู่ที่ 18,011.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวลงเล็กน้อยที่ 0.2% ทำให้ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่าการนำเข้าหดตัวลงราว 7.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านดุลการค้าเดือน มิ.ย. ยังคงเกินดุลต่อเนื่องมาจากเมื่อเดือนก่อนหน้า โดยอยู่ที่ 150 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ในครึ่งแรกของปีไทยเกินดุลการค้า 3,472.7 ล้านเหรียญสหรัฐ

มูลค่าการส่งออกสินค้าหลักของไทยหดตัวลงรุนแรงในเดือน มิ.ย. นำโดยมูลค่าการส่งออกรถยนต์และส่วนประกอบที่กลับมาหดตัวอีกครั้งกว่า 19.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการส่งออกรถกระบะและรถบรรทุกที่ลดลงถึง 48.3% ซึ่งทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) คาดว่าเป็นผลมาจากการเปลี่ยนรุ่นรถกระบะ จึงทำให้ยังไม่สามารถผลิตและส่งออกรถกระบะได้เต็มกำลัง

ด้านการส่งออกคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบหดตัวลง 2.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากการส่งออกจานแม่เหล็กสำหรับคอมพิวเตอร์ที่ลดลงราว 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อีกทั้งการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้ายังได้รับผลกระทบจากการย้ายฐานการผลิตโทรทัศน์ ส่งผลให้ในเดือน มิ.ย. หดตัวลงอีกกว่า 5.9% ในขณะที่การส่งออกสินค้าที่เชื่อมโยงกับน้ำมันก็ยังคงได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่หดตัว ทำให้การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ และพลาสติกในเดือน มิ.ย. หดตัวลงกว่า 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 24% และ 8% ตามลำดับ

ด้านการส่งออกสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่ลดลง โดยมูลค่าการส่งออกข้าวและน้ำตาลหดตัวลงที่ 21.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 12.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ ถึงแม้ว่าปริมาณการส่งออกจะขยายตัวก็ตาม ด้านการส่งออกอาหารทะเลแปรรูปและแช่แข็งในเดือน มิ.ย. ยังคงลดลงราว 10.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากการถูกกดดันด้านการทำประมงผิดกฎหมายจากสหภาพยุโรป ทั้งนี้ เริ่มมีสัญญาณบวกจากทิศทางราคายางพาราในเดือน มิ.ย. โดยมูลค่าการส่งออกยางพาราในเดือนนี้กลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี ที่ 4.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ