posttoday
กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ของประเทศอาเซียน (ตอนจบ)

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ของประเทศอาเซียน (ตอนจบ)

29 กรกฎาคม 2558

โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

เรื่องสำคัญๆ เกี่ยวกับกฎหมายเครื่องหมายการค้าส่วนใหญ่ได้กล่าวถึงไปแล้วในทั้งสองฉบับที่ผ่านมา แต่ผู้เขียนเห็นว่ามีประเด็นที่น่าจะเป็นประโยชน์และควรทราบไว้อีกบางประเด็น เช่น

1.การขอต่ออายุทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว เพราะถึงแม้ว่าในทุกประเทศสมาชิกอาเซียน ยกเว้นสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จะกำหนดให้การคุ้มครองเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วมีอายุ 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ยื่นขอจดทะเบียน แต่ก็สามารถยื่นขอต่ออายุได้ทุกๆ 10 ปี ซึ่งในกรณีของประเทศไทยนั้นจะต้องยื่นคำขอต่ออายุต่อนายทะเบียนภายใน 3 เดือนก่อนวันสิ้นอายุ หรืออาจยื่นขอต่ออายุต่อนายทะเบียนภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่วันสิ้นอายุ โดยเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มร้อยละ 20 ซึ่งหากเป็นบริษัทใหญ่ๆ ที่การทำงานมีระบบแล้ว จะไม่มีปัญหาในเรื่องการขอต่ออายุทุก 10 ปี แต่บริษัทเล็กๆ หรือเอสเอ็มอีบางทีจะลืมยื่นขอต่ออายุ ซึ่งทำให้การคุ้มครองหมดไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อเกิดปัญหามายื่นขอต่อใหม่ก็ต้องผ่านกระบวนการอีก และต้องใช้เวลาพอสมควร ส่วนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาในปัจจุบันยังต้องยื่นขอต่ออายุทุก 2 ปี ดังกล่าวไว้ในฉบับที่แล้ว

2.เรื่องการขอถือสิทธิย้อนหลัง โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นสมาชิกพิธีสารมาดริด เนื่องจากการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น สามารถยื่นขอจดในประเทศหนึ่งก่อนได้ แล้วจึงมายื่นขอจดในประเทศอื่นๆ บางครั้งผู้ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่มีบริษัทตั้งอยู่ในหลายประเทศอาจขอให้ตัวแทน หรือบางครั้งตัวแทนเองจะทราบว่าประเทศไหนพิจารณาเร็วของ่ายก็จะไปยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศนั้นๆ ก่อน ในกรณีเช่นนี้ประเทศสมาชิกอาเซียนส่วนใหญ่จะอนุญาตให้ขอคุ้มครองย้อนหลังได้จนถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศแรก ถึงแม้อาจจะมีประเด็นเงื่อนไขรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง เช่น ในกรณีของประเทศไทยจะต้องยื่นขอจดทะเบียนในประเทศไทยภายใน 6 เดือน นับแต่การยื่นครั้งแรกในต่างประเทศ เช่นเดียวกับประเทศบรูไนดารุสซาลาม สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ราชอาณาจักรกัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เนื่องจากประเทศเหล่านี้ถ้าไม่เป็นภาคี อนุสัญญากรุงปารีส (Paris Convention) ก็เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO : World Trade Organization) ซึ่งความตกลงหรือองค์กรเหล่านั้นได้กำหนดแนวทางหลักๆ ไว้ให้สมาชิกปฏิบัติตาม และก็อีกเช่นเคยที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาได้มีกฎหมายในเรื่องเครื่องหมายการค้าแตกต่างออกไป กล่าวคือในกรณีนี้ในกฎหมายของเขาไม่ได้มีบอกไว้ชัดเจนว่าจะขอสิทธิการคุ้มครองย้อนหลังได้หรือไม่ เช่นเดียวกับการประกาศโฆษณาที่ไม่มีข้อกำหนดเรื่องระยะเวลาการประกาศโฆษณา เพียงแต่ให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ทำการประกาศโฆษณาความเป็นเจ้าของเครื่อง
หมายการค้านั้นผ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น

3.ระยะเวลาของการประกาศโฆษณาและการคัดค้านนับเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ประเทศสมาชิกอาเซียนมีการกำหนดระยะเวลาที่ต่างกันบ้าง เช่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย ให้มีการประกาศโฆษณาเป็นระยะเวลา 2 เดือน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียคัดค้านคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ส่วนอินโดนีเซียให้ประกาศโฆษณา 3 เดือน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้คำว่าประกาศโฆษณานั้นคนทั่วไปจะเข้าใจว่าเป็นการประกาศโฆษณาลงหนังสือพิมพ์ หรือสื่อต่างๆ ซึ่งที่จริงแล้วหากเจ้าของเครื่องหมายการค้าไปตามดูในสื่อเหล่านั้นจะไม่สามารถตรวจสอบได้เลย เนื่องจากที่เรียกว่าประกาศโฆษณานั้น เป็นการประกาศในเอกสารของกระทรวง ทบวง กรม ที่มีหน้าที่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า หรือติดประกาศไว้ตามกระทรวง ทบวง กรม ดังกล่าว การติดตามตรวจสอบประกาศโฆษณาจึงต้องไปดูตามสถานที่เหล่านั้น ยกเว้นสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาที่กำหนดให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นๆ ประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นดังกล่าวแล้วข้างต้น ส่วนประเทศอื่นๆ ที่ภาคราชการเป็นผู้ลงประกาศโฆษณานั้นจะติดประกาศลงในเอกสารทางราชการของหน่วยงาน และลงในเว็บไซต์ของหน่วยงานเท่านั้น เนื่องจากการลงประกาศในสื่อต่างๆ จะมีปัญหาค่าใช้จ่ายเพราะต้องลงประกาศติดต่อกันเป็นเวลา 2–3 เดือน

ประเด็นที่ยกตัวอย่างมาทั้ง 3 ข้อข้างต้นนั้น ผู้เขียนคิดว่าน่าจะครอบคลุมประเด็นสำคัญๆ ที่ควรทราบเพิ่มเติมจากที่กล่าวไปในทั้งสองฉบับก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งน่าจะเพียงพอและสามารถจบเรื่องเครื่องหมายการค้าของประเทศอาเซียนไว้ในฉบับนี้ได้แล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท