posttoday
ความต่าง ‘รัฐบาลรัฐประหาร’ กับ ‘รัฐบาลประชาธิปไตย’

ความต่าง ‘รัฐบาลรัฐประหาร’ กับ ‘รัฐบาลประชาธิปไตย’

29 กรกฎาคม 2558

โดย...รศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม

โดย...รศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม

ผมเข้าใจว่ารัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหารกรณีของประเทศไทยในปัจจุบันอาสาจะเข้ามาปัดกวาดประเทศในสิ่งที่ประชาชนคาดหวังไว้เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศโดยวิธีการพิเศษ

เราจึงเห็นว่าคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล หลายคำสั่งเป็นคำสั่งที่ถือว่าใช้อำนาจพิเศษเข้ามาจัดการปัญหาต่างๆ ของประเทศ เพื่อให้การแก้ปัญหามีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศใช้กฎอัยการศึก ใช้อำนาจรัฐบาลตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราวเข้ามาจัดการปัญหาของประเทศในหลายปัญหา

ผมจึงเข้าใจว่า รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารย่อมเป็นรัฐบาลที่ต้องมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการจัดการแก้ไขปัญหาใดปัญหาหนึ่งหรือหลายๆ ปัญหาให้บรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จลุล่วงไปตามเป้าหมายและทำให้ประชาชนรู้สึกว่าสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศที่หมักหมมมาเป็นเวลานานนั้นได้ถูกแก้ไขปัดกวาดด้วยอำนาจวิธีพิเศษจริงๆ นี่คือ “การปฏิรูปประเทศที่เกิดจากการใช้อำนาจพิเศษ”

ส่วนแนวทางการปฏิรูปประเทศที่กำลังดำเนินการเสนอแนวทางการปฏิรูปในหลายๆ เรื่องนั้น ผมจึงยังเห็นว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ควรใช้เวลาในการจัดการกับกลุ่มเคลื่อนไหวที่สร้างความวุ่นวายมาจัดลำดับความสำคัญของข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศว่ามีประเด็นใดหรือเรื่องใดสำคัญที่สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงทีในสมัยที่ตนเองยังมีอำนาจเพื่อจะดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายของการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะการเลือกใช้อำนาจโดยวิธีพิเศษมาจัดการกับแนวทางการปฏิรูปประเทศที่กล่าวมา

อย่างไรก็ตาม คสช.และรัฐบาลในฐานะมาจากการรัฐประหารต้องแสดงให้เห็นถึงมีนโยบายที่เป็นเป้าหมายสำคัญที่ถือว่าเป็นวาระของชาติ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของคนไทยให้ก้าวไปสู่เป้าหมายเดียวกันที่ต้องกระทำกันอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ เป็นต้นว่า เป้าหมายในการเชิดชูและรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ควรจะมีเป้าหมายในการเผยแพร่ให้เด็กรุ่นใหม่ได้ตระหนักและรับรู้ถึงพระราชกรณียกิจที่พระองค์ท่านได้กระทำเป็นแบบอย่างแก่คนไทย

การปลูกฝังอุดมการณ์ความมีระเบียบวินัย การรักษากฎหมายที่จะต้องร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคราชการ การรณรงค์เรื่องค่านิยมที่ถูกเสนอโดยนายกรัฐมนตรีทั้ง 12 ประการ และให้ภาคส่วนต่างๆ นำไปปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง จับต้องได้ในประการใดประการหนึ่ง โดยเฉพาะส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ควรจะกระทำเป็นแบบอย่างตลอดจนการรณรงค์แบบอย่างการน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวันในครอบครัว ในชุมชนท้องถิ่น และดำเนินการยกย่องเชิดชูกับบุคคล ชุมชน ที่กระทำตนเป็นแบบอย่างให้เป็นที่ประจักษ์ เป็นต้น

ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมานี้ ผมจึงเห็นว่ารัฐบาลควรจะต้องดำเนินการด้วยวิธีพิเศษให้เห็นผลกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการให้กลไกต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคส่วนราชการ ภาคส่วนใช้การท้องถิ่น และภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในฐานะเป็นเครื่องมือของรัฐ ต้องดำเนินการกันอย่างจริงจังให้เห็นผล และถ้าทำไม่ได้ต้องมีมาตรการลงโทษเพราะเห็นว่าข้าราชการบางส่วนไม่ขานรับนโยบาย “กระทำตนแบบเกียร์ว่าง” ทั้งนี้เพราะรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหารนั้นต้องมุ่งเน้นประสิทธิภาพ ผลสัมฤทธิ์ของการแก้ไขปัญหาประเทศมากกว่าวิธีการอื่นๆ

จึงพึงระลึกไว้เสมอว่า รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารมิใช่รัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย และหากการทำงานของรัฐบาลจะดำเนินการกระทำโดยวิธีการประชาธิปไตยก็ยากที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาประเทศให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย และผมเห็นปรากฏการณ์หลายอย่างของรัฐบาลในการเข้าไปแก้ปัญหาประเทศบางอย่างที่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายตามที่คาดหวังได้ ก็เพราะส่วนหนึ่งมัวไปพะวักพะวนเรื่องความเป็นประชาธิปไตยมากเกินไป

อย่างไรก็ตาม ผมไม่ค่อยมุ่งหวังแนวทางการปฏิรูปประเทศที่ดำเนินการโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติมากนัก เพราะในที่สุดแนวทางที่ถูกเสนอกันนั้นอาจจะกลายเป็นแนวทางปฏิรูปประเทศที่อยู่ในแผ่นกระดาษ (Paper Work) ซึ่งก็ไม่แน่ใจนักว่าภายหลังจากการคืนอำนาจของ คสช.และรัฐบาลให้กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเขาจะได้นำแนวทางการปฏิรูปประเทศที่ดำเนินการไปสู่การปฏิบัติได้มากน้อยเพียงใด แนวคิดแบบนี้จะหวังอนาคตข้างหน้าได้ยากมาก

ผมจึงเห็นว่าการปฏิรูปประเทศของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะเกิดมรรคผลตามที่คาดหวังไว้นั้นควรมีเป้าหมายในการดำเนินการทำให้เป็นไปตามแผนและยุทธศาสตร์ที่สามารถตอบโจทย์การรัฐประหาร ซึ่งอาจจะใช้อำนาจพิเศษที่มีอยู่เข้าดำเนินการให้เป้าหมายไปสู่รูปธรรม และความสำเร็จจึงต้องมีระยะเวลาเพียงพอในการจัดการปัญหาต่างๆ แม้แต่การจัดให้มีการตั้งสภาการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ต้องทำให้สภานี้เป็นสภาที่เป็นที่ปรึกษา เป็นสภาที่รวมผู้ที่สามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และเป้าหมายการปฏิรูปประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและชัดเจนเกิดผลในทางปฏิบัติที่จับต้องได้

สิ่งที่พึงตระหนักและให้ความสำคัญก็คือ การต้องปฏิรูปประเทศเพื่อปัดกวาดประเทศในการแก้ปัญหาที่หมักหมมมาเป็นเวลานานให้ทุเลาเบาบางลงไปหรือหมดไปโดย
รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารที่ต้องใช้ทุกวิถีทางทั้งวิถีทางอำนาจพิเศษและวิถีทางกลไกส่วนต่างๆ ที่มีอยู่เข้าดำเนินการในสิ่งที่ตอบได้ว่า รัฐบาลประชาธิปไตยทำได้ยากเพื่อจะอธิบายให้ประชาชนคนไทยเข้าใจว่ารัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารสามารถดำเนินการปัดกวาดประเทศในบางประเด็นได้ดีกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยซึ่งจะกระทำให้การรัฐประหารไม่ถูกเรียกว่า “ทำให้เสียของ”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท