
คลังจี้รัฐเร่งลงทุนฟื้นเชื่อมั่น
คลังฝากความหวังเบิกจ่ายโครงการรัฐ ยิ่งลงทุนเร็วยิ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจครึ่งปีหลังได้
คลังฝากความหวังเบิกจ่ายโครงการรัฐ ยิ่งลงทุนเร็วยิ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจครึ่งปีหลังได้
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การปรับประมาณการเศรษฐกิจครึ่งปีหลังขยายตัว 3% จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อาทิ ความรวดเร็วของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเรียกความเชื่อมั่นในการลงทุนภาคเอกชนให้กลับมาได้ นอกจากนี้ ยังมีการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังอ่อนแอ ความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้าย อัตราแลกเปลี่ยนและทิศทางราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลก โดยเฉพาะราคาสินค้าเกษตร
“การเร่งรัดการเบิกจ่ายของรัฐบาลจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังต่อเนื่อง หลังจากที่การเบิกจ่ายเริ่มขยายตัวตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีนี้ การลงทุนโครงการต่างๆ มีความชัดเจน ทั้ง โครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ โครงการบริหารจัดการน้ำ และโครงการพัฒนาระบบขนส่งทางถนน และการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศที่มีนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เป็นประธาน จะช่วยให้การลงทุนภาครัฐดำเนินการได้เร็วขึ้น” นายกฤษฎา กล่าว
น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สศค. กล่าวว่า การประมาณการเศรษฐกิจไทยล่าสุดมีการปรับลดการขยายตัวของประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทยลดลงเหลือ 3.61% ค่าเงินบาทอยู่ที่ 33.95 บาท/เหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงกว่าที่ประมาณการไว้เดิม ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.50%
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า มีโอกาสที่จะปรับลดประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้ลง จากที่คาดว่าจะโต 3% เนื่องจากการส่งออกมีแนวโน้มติดลบหนักกว่าเดิม ที่คาดว่าจะติดลบ 1.7% แต่หลังจากการส่งออกเดือน มิ.ย. ออกมาติดลบ 7.8% จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ฉุดตัวเลขจีดีพีในปีนี้
“เดิมคาดว่าส่งออก มิ.ย. ติดลบประมาณ 5% แต่ตัวเลขออกมาติดลบเกิน 7% ถึงกับเครียด เพราะลบ 5% เลวร้ายสุดแล้ว ถือเป็นการปิดประตูความหวังส่งออกเป็นบวกโดยปริยาย ตอนนี้ก็ดูแค่ว่าจะติดลบมากแค่ไหน ต้องจับตาการส่งออกเดือน ก.ย. อาจติดลบมากกว่านี้ เพราะฐานเมื่อ ก.ย. 2557 สูง มีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท สูงที่สุดของปีที่แล้ว” นายเบญจรงค์ กล่าว







