
สวดยับรายงานค้ามนุษย์มะกันอิงผลประโยชน์
หลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลสหรัฐนำโดยประธานาธิบดี บารัก โอบามา เห็นแก่ผลประโยชน์มากกว่า
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ภายหลังจากการประกาศรายงานการค้ามนุษย์ของสหรัฐ (ทีไอพี) ที่คงระดับการค้ามนุษย์ของไทยไว้ที่ระดับต่ำสุด คือ เทียร์ 3 ในขณะที่ยกระดับการค้ามนุษย์ของมาเลเซียและคิวบาขึ้นเป็นระดับเทียร์ 2 เฝ้าระวัง ส่งผลให้หลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลสหรัฐนำโดยประธานาธิบดี บารัก โอบามา เห็นแก่ผลประโยชน์มากกว่า
องค์กรพันธมิตรเพื่อยุติแรงงานทาสและการค้ามนุษย์ (เอทีอีเอสที) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สหรัฐ เปิดเผยว่า การตัดสินใจยกระดับการค้ามนุษย์มาเลเซียดังกล่าวนั้นไม่มีความน่าเชื่อถือ และเห็นแก่ผลประโยชน์ทางด้านการเมือง เนื่องจากในมาเลเซียยังมีเด็ก ผู้หญิง และชายหลายคนที่เสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์
เอทีอีเอสที ระบุว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโอบามากำลังอยู่ระหว่างการเจรจาการค้าหุ้นส่วนยุทธศาสตร์แปซิฟิก (ทีพีพี) จึงมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะปรับขึ้นประเทศที่กำลังเจรจาการค้าและอยู่ในอันดับเทียร์ 3 ให้ขึ้นมาเป็นเทียร์ 2 โดยไม่มีความพยายามมากพอในการจัดการปัญหาแรงงานทาสและการบังคับค้าประเวณีในระดับเดียวกับประเทศอื่นที่อยู่ในระดับเทียร์ 2
อย่างไรก็ตาม ในรายงานดังกล่าวของสหรัฐระบุว่า มาเลเซียมีความพยายามมากพอที่จะแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์
“มาเลเซียถูกลดระดับในปีที่แล้ว และไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนหลักๆ ซึ่งแท้จริงแล้วมีเหตุการณ์บังคับใช้แรงงาน หลุมศพ และค่ายทาสที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา กลายเป็นการสร้างตำหนิให้ตำนานของโอบามา ที่โอบามาเลือกที่จะสนับสนุนการค้ามากกว่าสิทธิมนุษยชน” เมลิซา สเปอร์เบอร์ ผู้อำนวยการเอทีอีเอสที กล่าวและระบุว่า การยกระดับให้มาเลเซียเป็นไปด้วยความไม่ยุติธรรม
นอกจากนี้ สเปอร์เบอร์ ยังระบุอีกด้วยว่า สหรัฐ ซึ่งอยู่ในระดับเทียร์ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 6 ในเร็วๆ นี้เอง ก็มีข่าวการบังคับใช้แรงงานทาสในอุตสาหกรรมเกษตรและสปาเล็บ ดังนั้นสหรัฐจึงควรมีมาตรการต่างๆ เพื่อจัดการให้ห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐปราศจากการค้ามนุษย์และการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ขณะเดียวกัน มัวไรซ์ มิดเดิลเบิร์ก ผู้อำนวยการองค์กรฟรีเดอะสเลฟส์ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรนานาชาติ เปิดเผยว่า การจัดอันดับจะต้องปราศจากปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือไปจากการพยายามยุติการค้ามนุษย์ ดังนั้นทีไอพีจึงต้องสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าและความเป็นมืออาชีพ
“ทาสไม่ใช่เหรียญต่อรองสำหรับผลประโยชน์ด้านการค้าหรือผลประโยชน์อื่นๆ” มิดเดิลเบิร์ก กล่าว
ด้าน แมทธิว เอฟ สมิธ ผู้อำนวยการฟอร์ติฟาย ไรท์ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เปิดเผยว่า สหรัฐดำเนินการด้วยผลประโยชน์ด้านการเมือง เพื่อช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าอย่างชัดเจน
“สหรัฐได้ส่งข้อความออกไปแล้วว่า ‘การค้าชนะสิทธิมนุษยชน’”สมิธ กล่าว
สอดคล้องกับ โรเบิร์ต เมเนนเดซ วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต เปิดเผยว่า รายงานดังกล่าวมีการใช้ปัจจัยด้านการเมืองเหนือการใช้ปัจจัยพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยธรรม และการยกระดับมาเลเซียและคิวบานับเป็นการให้การรับรองด้านสิทธิมนุษยชนแก่ประเทศที่ล้มเหลวในการยกระดับจริยธรรมพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม ด้าน ซาราห์ ซีเวลล์ ปลัดกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฝ่ายสิทธิมนุษยชน ออกมาปฏิเสธเรื่องการยกระดับให้กับมาเลเซียเนื่องจากผลประโยชน์ในการค้าทีพีพี พร้อมกับระบุว่า รายงานดังกล่าวจัดทำขึ้นในเดือน มี.ค. ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์การขุดพบหลุมศพและค่ายทาสที่มาเลเซียในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
“จุดมุ่งหมายนโยบายการค้าของสหรัฐยังคงอยู่ในข้อตกลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อคงการเจรจาเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน”ซีเวลล์ กล่าว
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า โอบามามีเวลา 90 วันนับตั้งแต่เปิดเผยรายงานการค้ามนุษย์ทีไอพีในการตัดสินใจคว่ำบาตรบรรดาประเทศที่อยู่ในระดับเทียร์ 3 ที่เป็นระดับที่รัฐบาลของประเทศนั้นๆ ไม่สนใจมาตรฐานและกฎหมายของนานาชาติ รวมถึงไม่มีความพยายามมากพอที่จะจัดการกับปัญหาการค้ามนุษย์
ทั้งนี้ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ประเมินว่า อุตสาหกรรมการค้ามนุษย์มีมูลค่ามากถึง 1.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.2 ล้านล้านบาท) และเป็นการค้าประเวณีเพียงอย่างเดียวถึง 9.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ในรายงานค้ามนุษย์ของสหรัฐระบุว่า ราว 20 ล้านคน ต้องตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์







