posttoday
ปรับครม.ลดกระแสยื้อเวลาอีกยก​

ปรับครม.ลดกระแสยื้อเวลาอีกยก​

28 กรกฎาคม 2558

นับเป็นอีกก้าวย่างที่ “สำคัญ” และ “จำเป็น” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับการปรับคณะรัฐมนตรี

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

นับเป็นอีกก้าวย่างที่ “สำคัญ” และ “จำเป็น” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับการปรับคณะรัฐมนตรี เพื่อเร่งฟื้นความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)​ ลุยต่ออีกยกในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ซึ่งไม่รู้ว่าการตัดสินใจปรับ ครม.ครั้งนี้จะส่งผลมากน้อยแค่ไหน

ทั้งในแง่กรอบเวลาซึ่งผ่านการบริหารงานมาใกล้จะครบหนึ่งปีบริบูรณ์ หลายอย่างเริ่มเห็นหน้าเห็นหลัง เห็นฝีไม้ลายมือ ความตั้งใจ รวมถึงผลงานของแต่ละกระทรวงได้ชัดเจน

อีกด้านหนึ่งมรสุมรุมเร้าเวลานี้ จนรัฐบาลสะบักสะบอมอย่างหนัก หากปล่อยปละไม่ดำเนินการอะไรเลย ย่อมมีแต่จะฉุดคะแนนนิยมทั้งตัว พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลให้ดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ แถมจะพาน​สะเทือนไปถึงทั้งเรื่องการปฏิรูปและรัฐธรรมนูญให้ไม่เป็นที่ยอมรับไปด้วย

การปรับ ครม.ในจังหวะนี้ จึงถือเป็นการลดแรงกดดันไม่ให้ตกมายังรัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ แบบเต็มๆ พร้อมกับซื้อเวลาให้ชาวบ้านได้ลุ้นกับผลงาน ครม.ชุดใหม่กันอีกยกหนึ่ง

จับอาการจากสังคมเวลานี้ ​เป้าใหญ่ขณะนี้หนีไม่พ้นเรื่องเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การส่งออก ปัญหาปากท้อง ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ที่พันกันยุ่งเหยิง จนจีดีพีย่ำแย่กว่าที่เคยประเมิน

สอดรับกับผลสำรวจจากสวนดุสิตโพล ที่เห็นว่า 3 กระทรวงที่ควรมีการปรับเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีอันดับแรก ได้แก่ กระทรวงการคลัง 86.77% เพราะสภาพเศรษฐกิจการค้าการลงทุนยังคงย่ำแย่ ในภาพรวมยังไม่สามารถแก้ปัญหาให้ดีขึ้นได้ ฯลฯ

อันดับ 2 กระทรวงพาณิชย์ 77.22% เพราะสินค้ายังคงมีราคาแพง ประชาชนแบกภาระค่าใช้จ่ายสูง รัฐไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าได้ ฯลฯ และอันดับ 3 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 70.93% เพราะยังไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับเกษตรกรได้ โดยเฉพาะภัยแล้งเป็นเพียงการแก้ในระยะสั้นเท่านั้น ฯลฯ

เส้นทางของ ​สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สู่ ครม.ชุดนี้ดูใกล้ความจริงมากขึ้น หลัง ครม.เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว เปิดทางให้อดีตบ้านเลขที่ 111 และ 109 เข้าร่วมรัฐบาลได้

ด้วยฝีไม้ลายมือ หรือเครดิตที่สั่งสมมา จากที่เคยทำงานในหลายรัฐบาลก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนคิดว่า ประสบการณ์ ความรู้ความสามารถของสมคิด จะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ยังไม่รวมกับอีกหลายคนที่เริ่มปรากฏชื่อออกมาให้หยั่งกระแสสังคม ที่หวังว่าจะช่วยกู้สถานการณ์ของรัฐบาลให้ดีขึ้น

​สัญญาณชัดเจนจาก พล.อ.ประยุทธ์ ​ว่าจะปรับเมื่อระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ได้ทำตามกระแสกดดัน แต่จะทำตามวิจารณญาณของตัวเอง ที่สำคัญไม่ได้ปรับเพราะมีความผิด หรือเพราะสังคมกดดัน

ปัญหาอยู่ที่จะขยับอย่างไรให้เกิดแรงกระเพื่อมน้อยที่สุด เพราะขยับรอบนี้ประเมินแล้วน่าจะเป็นการปรับใหญ่หลายเก้าอี้ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและไม่ใช่เศรษฐกิจ

“อย่าไปโทษเขามาก ต้องโทษตัวเอง ไปโทษคนบริหารเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ว่าเก่งๆ วันนี้ที่แย่เพราะอะไร ทั้งปัจจัยภายนอก ภายใน โรงงานต่างๆ ที่เริ่มล้าสมัย หากินกันมากี่ปี การเมืองเคยมาดูกันหรือไม่ เคยปรับโครงสร้างอะไรให้เข้มแข็งบ้าง หรือดูแต่เฉพาะที่อยากจะดู นี่แหละที่ล้มเหลว ขายของกันแบบเดิมๆ จะสู้เขาได้ไหม”

​​รัฐมนตรีหลายคนที่ถูกมองว่าผลงานไม่เข้าตา อย่าง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ​พล.อ.ประยุทธ์ ยังออกตัวแทนและแจกแจงผลงานแทน

แม้จะรู้ว่าการปรับ ครม.แต่ละครั้งย่อมต้องเกิดแรงกระเพื่อม แต่เมื่อแรงกดดันที่ถาโถมหนัก ทำให้ไม่มีทางเลือก แต่อีกด้านก็ต้องประคับประคองไม่ให้เกิดปัญหารุนแรง

ทั้งในแง่ความเป็นเอกภาพของรัฐมนตรีชุดเก่าและชุดใหม่ที่ต้องทำงานร่วมกัน หน้าที่ของนายกรัฐมนตรีต้องสกัดไม่ให้เกิดรอยร้าว เพื่อทำให้การบริหารงานในแต่ละส่วนเดินหน้าไปด้วยกัน ไม่ได้ขัดหรือแย้งกันเองที่จะยิ่งสร้างปัญหามากกว่าเดิม

เพราะหากทุกอย่างไม่สอดประสานไปด้วยกันแล้ว นอกจากจะไม่อาจกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือขับเคลื่อนงานในแต่ละกระทรวงให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างจับต้องได้แล้ว นโยบายหรือการบริหารงานจากรัฐมนตรีใหม่ อาจฉุดให้สิ่งที่ทำมาทั้งหมดต้องพังทลายก่อนจะเห็นผลอย่างน่าเสียดาย ​

ยังไม่รวมกับการออกมาหยั่งเชิงที่เตรียมดึงอดีตนักการเมืองเข้าร่วม ครม. เพื่อความสมานฉันท์ ซึ่งล่าสุดเหมือนจะปิดประตูตายเรียบร้อย เพราะนั่นเท่ากับเป็นการตอกย้ำความไร้ความสามารถของ คสช.

อีกด้านยังเป็นการให้ราคากับนักการเมืองที่เคยถูกตีตราว่าสร้างปัญหาจนต้องนำมาสู่การยึดอำนาจ หากให้เข้ามามีส่วนร่วมบริหารอีกครั้ง จะมีหลักประกันได้อย่างไรว่าจะไม่จบลงเหมือนเดิม

การปรับ ครม.รอบนี้จึงเป็นเดิมพันครั้งสำคัญของ คสช. ว่าเส้นทางลงจากหลังเสือนับจากนี้จะราบรื่นแค่ไหน ​ซึ่งจำเป็นต้องเร่งสร้างผลงาน และหากปรับ ครม.รอบนี้แล้วทุกอย่างไม่ดีขึ้น คนที่ต้องรับผิดชอบเต็มๆ คือ รัฐบาล คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท