posttoday
มูลค่าการส่งออกเดือน มิ.ย. หดตัวลงรุนแรง

มูลค่าการส่งออกเดือน มิ.ย. หดตัวลงรุนแรง

28 กรกฎาคม 2558

โดย...ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์

โดย...ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรืออีไอซี ออกบทวิเคราะห์เรื่องการส่งออกเดือน มิ.ย. 2558 หลังจากกระทรวงพาณิชย์รายงานว่ามีมูลค่าอยู่ที่ 18,161.6 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวลงถึง 7.9% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ซึ่งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 3  ปี ส่งผลให้ในครึ่งแรกของปีนี้ส่งออกไทยหดตัวแล้วกว่า 4.8% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ด้านมูลค่าการนำเข้าเดือน มิ.ย.นั้นอยู่ที่ 18,011.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวลงเล็กน้อยที่ 0.2% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ทำให้ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มูลค่าการนำเข้าหดตัวลงราว 7.9% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ด้านดุลการค้าเดือน มิ.ย.ยังคงเกินดุลต่อเนื่องมาจากเมื่อเดือนก่อนหน้า โดยอยู่ที่ 150 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ในครึ่งแรกของปีไทยเกินดุลการค้า 3,472.7 ล้านเหรียญสหรัฐ

มูลค่าการส่งออกสินค้าหลักของไทยหดตัวลงรุนแรงในเดือน มิ.ย. นำโดยมูลค่าการส่งออกรถยนต์และส่วนประกอบที่กลับมาหดตัวอีกครั้งกว่า 19.1% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า จากการส่งออกรถกระบะและรถบรรทุกที่ลดลงถึง 48.3% ซึ่งทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคาดว่าเป็นผลมาจากการเปลี่ยนรุ่นรถกระบะ จึงทำให้ยังไม่สามารถผลิตและส่งออกรถกระบะได้เต็มกำลัง

ด้านการส่งออกคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบหดตัวลง 2.8% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า จากการส่งออกจานแม่เหล็กสำหรับคอมพิวเตอร์ที่ลดลงราว 16% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า อีกทั้งการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้ายังได้รับผลกระทบจากการย้ายฐานการผลิตโทรทัศน์ ส่งผลให้ในเดือน มิ.ย.หดตัวลงอีกกว่า 5.9% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ในขณะที่การส่งออกสินค้าที่เชื่อมโยงกับน้ำมันก็ยังคงได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่หดตัว ทำให้การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ และพลาสติกในเดือน มิ.ย.หดตัวลงกว่า 13% 24% และ 8% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ตามลำดับ

ด้านการส่งออกสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่ลดลง โดยมูลค่าการส่งออกข้าวและน้ำตาลหดตัวลงที่ 21.1% และ 12.3% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้าตามลำดับ ถึงแม้ว่าปริมาณการส่งออกจะขยายตัวก็ตาม ด้านการส่งออกอาหารทะเลแปรรูปและแช่แข็งในเดือน มิ.ย.ยังคงลดลงราว 10.5% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า จากการถูกกดดันด้านการทำประมงผิดกฎหมายจากสหภาพยุโรป ทั้งนี้ เริ่มมีสัญญาณบวกจากทิศทางราคายางพาราในเดือน มิ.ย. โดยมูลค่าการส่งออกยางพาราในเดือนนี้กลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปีที่ 4.4% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า

เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันมูลค่าการส่งออกไทย โดยในเดือน มิ.ย.นี้การส่งออกไทยไปยังตลาดพัฒนาแล้วทั้ง สหรัฐ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่นหดตัวลง 0.1% 7.3% และ 4.2% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ตามลำดับ อีกทั้งเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลงต่อเนื่องยังได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกของไทยไปยังตลาดจีนให้หดตัวลงอีก 0.8% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า

นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบทางอ้อมผ่านการส่งออกไปยังตลาดอาเซียน 5 และฮ่องกงที่มีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับจีนสูง โดยการส่งออกไปยังตลาดดังกล่าวหดตัวลงกว่า 11% และ 19% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้าตามลำดับ ทั้งนี้ มีเพียงการส่งออกไปยังตลาด CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ที่ยังสามารถขยายตัวในระดับสูงที่ 10.8% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้าตามอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มประเทศดังกล่าว

มูลค่าการนำเข้าในเดือน มิ.ย.หดตัวลง 0.2% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า จากการหดตัวของมูลค่าการนำเข้าในหมวดเชื้อเพลิงที่ราว 7% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ตามราคาน้ำมันโลกที่ลดลง
ด้านการนำเข้าสินค้าทุนในเดือน มิ.ย.นั้น ปรับเพิ่มขึ้น 2.6% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า จากการนำเข้าเครื่องบินและเรือ ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราวที่ขยายตัวกว่า 46% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า โดยหากไม่นับรวมสินค้าดังกล่าว การนำเข้าสินค้าทุนยังคงหดตัวที่ 1.9% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงการลงทุนในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว

โดยการนำเข้าสินค้าทุน (ที่ไม่รวมเครื่องบินและเรือ) ในครึ่งปีแรกหดตัวลงแล้วกว่า 4.2% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า อย่างไรก็ดี การนำเข้าในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคกลับมาขยายตัวกว่า 5% ในเดือน มิ.ย. ส่งผลให้ในเดือน มิ.ย.นี้ การนำเข้าที่ไม่รวมสินค้าในหมวดเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 1.5% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ในขณะที่ช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้การนำเข้าที่ไม่รวมสินค้าในหมวดเชื้อเพลิงลดลง 0.1% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า

อีไอซีคาดมูลค่าการส่งออกไทยปีนี้จะหดตัวลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยมูลค่าการส่งออกไทยในช่วงครึ่งแรกของปีหดตัวลงแล้วกว่า 4.8% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า โดยการส่งออกไทยได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ การถูกตัดสิทธิพิเศษ GSP ในทุกหมวดสินค้าจากสหภาพยุโรป อีกทั้งการย้ายฐานการผลิตของกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ออกจากประเทศไทยหลังค่าแรงในประเทศปรับสูงขึ้น และทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านราคาซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบระยะยาวต่อการส่งออก

ทั้งนี้ ปัจจัยที่จะช่วยพยุงการส่งออกของไทยในระยะต่อไปของปีนี้ไม่ให้หดตัวลงรุนแรงจะมาจากทิศทางค่าเงินบาทที่อ่อนลง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการส่งออกสินค้าที่มีการแข่งขันด้านราคาสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าเกษตร อีกทั้ง ผลของฐานราคาน้ำมันที่จะกลับมาอยู่ในระดับปกติในช่วงไตรมาส 4 และการส่งออกรถยนต์ที่คาดว่าผลของการออกรถกระบะรุ่นใหม่จะเป็นแค่เพียงปัจจัยชั่วคราวที่กดดันการส่งออกของไทย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท