
‘วิษณุ’กั๊กใช้ม.44ดันแม่วงก์
วิษณุรับทราบข้อเสนอใช้ ม.44 สร้างเขื่อนแม่วงก์ แต่ต้องดูก่อนว่าใช้แล้วปัญหาจบหรือไม่
วิษณุรับทราบข้อเสนอใช้ ม.44 สร้างเขื่อนแม่วงก์ แต่ต้องดูก่อนว่าใช้แล้วปัญหาจบหรือไม่
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้รับทราบข้อเสนอของกรมชลประทานที่ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ให้มีการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งแล้ว แต่การใช้อำนาจจะต้องไม่สร้างความยุ่งยาก และต้องเข้าหลักเกณฑ์เหมือนที่เคยใช้มากว่า 20 ครั้ง
นอกจากนี้ จะต้องดูด้วยว่าการใช้มาตรา 44 จะสามารถแก้ไขปัญหาได้จบหรือไม่ เพราะมาตราดังกล่าวไม่ใช่แก้วสารพัดนึก มิฉะนั้นคนจะสงสัยถึงความศักดิ์สิทธิ์ของมาตรานี้ ซึ่งอาจมีคนมาต่อต้าน ถ้ามีการต่อต้าน ก็แสดงว่าการใช้อำนาจตามมาตรา 44 นั้นไม่ได้ผล
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังศึกษาเรื่องดังกล่าวอยู่ว่า ถ้าใช้มาตรา 44 ปัญหาทุกอย่างจะจบหรือไม่ โดยส่วนตัวเห็นว่าหากมองถึงความปรองดอง ควรใช้วิธีการพูดคุยสร้างการรับรู้และความเข้าใจเพื่อแก้ไขปัญหามากกว่า
ด้าน นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า โดยส่วนตัวไม่ห่วงว่าจะมีการใช้มาตรา 44 ผลักดันการสร้างเขื่อนแม่วงก์ เพราะเชื่อว่ารัฐบาลไม่เอากับกรมชลประทานด้วย เนื่องจากอำนาจตามมาตรา 44 มีไว้เพื่อความรวดเร็วในการปฏิรูป ใช้ในกรณีที่กฎหมายปกติทำไม่ได้ เช่น การยึดทรัพย์หรือควบรวมกิจการเพื่อประโยชน์ของชาติ หรือใช้ในกรณีที่เป็นฉันทามติของประชาชน อาทิ การจัดการเด็กแว้น หรือจัดระเบียบร้านเหล้ารอบสถานศึกษา ซึ่งสังคมเห็นด้วยอยู่แล้ว
“แต่เขื่อนแม่วงก์ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนขนาดนั้นและมันไม่ใช่อำนาจที่จะมาใช้กับเรื่องแบบนี้” นายศศิน กล่าว
อนึ่ง เขื่อนแม่วงก์เป็นโครงการก่อสร้างของกรมชลประทาน กั้นแม่น้ำแม่วงก์บริเวณเขาสบกกในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ มีการศึกษาความเป็นไปได้มาตั้งแต่ปี 2532 แต่ไม่ได้รับความเห็นชอบ จนกระทั่งได้รับอนุมัติก่อสร้างตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2555 ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณลุ่มน้ำสะแกกรัง
อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวถูกคัดค้านจากนักอนุรักษ์ นำโดยนายศศิน ซึ่งพุ่งเป้าไปที่รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ซึ่งไม่ได้ระบุผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผืนป่า และความไม่คุ้มค่าของโครงการที่แก้ปัญหาน้ำแล้งได้น้อย แต่กลับทำลายพื้นที่ป่าธรรมชาติกว่า 1.3 หมื่นไร่โดยเปล่าประโยชน์ และทุกวันนี้ อีเอชไอเอเขื่อนแม่วงก์ยังค้างอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)







