
ประวัติการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย (ของเดิม) ตั้งอยู่ที่ถนนพระพันวษา ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
โดย...กองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย (ของเดิม) ตั้งอยู่ที่ถนนพระพันวษา ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ภายในบริเวณเดียวกันกับศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี มีเนื้อที่บริเวณรวมทั้งสิ้นประมาณ 200 ตร.ว. กระทรวงศึกษาธิการประกาศจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2533
การที่กรมศิลปากรได้จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย ขึ้น ณ จ.สุพรรณบุรีนั้น สืบเนื่องมาจากเมื่อครั้งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาว จ.สุพรรณบุรี โดยเสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานและทรงเป็นผู้นำเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรีทำปุ๋ยหมัก ทำนา และเกี่ยวข้าวในท้องที่ จ.สุพรรณบุรี รวม 3 ครั้งด้วยกัน คือ
ครั้งที่ 1 ทรงเป็นประธานในการทำปุ๋ยหมัก ณ บ้านแหลมสะแก (บึงฉวาก) ท้องที่ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันเสาร์ที่ 23 มี.ค. 2528
ครั้งที่ 2 เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานในการทำนาสาธิตโดยใช้ปุ๋ยหมัก ณ ทุ่งนาบริเวณบึงไผ่แขก หมู่ 5 ต.ดอนโพธิ์ทอง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 มี.ค. 2529 ในครั้งนั้นทรงหว่านข้าวในแปลงนาสาธิต พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีและข้าราชการ
ครั้งที่ 3 ทรงนำคณะรัฐมนตรีและข้าราชการลงเกี่ยวข้าวในแปลงนาสาธิต ณ บึงไผ่แขก ทรงทดลองใช้เครื่องนวดข้าวและพระราชทานพันธุ์ข้าวให้แก่พสกนิกร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ส.ค. 2529
จากพระราชกรณียกิจอันเป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งทั้ง 3 ครั้งนั้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อเกษตรกรชาว จ.สุพรรณบุรี และทั่วประเทศ ในด้านพัฒนาการทำนาและในด้านบำรุงขวัญและกำลังใจแก่ชาวนาอย่างใหญ่หลวง เหตุการณ์ในครั้งนั้น จ.สุพรรณบุรี จึงมีดำริที่จะจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์และเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รวมทั้งในภายหลังได้จัดให้มีเรื่องราววัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพของชาวนาไทย เพื่อให้เป็นประโยชน์ยิ่งขึ้น จ.สุพรรณบุรี กับกรมศิลปากร จึงได้ร่วมกันจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย ขึ้น โดย อารีย์ วงศ์อารยะ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (ขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี) ได้เป็นประธานในการจัดหาทุนทรัพย์เพื่อก่อสร้างอาคารและการจัดแสดง โดยได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาเสด็จฯ มาทรงวางศิลาฤกษ์อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2532
กรมศิลปากร ได้มอบหมายให้ อุดม สกุลพาณิชย์ สถาปนิกกองสถาปัตยกรรม เป็นผู้ออกแบบ เป็นอาคาร 2 ชั้น ขนาด 19.20x25.20 เมตร ลักษณะผสมผสานทรงเรือนไทยประยุกต์ ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2532 สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน 2.99 ล้านบาท และมอบหมายให้ สมลักษณ์ เจริญพจน์ และสมชาย ณ นครพนม ภัณฑารักษ์ กองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ดำเนินงานด้านการกำหนดแนวความคิด การจัดแสดง (Concept) และด้านวิชาการ บุษกร ลิมจิตติ มัณฑนากรออกแบบและการจัดแสดง โดยมีเจ้าหน้าที่จากฝ่ายเทคนิคและศิลปกรรม และฝ่ายอนุรักษ์ศิลปโบราณวัตถุ กองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร่วมดำเนินการ และได้จัดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานประจำและประสานงาน ในการเตรียมจัดการแสดงและเปิดดำเนินการ
ที่ตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่
ปัจจุบันได้ย้ายไปตั้งอยู่บริเวณศูนย์ราชการแห่งใหม่ ริมถนนสายสุพรรณบุรี-ชัยนาท (340) เป็นอาคารคอนกรีตออกแบบผสมผสานระหว่างเรือนไทยและยุ้งฉางของชาวนา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการทำนา โดยไม่ได้จัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุ
ชั้นล่าง จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของการทำนา เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำนา ประเพณีวิถีชีวิตของชาวนา เรื่องราวของข้าวในอดีต และที่น่าสนใจ คือการพบภาชนะดินเผาที่บ้านบางปูน ต.พิหารแดง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี อาจเป็นหลักฐานพระราชพิธีแรกนาขวัญในสมัยอยุธยา
ชั้นบน จัดแสดงพระราชจริยวัตรพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ค้ำชูชาวนาไทย ทรงพัฒนาการทำนาและการเกษตรของชาติ มีการจัดแสดงภาพจำลองเหตุการณ์พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อปี 2529 ณ แปลงสาธิตบึงไผ่แขก ต.ดอนโพธิ์ทอง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ทรงทำปุ๋ยหมัก หว่าน และเก็บเกี่ยวข้าวด้วยพระองค์เอง และยังคงเก็บรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่พระองค์ทรงใช้
นอกจากนี้ ชั้นล่างยังมีห้องค้นคว้าข้อมูล สำหรับค้นคว้าข้อมูลทางวิชาการเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุที่จัดแสดง พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. โทร.035-522-191







