
การเรียนรู้มีอยู่ธรรมชาติรอบตัว
เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนมีโอกาสเข้าร่วมการฝึกอบรมการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนในชั้นเรียนอนุบาล
โดย...ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์ เครือข่ายพุทธิกา http://www.budnet.org
เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนมีโอกาสเข้าร่วมการฝึกอบรมการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนในชั้นเรียนอนุบาลของกลุ่มโรงเรียนอนุบาลจังหวัดหนึ่ง ผู้เข้าอบรมเป็นครูระดับอนุบาลที่มีประสบการณ์การสอนมาอย่างโชกโชน บางคนสอนมาจนเกือบเกษียณ ทว่าในชั้นเรียนนี้คุณครูเหล่านั้นกลับนั่งนิ่งเงียบราวกับเด็กอนุบาลในชั้นเรียนวันแรก เพราะต้องเรียนรู้สิ่งที่ไม่คุ้นเคย คือการใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ผู้บริหารการศึกษาหวังว่าจะเข้ามาแทนที่และทำได้ดีกว่ากระดานดำ ซึ่งตามอุดมคติของการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนกล่าวไว้ว่า “บทเรียนสำเร็จรูป” ในคอมพิวเตอร์จะมีศักยภาพเหนือกว่าบทเรียนสำเร็จรูปในรูปแบบอื่นๆ ทั้งหมดโดยมีความสามารถที่เกือบจะแทนครูที่เป็นมนุษย์ได้
จะเห็นได้ว่าขณะที่สังคมโลกกำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคเทคโนโลยี สิ่งที่พบเห็นบ่อยๆ คือสถานศึกษามักใช้เทคโนโลยีเป็นจุดขายเพื่อให้ผู้ปกครองเห็นถึงความทันสมัยก้าวทันโลก ส่วนพ่อแม่ก็ยินดีนำลูกหลานเข้าเรียนโรงเรียนที่มีหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่หรือมีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจำนวนมาก โดยหลงลืมไปว่าสิ่งที่สำคัญกว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่แบบอินเตอร์แอ็กทีฟ หรือแท็บเล็ตที่อยู่ในมือของเด็กๆ คือวัตถุดิบหรือซอฟต์แวร์ที่จะใส่เข้าไปในฮาร์ดแวร์หรือหน้าจอเหล่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่หาดียากหรือแม้จะดีบางทีก็ล้าสมัยหรือไม่ก็ “ทั่วไป” ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์แวดล้อมตัวเด็ก
เมื่อนโยบายการศึกษาและสังคมเรียกร้องความทันสมัยทางเทคโนโลยี ครูอนุบาลจึงต้องมาวิ่งวุ่นกังวลกับการใช้หน้าจอให้คล่องแคล่ว ซึ่งบางทีเด็กๆ สามารถทำได้ดีกว่า ครูที่มีประสบการณ์การสอนนับสามสิบปีกลับถูกจำกัดความสามารถไว้ที่การเปิดปิดหน้าจอและใช้เครื่องมือต่างๆ ส่วนซอฟต์แวร์ที่มีให้ก็มีแค่เพียงการบวกลบเลขแบบพื้นๆ หรือการจำแนกสิ่งของต่างๆ ผ่านรูปภาพ ซึ่งทำให้ครูไม่น้อยรู้สึกด้อยค่าเหมือนทำหน้าที่เป็นแค่ช่างเทคนิค ส่วนเด็กๆ ก็มีครูคนใหม่ที่เรียกว่า “ครูคอมพิวเตอร์” เข้ามาแทนที่ครูในความหมายเดิม
แท้จริงหากลดละวาง “มนตรา” เรื่องเทคโนโลยีชนะทุกสิ่งเสียบ้าง ก็จะพบว่ายังมีกระบวนการเรียนการสอนที่ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยี สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดคือการเรียนที่ทำให้เด็กมีความสุขสมวัย ซึ่งความสุขของเด็กอนุบาลคือการได้เล่นสนุกและเรียนรู้สรรพสิ่งจากธรรมชาติรอบตัว เพื่อเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งในการเติบโตและเรียนรู้ระดับสูงต่อไป
ที่โรงเรียนอนุบาลกุยบุรี (วัดวังยาว) จ.ประจวบคีรีขันธ์สอนนักเรียนอนุบาลให้เรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับธรรมชาติของเด็ก คือ ชอบเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ชอบอยู่ในห้องเรียน ส่วนเครื่องมือที่ใช้ในการเรียนการสอนก็หาได้จากธรรมชาติรอบตัวนั่นเอง เช่น โรงเรียนอยู่ในเขตชายทะเล จึงประยุกต์การเรียนนับตัวเลขจากขาปูเปรียบเทียบกับนิ้วมือ คือปูมี 8 ขา และก้าม 2 ก้าม เท่ากับนิ้วมือ 8 นิ้ว และนิ้วโป้ง 2 นิ้ว
เมื่อเด็กๆ ไม่ชอบอยู่ในห้องเรียนนานเกินไป ครูก็จะพาเด็กๆ ออกไปเรียนคณิตศาสตร์ใต้ต้นไม้ โดยให้เด็กเก็บใบไม้ร่วงมารวมกัน นับจำนวน แยกกลุ่มให้เท่ากัน มากกว่า หรือน้อยกว่า หรือไม่ก็ฝึกให้เด็กๆ ร้อยใบไม้เพื่อจัดอันดับขนาด ความเหมือนและต่างของใบไม้ บางครั้งก็ให้เด็กเก็บสิ่งของในธรรมชาติมานับให้เท่าจำนวนบัตรคำตัวเลข เมื่อเด็กๆ เริ่มเบื่อก็ให้เคลื่อนไหวด้วยการเล่มเกม “กระต่ายเก็บสอง” โดยให้เด็กแต่ละคนวิ่งแข่งกันเก็บของต่างๆ ให้ครบ กิจกรรมเหล่านี้จะทำให้เด็กรู้จักสิ่งของรอบตัว ขณะเดียวกันก็ได้ฝึกทักษะคณิตศาสตร์ไปด้วย
คุณครูอัมพรรณี สาลีวรรณ์ แห่งโรงเรียนอนุบาลกุยบุรีบอกว่าเทคนิคการสอนมาจากการดูธรรมชาติของเด็ก เช่น เด็กชอบร้องเพลง ชอบเล่นเกม ชอบสนุกสนาน เด็กไม่ชอบเรียนในห้อง วันไหนนำเด็กออกนอกห้องเด็กมีความสุข ส่วนประโยชน์ที่เด็กได้รับการเรียนการสอนคณิตปฐมวัยจากธรรมชาติรอบตัวคือเด็กเรียนรู้การใช้เงิน หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ปกครอง ป้ายทะเบียนรถ และตัวเลขต่างๆ ที่สำคัญคือเด็กมีความสุขในการเรียน อยากเรียนรู้ ใฝ่รู้ เมื่อเด็กกลับไปบ้านก็จะชวนผู้ปกครองนับช้อนจานขวดน้ำแก้วน้ำ และยังสามารถเปรียบเทียบจำนวนมากน้อยยาวสั้นสูงต่ำได้
เปรียบเทียบกับ “บทเรียนสำเร็จรูป” สำหรับใช้กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สาธิตในการอบรมครูอนุบาลข้างต้น เช่น การบวกลบเลข การแยกสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ผู้เขียนเห็นว่าเทียบกับไม่ได้เลยกับการเรียนรู้ผ่านธรรมชาติรอบตัวของโรงเรียนอนุบาลกุยบุรี ทั้งในเชิงความเฉพาะเจาะจง การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง และความสุขสนุกสนานของเด็กๆ
ด้วยเหตุนี้สิ่งสำคัญในชั้นเรียนอนุบาลจึงไม่ใช่การใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นตัวนำ แต่ใช้เพื่อเป็นตัวช่วยในการสืบค้นสิ่งที่หาไม่ได้ในธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อมนั้นๆ สิ่งที่เป็นธงนำสำคัญในการเรียนรู้ของเด็กคือความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติของเด็กและแปรออกมาเป็นกิจกรรมที่ทำให้เด็กเรียนรู้สิ่งที่มีประโยชน์และจำเป็นชีวิตในประจำวันอย่างมีความสุขสมวัย
ดูเพิ่มเติมที่ กิจกรรมปฐมวัยจากธรรมชาติรอบตัว https://www.youtube.com/watch?v=tGPY3J9Gmts







