
อาชีพเสริม เพิ่มรายได้
ความจริงที่แสนจะโหดร้ายของ “มนุษย์เงินเดือน” คือรายได้ไม่พอกับรายจ่าย เรียกภาษาที่ชาวบ้านให้เข้าใจง่ายๆ
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
ความจริงที่แสนจะโหดร้ายของ “มนุษย์เงินเดือน” คือรายได้ไม่พอกับรายจ่าย เรียกภาษาที่ชาวบ้านให้เข้าใจง่ายๆ นั่นคือ “ชักหน้าไม่ถึงหลัง” ทำให้มนุษย์เงินเดือนหลายคนต้องทำอาชีพเสริมไปด้วยนอกเหนือจากงานประจำ
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้มนุษย์เงินเดือนหลายคนสามารถที่จะทำอาชีพเสริมได้ โดยไม่ทำให้งานประจำเสียหาย ใช้เวลาไม่นานก็สามารถมีรายได้พอเลี้ยงครอบครัว หรือแม้กระทั่งเด็กนักเรียนนักศึกษาเองก็สามารถหารายได้เสริมเพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองได้บ้าง
ฉัตรพงศ์ วัฒนจิรัฏฐ์ ผู้บริหารงานพัฒนาการให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล ธนาคารกสิกรไทย ให้คำแนะนำสำหรับคนที่มีเงินเดือนไม่พอใช้จ่าย โดยเฉพาะคนที่มีครอบครัว มีค่าใช้จ่ายสำหรับบุตรหลานที่ต้องรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูก 1 คน หากต้องการให้คุณภาพชีวิตดี ค่าใช้จ่ายแทบไม่ต่างจากผู้ใหญ่เลยทีเดียว
หากต้องการจะทำอาชีพเสริมที่เป็นงานอิสระ ฉัตรพงศ์ไม่แนะนำให้ลาออกจากงานประจำ แต่ให้ทำงานเสริมนอกจากอาชีพเดิม ด้วยเหตุผลว่า หากไม่ประสบความสำเร็จก็ยังมีรายได้จากงานประจำค้ำอยู่ ถ้าผลีผลามออกจากงานประจำไปทำอาชีพอิสระโดยไม่คิดให้รอบคอบ โอกาสที่จะล้มเหลวจะมากกว่าสำเร็จ
ฉัตรพงศ์ แนะนำว่า ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ ควรจะต้องตอบคำถามตัวเองก่อนใน 3 เรื่อง คือ ความชอบ ความถนัด และประสบการณ์ ว่าเรามีทั้ง 3 สิ่งในเรื่องเหล่านี้อย่างไรบ้าง
“ทั้ง 3 ประเด็นเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การทำชีพเสริมประสบความสำเร็จได้หรือไม่” ฉัตรพงศ์ กล่าว
ความชอบ ก่อนจะลงมือทำอะไร ตอบตัวเองได้หรือไม่ว่าเรารักหรือชอบที่จะทำอะไร มีความสุขกับการทำอะไร อะไรคืองานอดิเรกที่เราทำแล้วมีความสุข เพราะการเริ่มต้นจาก ความชอบและใจรักในสิ่งที่ทำ จะทำให้เราสามารถทำสิ่งนั้นได้นาน ทำโดยไม่รู้สึกเบื่อ ทำได้อย่างมีความสุข โดยไม่มีใครมาบังคับ ทำงานเหมือนไม่ได้ทำ
ความถนัด เราจะรู้ตัวเองดีว่าตัวเองมีทักษะ มีความถนัด มีความสามารถพิเศษอะไร ที่จะนำมาพัฒนาเป็นอาชีพเสริมได้บ้าง เพราะทักษะหรือความสามารถจะทำให้เราเริ่มทำสิ่งนั้นเป็นอาชีพเสริมได้ง่ายกว่าสิ่งที่เราไม่มีทักษะอยู่เลย
บางคนอาจจะนึกถึงคำว่า พรสวรรค์ แต่ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะเราสามารถสร้างและพัฒนาทักษะหรือความสามารถพิเศษขึ้นมาได้ ถ้าเราสนใจใฝ่รู้ โดยเฉพาะในยุคนี้ที่ความรู้มีอยู่ในโลกออนไลน์ แต่ที่ต้องตอบตัวเองให้ได้ คือ เรามีทักษะ มีความสามารถ หรือมีความชำนาญในสิ่งนั้นจริงๆ หรือไม่ ถ้ายังมีไม่มากพอ ก็ต้องเริ่มฝึกฝนอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้
ประเด็นสุดท้ายคือ ประสบการณ์ บางทีสิ่งที่เราพบ เราเห็น สิ่งใกล้ๆ ตัวที่เราเคยมองข้ามมันก็อาจจะกลายเป็นอาชีพเสริมให้เราได้ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์จากการทำงานประจำ ทำให้เราทำงานประเภทนั้นได้ดี ก็สามารถนำมาต่อยอดเป็นอาชีพเสริมได้
ประสบการณ์จากการเดินทางไปต่างประเทศ มีโอกาสได้พบได้เห็นสิ่งที่น่าจะนำมาพัฒนาเป็นอาชีพเสริมของเราได้ และมีหลายคนทำประสบความสำเร็จมาแล้ว
อนุรักษ์ พรมศิลา มนุษย์เงินเดือนหนุ่ม ผู้ผันตัวเองมาขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ตเป็นอาชีพหลัก โดยขายสินค้ามือสองที่นำเข้าจากญี่ปุ่นและยุโรป เล่าว่า การที่เลิกทำงานประจำเพราะเบื่อ จึงหันมาค้าขายในโซเชียลมีเดีย ที่สามารถทำการค้าได้ทุกที่ทุกเวลา ต้นทุนไม่สูงเพราะไม่มีหน้าร้าน สามารถทำงานที่บ้านซึ่งอยู่ที่อุดรธานี แต่มีลูกค้าทั่วประเทศ รายได้ก็พอที่จะใช้จ่ายรายเดือน ผ่อนค่างวดรถยนต์ ค่างวดบ้าน และมีเหลือใช้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว
“ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ก็ขายของได้น้อยลง แต่ก็ยังขายได้ ถ้ารายได้ไม่พอก็ต้องประหยัดเอา ปัญหาที่เจอช่วงนี้คือราคาอาหารแพงขึ้นมาก บางอย่างที่เคยซื้อเขาไม่ขึ้นราคาแต่ลดปริมาณลง ผมไม่รู้หรอกว่าเศรษฐกิจดีหรือไม่ดี ไม่ได้ติดตามข่าวสาร ทำมาหากินของตัวเองไปแบบพอเพียง และไม่บ้าเทคโนโลยี เพราะถ้าตามตลอด คงจะแย่เพราะค่าใช้จ่ายแยะ” อนุรักษ์ กล่าว
เขาคิดว่า การดำรงชีวิตในต่างจังหวัดยังดีที่มีพื้นดิน หากรายได้ไม่พอกินก็สามารถจะปลูกผักกินเองได้ ลดค่าใช้จ่ายดีกว่าคนที่อาศัยในกรุงเทพฯ ที่เวลาลำบากเจอปัญหาค่าครองชีพสูงจะลำบากกว่าคนต่างจังหวัดมาก ขายของออนไลน์นี่ หากมีหน้าร้านด้วยขายไปด้วยก็คงจะดี และขอเตือนผู้ที่จะทำการค้าออนไลน์ต้องซื้อสัตย์และระมัดระวัง เพราะโอกาสที่จะถูกโกงก็เกิดขึ้นง่ายๆ
ข้อคิดในการหาอาชีพเสริมเพื่อความอยู่รอดในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้การลงทุนประเภทอื่นทีเดียว







