
ทำให้เป็นแม่แบบ
นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยอมรับฟังข้อเสนอของกลุ่มเครือข่ายปกป้องอันดามัน
นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยอมรับฟังข้อเสนอของกลุ่มเครือข่ายปกป้องอันดามันที่เรียกร้องให้รัฐบาลชะลอการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพ (อีเอชไอเอ) และชะลอการเปิดประมูลก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ต.คลองขนาน และสะพานท่าเทียบเรือขนถ่ายถ่านหินที่บ้านคลองรั้ว ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่าย ขึ้นมาศึกษาและหาทางออกร่วมกันในการสร้างโรงไฟฟ้า
เพราะการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของประเทศนั้น รัฐบาลจำเป็นจะต้องพิจารณารายละเอียดข้อปลีกย่อยของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้มากที่สุด
แม้ว่าการสร้างโรงไฟฟ้าในประเทศเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความมั่นคงของประเทศ และรองรับการพัฒนาของเมืองในระยะยาว แต่การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นอาจมีผล
กระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลและวิถีชีวิตของคนในชุมชนตามมาในอนาคตได้ แม้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะการันตีว่าเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดที่มีการดำเนินการในระบบปิด
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องตระหนักว่าถ่านหินทุกชนิดมีการปนเปื้อนของสารพิษ ทั้งสารปรอท ตะกั่ว สารหนู ซัลเฟอร์ไดออกไซด์จำนวนมาก ถึงจะมีเทคโนโลยีที่ดีขึ้นสามารถช่วยลดมลพิษได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า 100% และที่ผ่านมาประเทศเยอรมนีที่เป็นผู้นำทางอุตสาหกรรมโลกก็เพิ่งประกาศปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินและเลือกใช้พลังงานหมุนเวียนแทน นั่นแสดงว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินมีผลเสียที่เกิดขึ้นตามมาไม่น้อย
นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่นั้นจะต้องมีการนำถ่านหินจากต่างประเทศเข้ามาทางเรือ ซึ่งผ่านแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติหลักของภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นเกาะหลีเป๊ะ หมู่เกาะเภตรา เกาะลิบง เกาะลันตา เกาะพีพีและทะเลใน จ.กระบี่ จึงต้องมีการศึกษาผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลในระยะยาว มิเช่นนั้นทรัพย์ในดิน สินในน้ำของประเทศอาจมีปัญหาได้
คำชี้แจงของ กฟผ.และกระทรวงพลังงานที่ระบุว่า ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นกับประชาชนในพื้นที่ไปแล้วรวม 6 ครั้ง ประชาชนส่วนใหญ่เอาด้วย และคนที่ไม่เห็นด้วยมีเพียง 2 หมู่บ้านเท่านั้น ที่เหลือเป็นคนนอกพื้นที่ จึงไม่น่าจะใช่คำตอบที่ถูกต้องในการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าของรัฐ
ในระหว่างกระบวนการหารือของคณะกรรมการไตรภาคี 3 ฝ่ายจะได้ข้อยุตินั้น รัฐบาลจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องนำชุดข้อมูลในเรื่องการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกับการพัฒนาประเทศมาพิจารณา เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของประเทศ
ขณะเดียวกัน ก็ต้องพิจารณาเรื่องสิทธิประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่บริเวณโรงไฟฟ้าเพิ่มเติม เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับประชาชนที่เสียสละอย่างเป็นแพ็กเกจและมีรูปธรรม เพื่อใช้เป็นแบบอย่างในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ของรัฐที่มีผลกระทบต่อชุมชนด้วย
เพราะการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของประเทศนั้น รัฐบาลจำเป็นจะต้องพิจารณารายละเอียดข้อปลีกย่อยของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้มากที่สุด
แม้ว่าการสร้างโรงไฟฟ้าในประเทศเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความมั่นคงของประเทศ และรองรับการพัฒนาของเมืองในระยะยาว แต่การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นอาจมีผล
กระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลและวิถีชีวิตของคนในชุมชนตามมาในอนาคตได้ แม้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะการันตีว่าเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดที่มีการดำเนินการในระบบปิด
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องตระหนักว่าถ่านหินทุกชนิดมีการปนเปื้อนของสารพิษ ทั้งสารปรอท ตะกั่ว สารหนู ซัลเฟอร์ไดออกไซด์จำนวนมาก ถึงจะมีเทคโนโลยีที่ดีขึ้นสามารถช่วยลดมลพิษได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า 100% และที่ผ่านมาประเทศเยอรมนีที่เป็นผู้นำทางอุตสาหกรรมโลกก็เพิ่งประกาศปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินและเลือกใช้พลังงานหมุนเวียนแทน นั่นแสดงว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินมีผลเสียที่เกิดขึ้นตามมาไม่น้อย
นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่นั้นจะต้องมีการนำถ่านหินจากต่างประเทศเข้ามาทางเรือ ซึ่งผ่านแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติหลักของภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นเกาะหลีเป๊ะ หมู่เกาะเภตรา เกาะลิบง เกาะลันตา เกาะพีพีและทะเลใน จ.กระบี่ จึงต้องมีการศึกษาผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลในระยะยาว มิเช่นนั้นทรัพย์ในดิน สินในน้ำของประเทศอาจมีปัญหาได้
คำชี้แจงของ กฟผ.และกระทรวงพลังงานที่ระบุว่า ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นกับประชาชนในพื้นที่ไปแล้วรวม 6 ครั้ง ประชาชนส่วนใหญ่เอาด้วย และคนที่ไม่เห็นด้วยมีเพียง 2 หมู่บ้านเท่านั้น ที่เหลือเป็นคนนอกพื้นที่ จึงไม่น่าจะใช่คำตอบที่ถูกต้องในการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าของรัฐ
ในระหว่างกระบวนการหารือของคณะกรรมการไตรภาคี 3 ฝ่ายจะได้ข้อยุตินั้น รัฐบาลจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องนำชุดข้อมูลในเรื่องการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกับการพัฒนาประเทศมาพิจารณา เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของประเทศ
ขณะเดียวกัน ก็ต้องพิจารณาเรื่องสิทธิประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่บริเวณโรงไฟฟ้าเพิ่มเติม เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับประชาชนที่เสียสละอย่างเป็นแพ็กเกจและมีรูปธรรม เพื่อใช้เป็นแบบอย่างในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ของรัฐที่มีผลกระทบต่อชุมชนด้วย







