
ไปตายดาบหน้า
หลังจากต่อว่าพี่ชายไปแล้วก็หายอึดอัดใจ แต่กลับพบว่าตัวเองไม่สบายใจมากๆ ไม่ใช่กลัวพี่ชายจะโกรธ
โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง
หลังจากต่อว่าพี่ชายไปแล้วก็หายอึดอัดใจ แต่กลับพบว่าตัวเองไม่สบายใจมากๆ ไม่ใช่กลัวพี่ชายจะโกรธ แต่พูดว่าพี่ชายไปแล้ว ตัวผมเองเล่า...ทำอะไรให้ดีกว่าพี่ได้หรือเปล่า ผมยังต้องเกาะอยู่กับพี่ชาย ไปไหนไม่รอด ผมควรรีบออกไปหาอาชีพหางานที่มีอนาคตทำ
ตอนนั้นผมคิดแล้วว่าการทำการค้าแบบพี่ชายไม่มีโอกาสรุ่งเรืองแน่ เพราะพี่ชายของผมทำอาชีพนี้มานานถึง 17 ปี แต่ยังยากจนอยู่กันอย่างแร้นแค้น สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้แน่ชัดแล้วว่า อาชีพนี้ทำไปไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้
การหิ้วรองเท้า เข้าๆ ออกๆ ตามร้านค้าต่างๆ จากย่านบางรักไปถึงเยาวราชและเฉลิมกรุงเป็นเรื่องไม่น่าประทับใจเลย ต้องไปอ้อนวอนขายของที่พวกเขาไม่อยากได้ ยิ่งเห็นพี่ชายเข้าไปคุยกับเจ้าของร้านค้าแต่ละแห่งก็ยิ่งหงุดหงิดใจ พี่ชายมักเผยจุดอ่อนให้ร้านรับซื้อได้รับรู้
ยกตัวอย่างเช่น พี่ชายชอบบอกกับเจ้าของร้านว่า “เราสองคนพี่น้องเดินเร่ขายรองเท้าตั้งแต่เช้าแล้ว เหนื่อยแสนเหนื่อยยังขายไม่ได้สักคู่ ขอให้ช่วยรับซื้อสินค้าของเราไว้ด้วย ช่วยกรุณารับซื้อด้วยเถิดครับ”
พอพูดออกไปแบบนั้นเถ้าแก่ที่รับซื้อรองเท้าก็ยิ่งได้ใจ รู้จุดอ่อนทันทีว่าเราคงไม่มีทางไปขายใครแล้ว ก็ยิ่งกดราคา บางทีพี่ชายต้องยอมตัดใจขายให้ทั้งที่ขาดทุน เพื่อจะได้มีเงินซื้อของมาให้คนในครอบครัวกิน มีบางคราวลดขาดทุนแล้วพวกเขาก็ยังไม่รับซื้อ นั่นทำให้ผมเห็นว่า สินค้าต่อให้ลดราคาถูกขนาดไหน ถ้าคนซื้อไม่ต้องการเขาก็จะไม่ซื้ออยู่ดี
พี่ชายชอบพูดให้คนซื้อสงสาร มักเล่าถึงความยากลำบากในการทำและการขายรองเท้า ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการขายของพี่ชาย นอกจากไม่ช่วยให้ขายสินค้าได้แล้วยังทำให้คนซื้อรู้สึกว่าสินค้าของเราเป็นสินค้าด้อยค่า ถึงได้มาเร่ขายลดราคาต่ำแบบนี้ เห็นได้ชัดว่า บางทีพี่ชายเอ่ยปากลดราคารองเท้าจากคู่ละ 18 บาทลงมาเหลือน้อยกว่าครึ่งก็ยังขายไม่ได้
ผมอยู่กับพี่ชายได้แค่ 12 วัน ก็ตัดสินใจว่าจะต้องไปหาอาชีพใหม่ จำได้ว่าวันสุดท้าย เราสองคนพี่น้องหิ้วรองเท้าออกจากบ้านแต่เช้าเช่นเดียวกับทุกวัน แล้วก็เดินแวะเสนอขายสินค้าจากบางรักไปจนถึงย่านเฉลิมกรุง วันนั้นเราเดินตั้งแต่เช้าตรู่ เดินเข้าออกร้านค้านับสิบๆ ร้าน แต่ถูกปฏิเสธจากทุกร้านที่เราแวะเข้าไปเสนอขาย
แม้พี่ชายจะลดราคารองเท้าลงมาจนแทบไม่ได้กำไรแล้วก็ตาม แต่ไม่มีพ่อค้ารายไหนรับซื้อรองเท้าไปตั้งขายที่ร้านของเขาเลย
บางร้านไม่รับซื้อเพราะพี่ชายเพิ่งเอาไปขายให้เขาเมื่อไม่นานมานี้ สินค้าเก่ายังขายไม่ออกเขาจึงไม่สนใจสินค้าใหม่ แม้ว่าพี่ชายจะลดราคาลงมามากมายก็ตาม เราทั้งคู่ทั้งเหนื่อย ทั้งหิว เพราะตั้งแต่เช้าออกจากบ้านมายังไม่ได้กินข้าว ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง ทำให้แสบท้องไปหมด ผมหิวจนตาลาย แต่ต้องทนแบกรองเท้าไปเรื่อยๆ โดยได้แต่หวังว่าคงมีสักร้านที่สนใจรับซื้อสินค้าของพี่ชายบ้าง เพื่อให้เราพอมีเงินซื้อข้าวปลาอาหารกิน
เราเดินมาจนถึงร้านค้าแห่งหนึ่งที่เฉลิมกรุง พี่ชายชวนผมเข้าไปในร้านดังกล่าว วิธีการขายของพี่ชายไม่เปลี่ยนแปลงเลย เขาบอกกับเถ้าแก่ว่าอยากขายสินค้าซึ่งก็คือ รองเท้าทั้ง 8 คู่มาก ขอให้เถ้าแก่รับซื้อด้วย พี่ชายยังบอกอีกว่า เราสองคนพี่น้องเดินขายกันมาตั้งแต่เช้า ถูกปฏิเสธจากร้านทุกร้าน ตอนนี้หิวจนแสบท้องไปหมด เพราะไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้า ถ้าเถ้าแก่ไม่ช่วยซื้อคงหิวตายแน่ๆ
เถ้าแก่ร้านรองเท้าที่เฉลิมกรุงได้ยินพี่ชายพูดเช่นนั้น ก็ขอลดราคาตามใจตัวเอง เพราะพี่ชายไปเผยให้เขารู้แล้วว่าอยากขายมาก จำเป็นถึงขนาดขายไม่ได้แล้วจะต้องอดตาย ทำให้เถ้าแก่รู้จุดอ่อน รู้ถึงความลำบากยากแค้น พี่ชายไปคิดว่าเถ้าแก่จะสงสารรีบช่วยซื้อ แต่ความเป็นจริงแล้ว เถ้าแก่ไม่ได้คิดเรื่องความสงสาร หรืออยากช่วยเหลือ เขาคิดแต่ว่าจะกดราคาเพื่อให้ได้กำไรสูงสุด โดยที่เราจะขาดทุนเท่าไหร่ก็ไม่สน ในเมื่อเราจำเป็น อย่างไรก็ต้องขายสินค้าให้ได้ไม่ว่าจะถูกกดราคาเท่าไหร่ก็ตาม
วันนั้นเถ้าแก่ยอมซื้อรองเท้าทั้งหมดไว้ แต่ก็ซื้อแบบลดกระหน่ำ พอขายรองเท้าได้ พี่ชายผมดีใจมาก ไม่ได้คิดเลยว่าขายแล้วขาดทุน ผมไม่ได้รู้สึกดีใจไปกับพี่ชายเท่าไหร่ เพราะรู้ว่าวิธีการขายรองเท้าของพี่ชายไม่ถูกต้องนัก และแอบคิดอยู่ในใจว่า เพราะเหตุนี้นี่เองจึงทำให้เขาต้องย่ำเท้าอยู่กับที่ถึง 17 ปีที่อยู่ในเมืองไทย
ก่อนออกจากร้านที่เฉลิมกรุง เถ้าแก่เรียกผมเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัว “อาตี๋ ลื้อเข้ามาคุยกับอั๊วในห้องหน่อย มีเรื่องจะแนะนำ” เถ้าแก่เรียกผมคนเดียวไม่ได้เรียกพี่ชาย ผมงงๆ กับการถูกเชิญแบบไม่ตั้งตัว พี่ชายก็มองอย่างสงสัย
การเข้าไปคุยกับเถ้าแก่ เป็นสิ่งที่ผมจดจำได้ไม่เคยลืม เพราะเถ้าแก่สอนเทคนิคการขายให้กับผม โดยตำหนิวิธีการขายของพี่ชาย “มีที่ไหน จะไปขายของให้เขา แต่กลับไปบอกเขาว่าเดินขายมาทั้งวันแล้วขายไม่ได้ ทำให้คนอื่นรู้ว่าไปขายที่ไหนมีแต่คนปฏิเสธ ถ้าทำแบบนี้ก็ต้องถูกกดราคาต่ำสุด เพราะกดราคาแค่ไหนพวกลื้อก็ต้องขายอยู่แล้ว”
นอกจากนั้น เถ้าแก่ยังกระซิบบอกอีกว่า ถ้าอยากขายได้ ควรจะบอกว่า ไม่ได้แวะไปที่ไหนมาเลย แต่มุ่งหน้าตรงมาขายให้เถ้าแก่คนเดียวเท่านั้น จะได้ไม่มีใครรู้ว่าที่จริงเราขายใครๆ ไม่ได้มาก่อนหน้านั้น แถมคนซื้อยังพอใจที่ได้เป็นลูกค้าคนแรกอีกด้วย
เถ้าแก่บอกว่าเห็นว่าหน่วยก้านในด้านการค้าของผมนั้นดี น่าจะทำการค้าได้ดีในอนาคต และกำชับส่งท้ายมาว่า หากจะค้าขายให้ดี อย่าพูดอย่างพี่ชายเด็ดขาด ผมได้แต่ขอบคุณเถ้าแก่ที่เฉลิมกรุงคนนั้น คำพูดของเขาทำให้ผมได้คิดหลายอย่าง
(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)







