
เร่งผลักงบลงพื้นที่ บิ๊กตู่จัดใส่จังหวัด
ปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลที่ล่าช้า กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ฉุดเศรษฐกิจของประเทศ
โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ
ปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลที่ล่าช้า กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ฉุดเศรษฐกิจของประเทศให้เข้าสู่ภาวะถดถอย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีมติปรับลดเงื่อนไขในการเบิกจ่ายของหน่วยงานราชการเพื่อขันนอตการเบิกจ่ายงบให้เร็วขึ้น แต่ดูเหมือนว่าการลงทุนภาครัฐกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย
โพสต์ทูเดย์จึงตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลที่เสมือนเป็นหัวรถจักรหลักในช่วงที่การลงทุนภาคเอกชน การบริโภคภายในประเทศ และการส่งออกซบเซา พบว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้เป็นอย่างมาก
ในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2558 สำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางได้รายงานภาพรวมด้านการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2558 ให้ ครม.รับทราบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2557-17 ก.ค. 2558 หน่วยงานรัฐมีการเบิกจ่ายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแล้ว 2,479,232 ล้านบาท โดยได้รวมเงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจและเงินทุนหมุนเวียนที่ไม่ได้เบิกจ่ายจากงบประมาณไว้ด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบเฉพาะในส่วนของงบประมาณประจำปี 2558 ที่มีงบรายจ่าย 2,575,000 ล้านบาท แล้วกลับพบว่ามีการเบิกจ่ายแล้ว 1,986,831 ล้านบาท คิดเป็น 77.2% ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ร่วม 3.1% เมื่อเทียบกับเป้าหมายถึงวันที่ 17 ก.ค. ตั้งไว้ว่าจะต้องเบิกจ่ายให้ได้ 80.3%
ทั้งนี้ เมื่อจำแนกประเภทของงบประมาณ พบว่าหมวดรายจ่ายประจำ 2,125,524 ล้านบาทนั้น หน่วยงานของรัฐได้เบิกจ่ายแล้ว 1,755,147 ล้านบาท คิดเป็น 82.6% สูงกว่าเป้าหมาย 1.5%
ขณะที่หมวดรายจ่ายลงทุนที่ตั้งไว้ 449,476 ล้านบาท สามารถเบิกจ่ายได้เพียง 231,684 ล้านบาท คิดเป็น 51.5% ต่ำกว่าเป้าหมายถึง 25.1%
หมวดงบกลางที่ตั้งไว้ทั้งสิ้น 76,755 ล้านบาท สามารถเบิกจ่ายไปแล้วแค่ 1,246 ล้านบาท คิดเป็น 1.6%
งบประมาณในหมวดโครงการสำคัญตามนโยบายรัฐบาล ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะ 3 เดือนแรก ที่ตั้งกรอบวงเงินไว้รวม 2.3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงบกลางปกติวงเงิน 7,800 ล้านบาท มีวงเงินที่อนุมัติไป 7,716 ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 6,943 ล้านบาท คิดเป็น 90%
หมวดเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจปี 2552 (งบไทยเข้มแข็ง) วงเงิน 14,995 ล้านบาท มีการเบิกจ่ายแล้ว 9,877 ล้านบาท คิดเป็น 65.9%
ขณะที่คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) รายงานว่า ยังมีโครงการหรือรายการรายจ่ายลงทุนประจำปี 2558 ที่ดำเนินการผูกพันได้ทันภายในเดือน ก.ค.นี้ โดยมีงบประมาณต่ำกว่า 10 ล้านบาท จำนวน 1,620 รายการ รวมวงเงิน 15,808 ล้านบาท และงบประมาณของโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 12 รายการ วงเงิน 925.71 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม มีโครงการลงทุนภาครัฐที่ดำเนินการผูกพันงบประมาณไม่ทันภายในเดือน ก.ค.นี้จำนวน 15 โครงการ วงเงินรวม 2,469.87 ล้านบาท ซึ่งจะต้องมีการโอนงบก้อนดังกล่าวไปไว้ในงบกลางเพื่อนำไปใช้ในโครงการแก้ปัญหาภัยพิบัติหรือตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลตามที่ ครม. มีมติไว้
นายกรัฐมนตรีได้พยายามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) ที่ประชุมได้พิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด/กลุ่มจังหวัด โดยเห็นชอบกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2559 เพิ่มเป็น 2.8 หมื่นล้านบาท จากเดิม 18,170 ล้านบาท แบ่งออกเป็นงบประมาณจังหวัด 19,600 ล้านบาท และงบประมาณกลุ่มจังหวัด 8,400 ล้านบาท
การพิจารณาจัดสรรงบที่เพิ่มขึ้นครั้งนี้ได้นำจำนวนประชากร ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด การผูกพันรายได้ต่อครัวเรือน ประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณและคุณภาพของแผนการใช้จ่ายงบประมาณมาประกอบ
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบการขอเปลี่ยนแปลงโครงการ การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่าย และการใช้งบประมาณเหลือจ่ายของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 จำนวน 154 โครงการ งบประมาณ 240 ล้านบาท
นายกฯ ได้สั่งการเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของจังหวัด และกลุ่มจังหวัดให้สอดคล้องกับกลุ่มงานส่วนราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยกำชับให้ข้าราชการคิดว่างบประมาณเป็นเงินของทุกคน จึงต้องบริหารจัดการให้คุ้มค่า สร้างความน่าเชื่อถือ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจถึงความโปร่งใสเพื่อให้เกิดการยอมรับของประชาชน และให้พิจารณาศักยภาพของแต่ละพื้นที่ให้สัมพันธ์กับเขตเศรษฐกิจพิเศษที่รัฐบาลได้กำหนดไว้อย่างเชื่อมโยง เพื่อสร้างธุรกิจในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง และให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนในระยะยาว
สำหรับงบประมาณที่ได้อนุมัติไปแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ สั่งให้เร่งเบิกจ่ายงบประมาณแล้วดำเนินโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างถาวร โดยไม่ต้องการให้นำงบประมาณไปดำเนินโครงการที่ไม่เป็นประโยชน์







