posttoday
ต่างชาติยกไทยต้นแบบคุมน้ำเมา

ต่างชาติยกไทยต้นแบบคุมน้ำเมา

24 กรกฎาคม 2558

การแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการจำกัดห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในรัศมี 300 เมตร ใกล้สถานศึกษา จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการทั่วประเทศปลายเดือน ส.ค.นี้แล้ว และเพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพและลดปัญหาต่างๆ ซึ่งจะตามมาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร

การแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการจำกัดห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในรัศมี 300 เมตร ใกล้สถานศึกษา จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการทั่วประเทศปลายเดือน ส.ค.นี้แล้ว และเพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพและลดปัญหาต่างๆ ซึ่งจะตามมาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานกึ่งวิเคราะห์ว่า ไทยมีการควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าประเทศอื่นในแถบเอเชียแปซิฟิก สอดคล้องกับองค์การอนามัยโลก (ดับเบิ้ลยูเอชโอ) ที่เรียกร้องให้แต่ละประเทศปรับลดแอลกอฮอล์ที่สุ่มเสี่ยงต่อสุขภาพลง 10% ของปริมาณการบริโภคทั้งหมดในปี 2010 ให้สำเร็จภายในปี 2025

ดับเบิ้ลยูเอชโอ ระบุอีกด้วยว่า ถึงแม้การบริโภคแอลกอฮอล์ของไทยจะขยายตัวมาต่อเนื่อง 25 ปี แต่ก็ได้ชะลอตัวลงในปี 2008 ภายหลังจากไทยออก พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลให้ประชาชนไทยจำนวน 2 ใน 3 ห่างไกลจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เจอร์เกน เรห์ม ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต ประเทศแคนาดา กล่าวเสริมว่า ไทยมีแบบแผนที่เข้มแข็งและความพยายามที่เข้มข้นที่จะควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างการจัดเก็บภาษีบาป ซึ่งช่วยลดปัญหาต่างๆ ที่จะตามมาจากการดื่มแอลกอฮอล์  

อย่างไรก็ตาม ฟิลิปส์ กอร์แฮม นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จากบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ แห่งอัมสเตอร์ดัม ให้ความเห็นว่า การประกาศมาตรการควบคุมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ออกมาเมื่อวันที่ 22 ก.ค.นั้น อาจไม่ได้ช่วยลดจำนวนผู้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หากผู้บริโภคต้องการจะดื่มจริงๆ และมีผลจำกัดต่อปริมาณการขาย   

“การขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะช่วยลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้น แต่จะเป็นการไปลดมูลค่าตลาดในประเทศกำลังพัฒนาแทน” กอร์แฮม กล่าวเสริม

ทั้งนี้ บางประเทศถือไทยเป็นตัวอย่างและพยายามผลักดันนโยบายจำกัดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และบางรัฐในอินเดีย โดยยอดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเอเชียปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ย 7.7% ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ในขณะเดียวกัน แอนฮิวเซอร์ บุช อินเบฟ (เอบีอินเบฟ) โรงงานผลิตเบียร์อันดับ 1 ของโลก เพิ่งก่อตั้งโรงงานผลิตเบียร์ในนครโฮจิมินห์ของเวียดนามเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้เวียดนามกลายเป็นเขตการผลิตเบียร์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเอบีอินเบฟในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผลิตเบียร์ได้มากถึง 100 ล้านลิตร/ปี

ขณะที่เมียนมาและอีกหลายสิบประเทศทั่วโลกยังไม่มีนโยบายหรือมาตรการจัดการปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใดๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท