
ไฟไหม้โรงงานผลิตฟองน้ำวอดกว่า100ล.
เกิดเหตุไฟไหม้โรงงานผลิตฟองน้ำ ย่านพลี กลางดึกที่ผ่านมาเสียหายกว่า 100 ล้านบาท
เกิดเหตุไฟไหม้โรงงานผลิตฟองน้ำ ย่านพลี กลางดึกที่ผ่านมาเสียหายกว่า 100 ล้านบาท
พ.ต.ท.พิภพ วราโพธิ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้ อาคารโรงงานของบริษัท กรุงเทพโฟม ซี.เอส.เอ.จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 79/18 ม.19 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย นายนิพนธ์ เลิศศรีสุวัฒนา นายอำเภอบางพลี และประสานรถดับเพลิงจาก อบต.บางพลีใหญ่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ใกล้เคียงจำนวน15 คัน
ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานเนื้อที่ 5 ไร่ ภายในเป็นอาคารโกดังชั้นเดียว จำนวน 2 หลัง เพลิงได้ลุกไหม้อาคารหลังแรกไปแล้วทั้งหมดและกำลังลุกลามไปติดโกดังหลังที่ 2 ซึ่งมีสำนักงาน อยู่ภายในโกดังหลังที่2 เจ้าหน้าที่ จึงช่วยกันระดมฉีดน้ำ แต่การดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจาก รถดับเพลิงเข้าได้ด้านหน้าโรงงานอย่างเดียวและยังเป็นซอยแคบ รถไม่สามารถวิ่งสวนกันได้ ประกอบกับมีเชื้อเพลิงที่เป็นสารเคมีอยู่ภายในบริษัทจำนวนมาก จึงได้ประสานกับรถดับเพลิงเคมีหรือรถโฟมมาช่วยกันดับ ประมาณ 2 ชม.จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้
ทั้งนี้เหตุการไฟไหม้ครั้งนี้ทำให้อาคารทั้ง 2 หลังเสียหายทั้งหมด ไม่สามารถใช้งานต่อได้ จากการตรวจสอบด้านในบริษัท ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ซึ่งจากการสอบสวนนายสมมาศ ชุมจินดา อายุ 52 ปี ผู้จัดการแผนกจัดส่งของบริษัทดังกล่าวให้การว่า บริษัทประกอบกิจการผลิตแผ่นโฟมที่เป็นวัตถุดิบในการเอาไปทำที่นอนและทำโซฟา มีนายเสริม ทองเงิน เป็นเจ้าของบริษัท มีพนักงานทั้งหมดจำนวน 48 คน ขณะเกิดเหตุมีพนักงานทำโอทีอยู่จำนวน2 คนพร้อมกับ รปภ.อีกจำนวน2 คน ส่วนคนอื่นๆ เลิกงานไปตั้งแต่ 5โมงเย็น
นอกจากนี้ภายในโกดังหลังแรกเป็นที่เก็บสารเคมีที่ใช้ผลิตโฟม เช่น ซีซีไอ ,เอ็มซี,แป้ง,ทินเนอร์ และแผ่นโฟมที่รอส่งให้กับลูกค้าจำนวนหนึ่ง และเครื่องจักรฉีดโฟมอีกหลายตัว ส่วนโกดังที่2 เป็น โกดังที่มีเครื่องจักรอยู่เช่นกัน และออฟฟิตสำนักงาน ก็ถูก เพลิงไฟลุกไหม้เสียหายทั้งหมด
ด้านนายทองจันทร์ เสนาเพง อายุ 52 ปี รปภ.ของบริษัท ให้การว่า ตนและนายหนูจัง สิงห์เนิน อายุ 65ปี ได้เข้าเวร รปภ.ผลัดดึกอยู่นั้น สังเกต เห็นเปลวไฟลุกมาจากอาคาร1 ซึ่งเป็นจุดที่เก็บสารเคมี จากนั้นได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ตนและคนงานที่ทำงานอยู่พยายามช่วยดับแต่ก็ไม่สามารถดับได้ทัน
เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานไว้ 2 สาเหตุคือ สาเหตุแรกเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากจุดเกิดเหตุ สายไฟฟ้ามีสภาพที่เก่า และสาเหตุที่2 เกิดจากความประมาทของคนงาน เนื่องจากหลังเกิดเหตุ ทางตำรวจยังไม่พบตัวพนักงานที่ทำโอทีทั้ง2 คน อย่างไรก็ตามตำรวจได้ใช้เชือกปิดล้อมอาคารที่ถูกเพลิงไหม้ทั้งหมด เพื่อรอให้หน่วยวิทยาการเข้ามาตรวจสอบหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ต่อไป ส่วนค่าเสียหายประเมินเบื้องต้นประมาณ 100 ล้าบาท







