
กมธ.ทหาร โวย คลัง ไม่ร่วมมือตรวจงบศอฉ.
กมธ.ทหาร โวย คลัง ไม่ร่วมมือตรวจงบศอฉ. 'สมชาย' คาด แค่เบี้ยเลี้ยงทหารราว 24 ล้านต่อวัน เตรียมโยนให้อนุกมธ.รับลูกทำงานต่อ
กมธ.ทหาร โวย คลัง ไม่ร่วมมือตรวจงบศอฉ. 'สมชาย' คาด แค่เบี้ยเลี้ยงทหารราว 24 ล้านต่อวัน เตรียมโยนให้อนุกมธ.รับลูกทำงานต่อ
ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ที่มีพ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย โดยเป็นการพิจารณาเรื่อง หลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2553 ในส่วนของงบกลาง เพื่อเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548
ทั้งนี้ ที่ประชุมกมธ.ได้เชิญ นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง แต่นายสถิตย์ได้มอบหมายให้น.ส.เยาวนุช วิยาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมบัญชีกลาง โดยกมธ.ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยได้สอบถามถึงการใช้จ่ายงบประมาณในการควบคุมสถานการณ์ทางการเมืองตั้งแต่มีการตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) จนมาถึงการตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ว่ามีการใช้ไปจำนวนเท่าไหร แต่น.ส.เยาวนุช ชี้แจงว่าในประเด็นนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงบประมาณในการจัดสรรเม็ดเงินให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติการ
การชี้แจงจากน.ส.เยาวนุชดังกล่าวได้ทำให้กมธ.หลายคนแสดงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะพ.ต.ท.สมชาย ถึงกับกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากมธ.ได้รับการชี้แจงจากสำนักงบประมาณและกองทัพว่าเป็นเรื่องของกระทรวงการคลังในการตกลงกับกองทัพ จึงทำให้กมธ.ต้องเชิญกระทรวงการคลังมาชี้แจงแต่ปรากฎว่าไม่ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงแม้ว่าจะส่งตัวแทนมาชี้แจงแต่ก็ไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรได้ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าไม่ให้ความร่วมมือกับกมธ.ในการร่วมกันตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชน
“เท่าที่ทราบตอนนี้มีข้อมูลจาก 2 ส่วน คือ1.กองทัพได้ชี้แจงต่อกมธ.งบประมาณแล้วว่ามีการใช้เงินไปประมาณ 1.8 พันล้านบาท และ2. จำนวน 1 พันล้านบาท ซึ่งได้จากการประชุมกมธ.ทหารเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้มียังตัวเลขที่ต่างกันอยู่เกือบพันล้านบาท นอกจากนี้ กมธ.มีการคำนวณค่าใช้จ่ายเบื้องต้นแล้วว่ากำลังพล 6 หมื่นนายที่ปฎิบัติหน้าที่ได้รับเบี้ยเลี้ยงวันละ 400 บาทคิดเป็นภาระงบประมาณเฉพาะเรื่องนี้วันละ 24 ล้านบาทโดยประมาณยังไม่นับค่าบริหารจัดการอีกจำนวนมาก ทำให้กมธ.มีความจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากกระทรวงการคลังในการให้ข้อมูล” พ.ต.ท.สมชาย กล่าว
ต่อที่ประชุมกมธ.ได้มีการอภิปรายกันอย่างหลากหลาย โดยนายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกมธ.ได้เสนอให้กมธ.ชุดนี้ตั้งคณะทำงานหรือมอบหมายให้คณะอนุกมธ.ชุดใดชุดหนึ่งในกมธ.ทำหน้าที่ไปตรวจสอบข้อมูลเรื่องดังกล่าวเป็นการเฉพาะโดยให้ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนำไปเปรียบเทียบกับใช้งบประมาณในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถ้าทำแบบนี้จะได้ประโยชน์มากกว่าการเชิญตัวแทนมาให้กมธ.นั่งซักถามเพียงแค่จะต้องการข้อมูลที่ต้องการจะได้เท่านั้น
โดยทางพ.ต.ท.สมชาย ได้แสดงความเห็นด้วยที่จะมอบหมายให้คณะอนุกมธ.ชุดใดชุดหนึ่งทำหน้าที่และจะกำหนดระยะเวลาในการทำงาน เพราะเห็นว่าจะได้เข้าไปดูในรายละเอียดของการจัดสรรงบประมาณดังกล่าวทั้งหมดต่อไป







