
กม.บริหารทุนหมุนเวียนฉลุย
สนช.เห็นชอบกฎหมายบริหารเงินทุนหมุนเวียน วางหลักเกณฑ์ห้ามฝ่ายการเมืองล้วงเงินตามใจ
สนช.เห็นชอบกฎหมายบริหารเงินทุนหมุนเวียน วางหลักเกณฑ์ห้ามฝ่ายการเมืองล้วงเงินตามใจ
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเอกฉันท์ 183 เสียง เห็นชอบให้ร่างพ.ร.บ.การบริหารทุนหมุนเวียน ประกาศใช้เป็นกฎหมาย โดยมีสาระสำคัญ คือ การกำหนดหลักเกณฑ์การบริหารทุนหมุนเวียนให้มีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง เสริมสร้างความโปร่งใส และธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลังของรัฐ
ขณะเดียวกัน กำหนดให้มึคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียนคณะหนึ่ง มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน โดยมีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายและแผนการบริหารทุนหมุนเวียนเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาการกลั่นกรองการขอจัดตั้งทุนหมุนเวียน เสนอให้มีหลักเกณฑ์ในการกำหนดจำนวนเงินสะสมสูงสุดสำหรับทุนหมุนเวียนต่างๆ ตามความเหมาะสมต่อ ครม. โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องตราเป็นพระราชฤษฎีกาและเสนอแนะต่อ ครม.ในการรวมหรือยุบทุนหมุนเวียน
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการอภิปรายได้มีสมาชิก สนช.จำนวนมากเสนอขอให้มีการปรับปรุงเนื้อหาในมาตรา 11 (5) ว่าด้วยการให้คณะกรรมการนโยบายฯ มีอำนาจเสนอแนะต่อ ครม.ในการนำทุนหรือผลกำไรของทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน เนื่องจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซงเงินของกองทุนต่างๆ ตามอำเภอใจ
นายสมชาย แสวงการ สมาชิก สนช. กล่าวว่า การกำหนดในลักษณะดังกล่าวจะเท่ากับเป็นการให้กองทุนที่จัดตั้งขึ้นต่างๆ ขาดหลักประกันในเรื่องความเป็นอิสระในการบริหารจัดการ เนื่องจากหากวันดีวันคืนดี ครม.อยากย้ายเงินกองทุนที่เกี่ยวข้อง เช่น กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กองทุนประกันสังคม ไทยพีบีเอส กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะของ กสทช. ตามใจชอบขึ้นมาจะทำให้กองทุนเหล่านี้ทำงานไม่ได้ จึงอยากขอให้มีการปรับแก้เนื้อหาด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการโยกเงินจากกองทุนที่ยังไม่ถูกยุบมาเป็นรายได้แผ่นดินให้ชัดเจน
พล.อ.อ.ชนะ อยู่สถาพร ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของร่างกฎหมายนี้ต้องการมองภาพรวมของกองทุนหมุนเวียนทั้งหมด และมีอำนาจเข้าไปดูแลและประเมินว่ากองทุนหมุนเวียนใดไม่มีประโยชน์ก็จะเสนอให้ ครม.ยกเลิก และต้องการให้การบริหารทุนหมุนเวียนเป็นไปอย่างรอบคอบไม่ให้ผู้มีอำนาจใช้อำนาจหน้าที่ไปในทางที่มิชอบ
ในที่สุดที่ประชุม สนช.เห็นชอบให้แก้ไขเนื้อหาในมาตรา 11 (5) ใหม่ว่า “ให้คณะกรรมการนโยบายฯ มีอำนาจเสนอแนะต่อ ครม.ในการนำทุนหรือกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา”







