posttoday
ฝืนกระแสรุมเร้าไม่ไหว บิ๊กตู่ต้องปรับครม.

ฝืนกระแสรุมเร้าไม่ไหว บิ๊กตู่ต้องปรับครม.

24 กรกฎาคม 2558

กระแสปรับครม. กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งในช่วงนี้ ที่รัฐบาล -คสช. กำลังสะบักสะบอมจากปัญหารุมเร้ารอบด้าน ฉุดให้คะแนนนิยม

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

กระแสปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งในช่วงนี้ ที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังสะบักสะบอมจากปัญหารุมเร้ารอบด้าน ฉุดให้คะแนนนิยม คสช.​ไปจนถึงภาวะผู้นำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ

การปรับเปลี่ยนตัวทีมบริหารจึงถือเป็นอีกทางเลือกซึ่งสามารถ​บรรเทาแรงกดดันที่รุมเร้าไม่ให้พุ่งเป้ามายัง พล.อ.ประยุทธ์ เพียงฝ่ายเดียว ​แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะการขยับปรับเปลี่ยนแต่ละครั้งย่อมนำไปสู่แรงกระเพื่อมที่หากควบคุมไม่ดีย่อมบานปลายสุ่มเสี่ยงต่อเสถียรภาพของรัฐบาล คสช.

ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมามีเสียงเรียกร้องให้ปรับเปลี่ยน ครม.เพื่ออุดช่องโหว่ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารมีอยู่เป็นระยะ แต่ก็ยังไม่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

จนกระทั่งรอบนี้ที่ทุกอย่าง “สุกงอม” ได้ที่ ทั้งสภาพเศรษฐกิจที่ตกสะเก็ด ผ่านมาปีกว่าดัชนีชี้วัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจีดีพี ตัวเลขส่งออก ดัชนีความเชื่อมั่น ฯลฯ ยังไม่ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น ก่อนจะเจอปัญหาแทรกซ้อนซ้ำเติมสถานการณ์ให้หนักขึ้น

​​​อีกแรงบีบสำคัญยังมาจากฟากนักธุรกิจ นักลงทุน ที่เห็นว่าระยะเวลาปีกว่ารัฐบาลที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไม่อาจเข็นเศรษฐกิจไปในทิศทางที่ดีขึ้น จำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนเปิดทางให้คนใหม่เข้ามาเสริมทีมเร่งสร้างผลงานในช่วงโค้งสุดท้ายให้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง

สอดรับกับผลสำรวจจาก “กรุงเทพโพลล์” ​เรื่อง “ปรับ ครม.พล.อ.ประยุทธ์ ฟื้นความเชื่อมั่นประชาชน” กลุ่มตัวอย่าง 59.8% เห็นด้วยกับการปรับ ครม. เพราะเริ่มไม่เชื่อมั่นในความสามารถของ ครม.ชุดปัจจุบัน มีเพียง 24.3% ไม่เห็นด้วย เพราะ ครม.ชุดปัจจุบันยังทำงานได้ดีอยู่ ขณะที่อีก 15.9% ไม่แน่ใจ

เป้าใหญ่ที่กลุ่มตัวอย่าง 74.4% ต้องการให้ปรับมากที่สุด คือ กระทรวงด้านเศรษฐกิจ รองลงมาเป็นกระทรวงด้านสังคมและคุณภาพชีวิต​ 38.6% และกระทรวงด้านการบริหารจัดการและการบังคับใช้กฎหมาย ​26.6​%

ยิ่งล่าสุดเกิดประเด็นคลิปหลุด ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ออกมาวิจารณ์ ​นายกฯ ไม่รู้ ไม่เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจ ในการประชุมสมาคมธนาคารไทย เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ว่ากันว่าอาจเร่งเชื้อให้เกิดการปรับ ครม.ได้ง่ายขึ้น

จนทำให้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ต้องรีบออกมาปฏิเสธข่าว เสียงดังฟังชัด “นายกฯ รู้เรื่องเศรษฐกิจจะตาย ผมจะไปพูดให้ยุ่งยากทำไม” พร้อมทิ้งปมว่า “ต้องมีกระบวนการปล่อยข่าว”

จังหวะเดียวกับที่มีข่าวปล่อยว่า สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งด้วยปัญหาสุขภาพ จนเจ้าตัวต้องออกมาสยบข่าวลือ ไม่เคยเขียนหนังสือลาออก และ
นายกฯ ก็ไม่เคยสั่งให้เขียนใบลาออก​

ทั้งแรง “กดดัน” และ “แรงแซะ” ที่รุมเร้าเวลานี้ ทำให้โอกาสปรับ ครม.รอบนี้มีความเป็นไปได้สูง แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายดาย

ดูจากรายชื่อแคนดิเดตที่ปรากฏออกมาเวลานี้ โดยเฉพาะในส่วนของทีมเศรษฐกิจ อาทิ ​ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ​วรพล โสคติยานุรักษ์ อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ​อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ​สมพล เกียรติไพบูลย์ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ ​รวมไปถึงแนวคิดการดึง สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกฯ มาเป็น รมว.ต่างประเทศ แทน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ​

แม้หลายคนจะมีความรู้ความสามารถ แต่การเปลี่ยนม้ากลางศึก นอกจากจะสุ่มเสี่ยงทำให้งานหลายเรื่องที่ทำมาต้องสะดุดก่อนจะเห็นผลสัมฤทธิ์แล้ว ยังอาจทำให้เกิดแรงกระเพื่อมภายในย้อนกลับมาสั่นคลอนเสถียรภาพ

ยิ่งมีแนวคิดเตรียมดึงอดีตนักการเมืองเข้ามาร่วมรัฐบาล สุวัจน์ ลิปตพัลลภ พินิจ จารุสมบัติ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ​​ หรืออดีต รมต.จากฝั่งประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้รับการยอมรับหรือทำงานด้วยกันอย่างราบรื่น

งานนี้จึงถือเป็นการวัดใจ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีอำนาจชี้ขาดว่าจะปรับเปลี่ยนตำแหน่งไหนอย่างไร เพื่อที่จะรักษาความเชื่อมั่นของรัฐบาล

ที่สำคัญเรื่องนี้ไม่อาจปล่อยให้ชักช้า แต่ต้องรีบทำให้เกิดความชัดเจนว่าจะตัดสินใจอย่างไร เพื่อไม่ให้สะเทือนทั้งความเชื่อมั่นของรัฐมนตรีปัจจุบันที่ยังต้องปฏิบัติหน้าที่

เพราะหากมีข่าวว่าจะถูกปรับออก ย่อมทำให้งานต่างๆ ในมือจะยิ่งติดขัด หรือไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ ที่จะต้องช่วยขับเคลื่อนจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เมื่อไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าหากมีรัฐมนตรีใหม่จะยังคงเดินหน้าทำตามแนวนโยบายเดิม ไม่ใช่เริ่มต้นนโยบายใหม่

​ยิ่ง​กว่านั้นไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าหากสุดท้ายตัดสินใจปรับ ครม.แล้วสถานการณ์ด้านต่างๆ ไม่ดีขึ้น แรงกดดันทุกอย่างย่อมย้อนกลับมายัง พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแถมยังต้องแบกรับความรับผิดชอบกับทุกผลลัพธ์ของสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต​อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ