
เตือนอีก15ปีกทม.เสี่ยงจมน้ำทะเล
นักวิชาการเตือนกรณีร้ายแรงอีก 15 ปี กทม.เสี่ยงจม แนะ 4 มาตรการรับมือทำยุทธศาสตร์ชาติ
นักวิชาการเตือนกรณีร้ายแรงอีก 15 ปี กทม.เสี่ยงจม แนะ 4 มาตรการรับมือทำยุทธศาสตร์ชาติ
นายสุจริต คูณธนกุลวงศ์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า กทม.ต้องมีมาตรการรับมือแผ่นดินทรุดเพื่อไม่ให้จม โดยจะต้องทำในหลายประเด็น ประกอบด้วย 1.การควบคุมการใช้น้ำบาดาล 2.มาตรการผังเมืองเพื่อควบคุมอาคารสูงไม่ให้กดทับพื้นดิน 3.ควบคุมการยกระดับของน้ำทะเล 4.บูรณาการป้องกันแบบองค์รวม
“หากไม่ทำอะไรในเรื่องเหล่านี้ ประเมินว่ากรณีที่เลวร้ายที่สุด กทม.จะจมใน 15 ปีข้างหน้า” นายสุจริต กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจัยที่น่าห่วงที่สุดคือการหนุนของน้ำทะเล เพราะไม่สามารถควบคุมได้ ขณะนี้ที่อ่าวไทยมีน้ำทะเลเพิ่มขึ้นทุกปี จึงมีแนวคิดที่จะทำเขื่อนกั้นน้ำทะเลตั้งแต่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ถึง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ กทม.จม ตลอดจนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งพื้นที่โดยรอบ ซึ่งจะต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 5 แสนล้านบาท
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติเห็นชอบรายงานของคณะกรรมการเตรียมการรับมือวิกฤตการณ์น้ำทะเลขึ้นสูงและแผ่นดินทรุดพื้นที่ กทม. โดยนายวิทยา กุลสมบูรณ์ เป็นประธาน ชี้แจงว่า พื้นดินของกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีระดับความสูงจากน้ำทะเลไม่มาก ประกอบกับ กทม.ทรุดตัวจากการใช้น้ำบาดาลในพื้นที่น้ำประปาเข้าไม่ถึง รวมทั้งภาวะน้ำหนักกดทับจากสิ่งปลูกสร้างที่เพิ่มขึ้น ทำให้พื้นที่บางส่วนของ กทม.และปริมณฑลมีโอกาสจมน้ำทะเลได้
นายวิทยา กล่าวว่า ทางออกหนึ่งควรพิจารณาเรื่องการย้ายเมืองหลวง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กทม.มีความเสี่ยงในระดับกลาง หากมีมาตรการรองรับในเวลาที่เหมาะสมก็จะสามารถรับมือวิกฤตการณ์ได้ทัน







