
ปลิดชีวิตคนดัง ศก.ตก/ผลประโยชน์ขัดแย้ง
ตลอดระยะเวลาใน 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุตัดสินปัญหาด้วยอาวุธปืนอยู่หลายเหตุ
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
เพราะ ปืนที่อยู่ในมือ มันมักจะพร้อมใช้งานได้เสมอ
เมื่อปัญหาต่างๆ รุมเร้า โดยเฉพาะในยุคที่ภาวะเศรษฐกิจมีปัญหา การหาทางออกด้วยความตายผ่านปลายกระบอกปืน จึงเป็นอีกทางที่เหล่านักธุรกิจดังๆ ที่ประสบปัญหาจนยากแก้ไข เลือกจะใช้เป็นทางออกสุดท้ายให้พ้นทุกข์
อาจเพราะต้นตอมาจากการแก้ไขปัญหาด้านการเงินไม่ลงรอย หรือปัญหาต่างๆ ที่จนมุมจะแก้ไข จนเกิดข้อบาดหมางทั้งกับคู่กรณี หรือแม้แต่ตัวเอง ทำให้คนมีชื่อเสียงเลือกทางออกที่อาจไม่เหมาะสม
ตลอดระยะเวลาใน 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุตัดสินปัญหาด้วยอาวุธปืนอยู่หลายเหตุ ทั้งเหตุผลส่วนตัว ผลประโยชน์ ความขัดแย้งทางธุรกิจ คดีคนร้ายยิง สมยศ สุธางค์กูร อดีตเจ้าพ่อคาเฟ่ชื่อดัง ตามด้วยเหตุคนขับรถคนสนิทได้ปลิดชีพ มนตรี สิหนาทกถากุล นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังและหุ้นส่วนโรงแรมแลนด์มาร์ค ก่อนจะฆ่าตัวตายตาม พร้อมกับจดหมายลาตายระบายความน้อยใจมนตรี อันเนื่องมาจากการกู้ยืมเงินและปัญหาเรื่องเช็คเด้ง รวมถึงคดีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ ชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน ที่อยู่ระหว่างการสอบสวน
ล่าสุด พล.อ.อ.ประหยัด ดิษยะศริน อดีตผู้อำนวยการการบินไทย ต้องจบชีวิตตัวเองด้วยปืนประจำตัว
หรือหากย้อนไปเมื่อปีที่ผ่านมา สามีชาวสวิตเซอร์แลนด์ของ กฤตยา ล่ำซำ อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย ก็ก่อเหตุยิงภรรยาตัวเองเสียชีวิต และยิงตัวตายตาม
เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นต่างกรรมต่างวาระ แต่ลงท้ายด้วยอาวุธปืน!
เกิดคำถามที่ตามมาว่า สรุปแล้วปืนหรือคนที่มีปัญหา เมื่อสุดท้ายของการแก้ไขปัญหาอยู่ที่กระบอกปืน คนที่เหมาะจะครอบครองมันเพื่อป้องภัยร้าย หาใช่มาทำร้ายคนรอบข้างและตัวเองจะต้องอยู่ในภาวะเช่นไร
คำตอบถูกเผยตามสภาวะจิตของผู้ที่มีอาวุธปืนไว้ครอบครอง พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต อธิบายว่า การฆ่าตัวตายเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงร่วมหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บป่วยทางกาย โรคเรื้อรังรุนแรง รวมถึงโรคทางจิตเวช ส่วนการตัดสินใจฆ่าตัวตายนั้น เป็นเรื่องของความเข้มแข็งทางจิตใจในการเผชิญสถานการณ์ ซึ่งไม่แบ่งแยกว่าเป็นคนรวย คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต คนที่มีการศึกษา หรือชาวบ้านธรรมดา
คุณหมอพรรณพิมล บอกอีกว่า ในปี 2540 ซึ่งเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ อัตราการฆ่าตัวตายยังไม่ได้สูงขึ้นโดยทันที แต่เมื่อเศรษฐกิจซึมยาว มีการปิดกิจการและเลย์ออฟพนักงานจำนวนมาก พบว่าอีกประมาณ 2 ปี คือ ในปี 2542 สถิติการฆ่าตัวตายเริ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
“อัตราการฆ่าตัวตายในขณะนั้นสอดรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างชัดเจน แต่เมื่อผ่านพ้นวิกฤตครั้งนั้นไปแล้ว ประเทศไทยก็เกิดปัญหาเศรษฐกิจอีกหลายครั้ง ซึ่งเราเริ่มมีภูมิต้านทานดีขึ้น โดยสถิติย้อนหลัง 4-5 ปีที่ผ่านมา พบว่าอัตราการฆ่าตัวตายอยู่ในระดับต่ำ เฉลี่ยปีละ 3,900 ราย แต่ในจำนวนนี้ถ้าเป็นคนมีชื่อเสียงสัก 100 ราย ก็จะกลายเป็นข่าวตลอดทั้งปี” รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต อธิบาย
พญ.พรรณพิมล บอกอีกว่า ในความเป็นจริงเกิดการฆ่าตัวตายขึ้นทุกวัน แต่ที่สังคมสนใจเนื่องจาก 1.เป็นคนมีความสำเร็จในชีวิต มีฐานะ มีหน้าที่การงานที่ดี 2.รูปแบบการเสียชีวิตมีความแปลก 3.เชื่อมโยงสถานการณ์อื่นๆ เช่น ช่วงที่เกษตรกรมีปัญหา เมื่อมีเกษตรกรฆ่าตัวตายก็จะได้รับความสนใจ
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานป้องกันปราบปราม ให้นิยามของคำว่าปืนอย่างน่าสนใจว่า “มันไม่รู้จักนายตัวเอง เพราะฉะนั้นจะใช้มันต้องระวัง”
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ เสริมว่า คนที่มีภาวะความเครียดโดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่สามารถมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง เมื่อเกิดปัญหาที่หาทางออกไม่เจอ ต้องพยายามลืม “ปืน” ให้ได้มากที่สุด อย่าไปนึกถึงเด็ดขาด เพราะหลายครั้งที่เกิดเหตุฆ่าตัวตาย หรือตัดสินกันด้วยอาวุธปืน จะเกิดจากความคิดและอารมณ์เพียงชั่ววูบเท่านั้น บ่อยครั้งที่ผู้ก่อเหตุมาสำนึกทีหลัง หรือผู้ที่ฆ่าตัวตายด้วยปัญหาที่คิดว่าจนตรอก ก็ถูกสังคมประณามด่าว่า ทั้งโง่เขลา คิดสั้น เบาปัญญา ซึ่งแต่ละเหตุผลก็ไม่ใช่เรื่องดีแม้แต่น้อย
“ครอบครัว คนใกล้ชิด คือทางออกที่ดีที่สุด อย่าคิดว่าปืนจะเป็นทางออกที่จะช่วยเหลือได้ในทุกกรณี ปืนหากมีไว้ก็ควรจะรู้จักเก็บ รู้จักนำมาใช้ให้ถูกกับสถานการณ์ การหาทางออกของปัญหายังมีหลายทางที่ไม่ใช่ความตาย” พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ เตือนคนพกปืน
อีกมุมเพื่อเตือนสติสำหรับทางออกที่อาจไม่ใช่ความตายเสมอไป พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว พระนักเทศน์ชื่อดัง บอกว่า ปืนคือดาบสองคมที่พร้อมจะให้คุณให้โทษกับผู้ครอบครอง หากใช้ดี มีสติ มีธรรมะ ก็จะเป็นคุณ แต่หากอารมณ์ร้อน อยากมีแต่ไม่รอบคอบ อันนี้ก็จะเพิ่มศัตรูให้ตัวเองอย่างไม่รู้ตัว และศัตรูที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คือปืนที่ครอบครองอยู่
“การมีไว้ครอบครองเพื่อปกป้องตนเอง ทรัพย์สิน เป็นผู้ช่วยชีวิตของตนเองยามที่ตกอยู่ในอันตราย มีไว้เพื่อฝึกตัวเอง ฝึกใจ ไม่เอาไปเบียดเบียนผู้อื่นหรือแม้แต่ตนเอง การใช้อาวุธก็จะมีความปลอดภัย แต่อย่ามีเพื่อสร้างศัตรู ถ้ายังไม่พร้อม อย่ามี เพราะปืนไม่ผิด มีแต่คนที่ใช้ในทางที่ผิดเท่านั้นเอง”พระพยอม เตือน







