
น้ำดิบพัทยาเหลือน้อย ท่องเที่ยวเชียงใหม่วอนประหยัด
ปัจจุบันเมืองพัทยากำลังประสบปัญหาภัยแล้งส่อเค้ารุนแรงไม่แพ้หลายจังหวัดภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
ปัจจุบันเมืองพัทยากำลังประสบปัญหาภัยแล้งส่อเค้ารุนแรงไม่แพ้หลายจังหวัดภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ หากฝนยังคงทิ้งช่วงเมืองพัทยามีน้ำดิบเหลือใช้แค่เดือน ส.ค.นี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น
พิเชษฐ์ ธรรมโหร ปลัดอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี บอกว่า อำเภอบางละมุงถือเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางด้านกายภาพ ทั้งในส่วนของภาคเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ซึ่งทุกภาคส่วนจำเป็นต้องอาศัยน้ำในการอุปโภคบริโภคเป็นจำนวนมาก และจากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันพบว่าเริ่มส่อเค้าความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จนเริ่มส่งผลกับภาคการเกษตรเนื่องจากพื้นที่ อ.บางละมุง มีนาข้าวกว่า 2,170 ไร่ สวน 2.2 หมื่นไร่ ไร่มันสำปะหลังและไร่สับปะรดกว่า 6 หมื่นไร่
ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยังคงเป็นไปเช่นนี้และไม่มีฝนตกตามฤดูกาลก็อาจจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงผลผลิตในอนาคต ขณะที่สถานการณ์น้ำดิบล่าสุดจากการประสานงานร่วมกับการประปาพัทยาพบว่าเริ่มอยู่ในขั้นวิกฤต จึงควรหาทางแก้ไขเร่งด่วน โดยเฉพาะการขอความร่วมมือจากศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก เพื่อจัดทำฝนหลวงแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน
สุทัศน์ นุชปาน ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคพัทยา กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งน่าเป็นห่วง เนื่องจากเมืองพัทยาเป็นพื้นที่ที่มีการบริโภคอุปโภคน้ำสูงสุดของประเทศสูงถึงปีละกว่า 72 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ขณะที่แหล่งน้ำดิบนั้นมีปริมาณมวลรวมเพียง 40 ล้าน ลบ.ม. จาก 5 อ่างเก็บน้ำหลัก ได้แก่ มาบประชัน หนองกลางดง ห้วยสะพาน ห้วยขุนจิต และชากนอก ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณน้ำดิบรวมกันเหลือเพียง 15 ล้าน ลบ.ม. หรือกว่า 40% หรือมีน้ำดิบไช้ได้จริงแค่ 12%
“ทำให้การสูบน้ำเพื่อนำมาผลิตประปาเริ่มมีปัญหา แม้ว่าที่ผ่านมาประปาพัทยาจะซื้อน้ำจากอีทวอเตอร์ มาเสริมจาก จ.ระยอง และจากประปาสัตหีบในอัตราเพียง 8 หมื่นลบ.ม./วัน หรือเพียง 40% จากการใช้น้ำรวม ซึ่งก็คงไม่เพียงพอต่อปริมาณการใช้น้ำของเมืองพัทยาที่เฉลี่ยสูงถึงวันละ 2 แสน ลบ.ม. ส่วนการดึงน้ำจากแหล่งอื่นยังมีปัญหาอุปสรรคหลายอย่าง” สุทัศน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากฝนยังคงทิ้งช่วงยาวนาน หรือทำฝนเทียมไม่เข้าเป้าภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้ อาจต้องปรับแผนการจ่ายน้ำใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องลดการจ่ายน้ำในพื้นที่ห้วยใหญ่ ชากนอก และเนินพลับหวานต่อไป ซึ่งอาจทำให้ประชาชนบางส่วนได้รับผลกระทบอยู่บ้าง
ด้าน พรชัย จิตนวเสถียร นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ บอกว่า ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหวั่นวิตกขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคเช่นกัน แต่จากการสอบถามไปยังการประปาส่วนภูมิภาค ยืนยันว่า ขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ แต่ได้ขอให้ประชาชนชาวเชียงใหม่ใช้น้ำอย่างประหยัดเพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลนน้ำตามมา
ขณะที่ ชิตชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 จ.นครราชสีมา บอกว่า เขื่อนเก็บน้ำ 5 แห่งยังวิกฤต โดยเฉพาะลำตะคองเหลือน้ำใช้เพียง 15% จึงวอนประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อผ่าวิกฤตขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคได้จนกว่าจะมีฝนตกลงมาเพิ่มน้ำในเขื่อนต่างๆ ให้มากขึ้น







