posttoday
แก้ทุจริตเลือกตั้งยาก "เลี้ยงเสียง" ไปไกลกว่า "ซื้อเสียง"

แก้ทุจริตเลือกตั้งยาก "เลี้ยงเสียง" ไปไกลกว่า "ซื้อเสียง"

23 กรกฎาคม 2558

คณะกรรมาธิการการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดสัมมนาเรื่อง “การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม”

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

คณะกรรมาธิการการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดสัมมนาเรื่อง “การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม” โดย ศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ คือ การสรรหาคนดีเข้าสภา แต่จะทำอย่างไรให้ได้มา เพราะร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 มีการเปลี่ยนมาหลายรูปแบบ เพื่อให้การเลือกตั้งเกิดความสุจริต แต่นักการเมืองมักมีกลเม็ดเด็ดพราวเพื่อให้ตัวเองสามารถเข้ามาในสภา

“การเลือกตั้งที่จะบริสุทธิ์ยุติธรรมขึ้นอยู่กับก่อนเลือกตั้ง หลังเลือกตั้ง และเราคงรู้ดีว่าวิธีการหาเสียงสมัยนี้คืนหมาหอนไม่มีแล้ว ซึ่งปัจจุบันไม่ใช่แค่การซื้อเสียง แต่เป็นการเลี้ยงเสียงแล้ว ฉะนั้นจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ทุกคนต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของ กกต.เพียงอย่างเดียว” ประธาน กกต. กล่าว

อย่างไรก็ตาม การจัดการเลือกตั้งระบบสัดส่วนผสม กกต.มีความพร้อมในเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องการนับคะแนน จะจัดให้มีการนับคะแนนที่หน่วยเพื่อความสะดวก นอกจากนี้เรื่องการลงคะแนนที่เปิดให้ประชาชนเข้าใช้สิทธิตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. อยากให้มีการขยายเวลาออกไป

นอกจากนี้ อยากให้ กกต.มีอำนาจหน้าที่คล้ายกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการตรวจสอบทุจริต เพราะที่ผ่านมาทำงานด้วยความลำบากในการสืบสวน

ขณะที่ ภัทระ คำพิทักษ์ ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ระบุว่า วิธีการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ซึ่งกำหนดที่นั่ง สส.แบบยืดหยุ่น คือ 450-470 คน ด้วยการโหวตจากเสียงของประชาชน โดยเขตใหญ่ขึ้น การแข่งขันไม่สูง คิดเป็น 40% หรือ 2.5 แสนคน หากมีการทำทุจริตต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท เพื่อซื้อเสียง

ทั้งนี้ นักการเมืองชอบหลอกว่าการเลือกตั้งเท่ากับประชาธิปไตย ซึ่งความเป็นจริงไม่ใช่ ดังนั้นจำเป็นที่ต้องทำให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง รวมทั้งต้องเปิดเผยรายชื่อผู้สมัครที่จะเข้ามาในส่วนของ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อให้ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจ

อย่างไรก็ตาม การทุจริตการเลือกตั้งเกิดขึ้นในหลายรูปแบบ และทุกอย่างมีพัฒนาการอย่างสนใจ เช่น การเลี้ยงเสียง เพื่อเช็กคะแนนว่าตัวเองมีเท่าไหร่ ก่อนหาเพิ่มเติมให้ได้มากขึ้น มีตัวละครนักการเมืองกลายพันธุ์

ปัจจุบันมีตัวสำคัญที่ทำให้เกิดการทุจริต 1.กกต. 2.ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ 3.ข้าราชการประจำ ข้าราชการการเมือง 4.ตำรวจและภรรยา ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งที่ กกต.จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร

ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เป้าหมายระบบการเลือกตั้งแต่ละแบบ มีจุดประสงค์เพื่อสะท้อนเสียงของประชาชนในการเลือกตัวผู้แทนที่ดีเข้าสภา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น

ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นในไทยที่ผ่านมา โดยเฉพาะการสมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รัฐธรรมนูญกำหนดไม่ให้บุคคลในครอบครัวลงสมัคร ซึ่งการกำหนดเกณฑ์ดังกล่าวจำเป็นต้องให้สอดคล้องกับบริบทแต่ละประเทศ เพราะหากเปิดกว้างโดยไร้เงื่อนไข ก็อาจเป็นสภาผัวเมียได้

สำหรับการเลือกตั้งให้เกิดความบริสุทธิ์เที่ยงธรรม คือ การยุบสภา ซึ่งประเทศที่ปกครองโดยระบอบรัฐสภาสามารถทำได้ ยกเว้นระบบประธานาธิบดี ซึ่งการจะยุบสภาทำได้ใน 2 ลักษณะ คือ 1.ครบเทอม ในอดีตรัฐบาลอังกฤษมีวาระ 4 ปี เมื่อใกล้เวลาก็ยุบเพื่อสร้างความ
ได้เปรียบ

2.ยุบสภาแบบไม่ครบเทอม แต่มีเงื่อนไข 5-6 ข้อ อาทิ รัฐบาลสูญเสียคะแนนข้างมากในสภาจากการลงมติต่อร่างกฎหมายสำคัญ 3.มีการลงคะแนนเสียงอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นที่มาให้อังกฤษออก พ.ร.บ.กำหนดวาระแน่นอนเมื่อปี 2544 เพื่อไม่ให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจยุบสภาตามอำเภอใจ และป้องกันการเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ แต่หากยุบสภาเฉยๆ ต้องได้รับเสียงสนับสนุน 2 ใน 3 ถึงจะทำได้

ไชยันต์ ระบุว่า การยุบสภาของไทย 2475-2549 ถือว่าถูกต้อง ยกเว้นเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2549 ที่รัฐบาลขณะนั้นทำโดยเงื่อนไขการชุมนุมขับไล่ ซึ่งไม่เกี่ยวกับนโยบายบริหารของพรรค ถือเป็นการหนีความผิดส่วนตัว จนทำให้เกิดวิกฤตการเมืองอย่างที่ผ่านมา จึงต้องทำให้เรื่องนี้เกิดความชัดเจน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท