
ปัญหาโครงสร้าง ดึงเศรษฐกิจทรุด
นักวิชาการชี้โครงสร้างเศรษฐกิจไทยล้าหลังหนักทำให้เศรษฐกิจเติบโตเกิน 4% ยากเอกนิติ
นักวิชาการชี้โครงสร้างเศรษฐกิจไทยล้าหลังหนักทำให้เศรษฐกิจเติบโตเกิน 4% ยากเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า โอกาสที่เศรษฐกิจจะขยายตัวได้สูงปีละมากกว่า 4% เป็นไปได้ยาก เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยบิดเบี้ยวต้องพึ่งพาการส่งออกมากถึง 77% ของจีดีพี เมื่อเศรษฐกิจโลกมีปัญหาการส่งออกของไทยก็ได้รับผลกระทบรุนแรง
นอกจากนี้ ที่ผ่านมายังมีนโยบายให้คนบริโภคล่วงหน้า ทั้งจากโครงการรถคันแรก ทำให้ตอนนี้ไม่มีกำลังซื้อ หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง และตอนนี้มีปัญหาภัยแล้ง ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ต่ำ
ขณะเดียวกันเศรษฐกิจไทยยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไขระยะยาว ทั้งการขาดแคลนแรงงาน ปัญหาการลงทุน ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะภาครัฐที่ไม่ได้มีการลงทุนใหม่เพิ่มตั้งแต่ปี 2540 ขณะที่การเปลี่ยนรัฐบาลใหม่บ่อยครั้ง ทำให้ต้องมีการรื้อโครงการลงทุนใหม่ ทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่เชื่อมั่นในการลงทุนของไทย
วิรไท สันติประภพ ว่าที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาโครงสร้างที่ต้องได้รับการแก้ไข ทั้งการลงทุนอยู่ระดับต่ำ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดลง ปัญหาหนี้ครัวเรือนและความเข้มแข็งของภาคครัวเรือนในชนบท รวมถึงปัญหาคอร์รัปชั่น
ขณะนี้มี 2 เรื่องสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข คือ ส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชนให้เพิ่มขึ้น และการปฏิรูประบบราชการและรัฐวิสาหกิจ
กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศไทย กลุ่มธนาคารโลก กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนที่ขยายตัวต่ำกว่าเป้า ดังนั้นเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 2-3%
ด้าน อุสรา วิไลพิชญ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายวิจัยธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ระบุว่า ตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 5 ส.ค.นี้ จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกครั้ง จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 1.5% เนื่องจากส่วนใหญ่ตีความว่าประเทศไทยมีความต้องการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนปรน
จากการรับรู้ข่าวสารต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา
สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หากรัฐบาลมีการเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจจริง ภาคเอกชนมองว่าเป็นสัญญาณที่ดี หากทีมที่เข้ามาใหม่สามารถทำงานร่วมกับเอกชนได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากที่ผ่านมาการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจของรัฐบาลยังไม่ประสานกับภาคเอกชนและล่าช้า







