
อาฟตาหนุนเกษตรส่งออก6หมื่นล.
ส่งออกสินค้าเกษตรภายใต้กรอบอาฟตา ครึ่งปีแรกฉลุย ได้ดุลการค้า 6 หมื่นล้านบาท
ส่งออกสินค้าเกษตรภายใต้กรอบอาฟตา ครึ่งปีแรกฉลุย ได้ดุลการค้า 6 หมื่นล้านบาท
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภายหลังเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) สินค้าเกษตร 23 รายการ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้ติดตามสถิติการนำเข้าและส่งออก พบว่ามูลค่าการค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทยกับอาเซียนคิดเป็นจำนวน 99,394 ล้านบาท สูงกว่ามูลค่าการค้าในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วถึง 54.9% แบ่งเป็น ส่งออก 81,729 ล้านบาท นำเข้า 17,665 ล้านบาท ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า 64,064 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะได้ดุลการค้ามาก แต่ก็ต้องระวังป้องกันสินค้าเกษตรของไทยที่มีความอ่อนไหวในการทำตลาด จึงได้เตรียมมาตรการปกป้องพิเศษของความตกลงว่าด้วยการเกษตร หรือเอสเอสจี ซึ่งมาตรการนี้จะทำในลักษณะเก็บภาษี 1 ใน 3 ของสินค้าที่นำเข้าเกินโควตาที่ไทยได้เปิดไว้ โดยข้อมูลการนำเข้าทั้งหมดในเร็วๆ นี้ กระทรวงเกษตรฯ จะทำบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กับกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ว่าด้วยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลนำเข้าและการส่งสินค้าออกมาเป็นฐานในการดำเนินการ
นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า การใช้มาตรการป้องกันพิเศษนี้ สศก.จะนำข้อมูลการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น หรือราคาภายในประเทศที่ตกต่ำ เฉพาะสินค้าที่ผ่านการเปิดตลาดแล้ว มาคำนวณเพื่อหาค่าเกณฑ์ปริมาณและเกณฑ์ราคานำเข้าที่จะเป็นตัวส่งสัญญาณให้ขึ้นภาษีได้ โดยจะเก็บภาษีได้ไม่เกิน 1/3 ของอัตราภาษีที่เก็บจริง หรือภาษีนอกโควตา
เบื้องต้นจะใช้ปริมาณการนำเข้ามาเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ เช่น สินค้าข้าว ผลการคำนวณพบว่า ข้าว จะกำหนดให้สามารถนำเข้าได้ไม่เกินปริมาณ 35,521 ตัน เมล็ดกาแฟ 8,762 ตัน กาแฟสำเร็จรูป 2,830 ตัน และน้ำมันปาล์ม 16,396 ตัน ขณะที่ภาษีนอกโควตา ข้าว เก็บ 52% น้ำมันปาล์ม 143% เมล็ดกาแฟ 90% เส้นไหมดิบ 226% เป็นต้น







