posttoday
ชายแดนใต้สงบ-รุ่งเรืองได้ใน 10 ปี

ชายแดนใต้สงบ-รุ่งเรืองได้ใน 10 ปี

07 กรกฎาคม 2553

....พลเดช ปิ่นประทีป

รัฐบาลควรให้ความรู้และทำความเข้าใจกับประชาชนถึงหลักการ เหตุผลและความจำเป็นในการขยายหรือยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อการโฆษณาชวนเชื่อ หรือตกหลุมที่นักการเมืองบางฝ่ายขุดล่อไว้หรือถูกชักนำไปสู่ความเชื่อที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของประเทศ

ในหลักการ รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลความมั่นคงของประเทศและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ทำอย่างไรจะให้ชาติมีความมั่นคง บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย

ในการทำให้ประเทศมีความมั่นคง บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีชีวิตอยู่อย่างปกติสุข รัฐบาลจำเป็นต้องมีเครื่องมือหรือกลไกเพื่อการนี้ โดยเฉพาะกลไกทางด้านกฎหมาย ในยามปกติ รัฐบาลก็ใช้กฎหมายธรรมดา เช่น กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง เป็นต้น แต่ในยามที่บ้านเมืองไม่ปกติ รัฐบาลจำเป็นต้องมีต้องใช้กฎหมายที่มีความเข้มงวดมากขึ้นเพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ เช่น พ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และประกาศกฎอัยการศึก

เหมือนกับคนที่เจ็บป่วย ถ้าป่วยธรรมดาก็ใช้การรักษาแบบหนึ่ง หมอใช้ยาธรรมดา แต่ถ้าป่วยหนักก็ต้องรักษาอีกแบบหนึ่ง ถ้าจำเป็นต้องใช้ยาแรงขึ้น เพื่อให้คนไข้มีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างปกติสุข

อย่างไรก็ดี รัฐบาลมีพันธะที่จะต้องใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างเป็นธรรม ตรงไปตรงมา ตามหลักสากล จากเบาไปหาหนัก อย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใสและตรวจสอบได้

ในการใช้กฎหมายพิเศษเพื่อให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนสามารถมีหลักประกันในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และสามารถดำเนินชีวิตอย่างปกติ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในประเทศประชาธิปไตย เช่นสหรัฐอเมริกา เมื่อสหรัฐเจอภัยคุกคามจากการโจมตีของผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะห์ ในเหตุการณ์วันที่ 11 ก.ย. 2544 รัฐบาลวอชิงตันได้ออกกฎหมายความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ซึ่งจำกัดสิทธิเสรีภาพบางประการของคนอเมริกันเพื่อความปลอดภัยของคนอเมริกันเอง จากกฎหมายดังกล่าว รัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐสามารถใช้อำนาจและกลไกพิเศษป้องกันไม่ให้เกิดการโจมตีครั้งที่สองได้จนถึงขณะนี้

ประเด็นซึ่งเป็นถูกหยิบยกขึ้นมาพูดในสังคมไทยขณะนี้คือ สมควรที่จะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ประกาศใช้ใน 24 จังหวัดหรือยัง หรือจะลดลงมาบ้างได้หรือไม่ ฝ่ายที่ต้องการให้เลิกก็อ้างว่ากระทบต่อการท่องเที่ยว การลงทุน ภาพลักษณ์ของประเทศ ฝ่ายที่สนับสนุนก็อ้างว่า สถานการณ์ยังไม่ปกติ กลุ่มก่อการร้ายยังคิดที่จะก่อความวุ่นวายอยู่ตลอดเวลา ขนาดที่ยังมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ กลุ่มก่อการร้ายยังวางระเบิด และยิงจรวดอาร์พีจีใส่ถังน้ำมันได้

คำถามคือ ขณะนี้สถานการณ์กลับคืนสู่ปกติสุขหรือยัง คนกลุ่มหนึ่งอาจมองว่า บ้านเมืองปกติสุขแล้ว ดังนั้นรัฐบาลควรเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อคืนสิทธิเสรีภาพที่ประชาชนสละให้ชั่วคราวคืนสู่ประชาชนเช่นเดิม แต่บนผิวน้ำที่มองเห็นว่าราบเรียบหรือมีระลอกคลื่นน้อยๆ เท่านั้นไม่มีใครรู้ว่าจะมีคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่อยู่หรือไม่ คนที่จะตอบเรื่องนี้ได้ก็คือเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่ทำเรื่องนี้โดยตรง คือ ศอฉ.ยืนยันว่า กลุ่มที่คิดร้ายต่อบ้านเมืองยังมีการเคลื่อนไหวทางลับที่รอจังหวะก่อความวุ่นวายในทุกโอกาสที่เปิดให้กฎหมายพิเศษช่วยป้องปรามการก่อเหตุร้ายของคนพวกนี้

อย่างไรก็ดี สิ่งที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้พูดคือ กฎหมายพิเศษอำนวยความสะดวกต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้ง่ายยิ่งขึ้น และช่วยคุ้มครองป้องกันการกระทำของเจ้าหน้าที่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงพอใจต่อการมีกฎหมายพิเศษจนอาจเกิดอาการ “เสพติด” ขึ้นมาได้ แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องคำนึงมากกว่าประโยชน์ที่ตนเองได้รับ คือ สิทธิเสรีภาพที่ประชาชนยอมสละให้เพื่อเจ้าหน้าที่ได้ทำงานสะดวกยิ่งขึ้นนั้น หากสถานการณ์ดีขึ้น ก็ควรคืนสิ่งนี้ให้กับประชาชน และเจ้าหน้าที่ต้องมองภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาโลกด้วย

หากไปถามประชาชนในพื้นที่ที่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายังมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินบังคับใช้อยู่ เพราะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันแต่อย่างใด บางคนเห็นว่า หาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินทำให้บ้านเมืองสงบและทำมาหากินได้ตามปกติพวกเขาไม่ขัดข้อง หากรัฐบาลยังคงไว้ซึ่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดังกล่าว ซึ่งดีกว่ายกเลิก พ.ร.ก.แล้วบ้านเมืองวุ่นวายเหมือนช่วงที่ผ่านมา

คนที่ทำมาหากินตามปกติไม่ได้เดือดร้อนกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซ้ำยังมองว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินช่วยคุ้มครองการทำมาหากินและการดำเนินชีวิตโดยปกติสุขของพวกเขา กลุ่มคนที่เดือดร้อนเห็นจะมีแต่กลุ่มที่รอจังหวะก่อความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง หากมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และนักสิทธิมนุษยชนเท่านั้น

อย่างไรก็ดี รัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐต้องตระหนักว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นมาตรการพิเศษชั่วคราวที่ใช้เฉพาะช่วงเวลาสถานการณ์ไม่ปกติเท่านั้น รัฐบาลไม่สามารถใช้ได้ตลอดไป เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น รัฐบาลก็ต้องทยอยยกเลิกทีละน้อย โดยยกเลิกบางส่วนหรือยกเลิกทั้งจังหวัด เพราะยิ่งคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้นานเท่าไร รัฐบาลจะเจอกระแสตีกลับทางการเมืองมากขึ้นเท่านั้น หากยกเลิกไปก่อนและเกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีกรัฐบาลสามารถประกาศใช้อีกก็ได้ ซึ่งจะทำให้มีเหตุผลชี้แจงกับประชาชนได้ง่ายขึ้น

นายกฯ อภิสิทธิ์ ฟังทั้งความเห็นของเจ้าหน้าที่รัฐและเสียงจากประชาชน และนำมาหาจุดประนีประนอมแม้จะไม่ลงตัวพอดีก็ตาม เพราะนายกรัฐมนตรีต้องมองไปถึงภาพรวมของประเทศ ครั้งนี้คณะรัฐมนตรียกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ 5 จังหวัด ต่อไปก็อาจยกเลิกได้มากขึ้น โดยคงไว้เฉพาะจังหวัดที่มีความจำเป็นจริงๆ เท่านั้นและไม่จำเป็นต้องครอบคลุมทั้งจังหวัด ซึ่งนอกจากคำนึงถึงความมั่นคงของประเทศแล้ว ยังลดกระแสกดดันจากภายในและภายนอกด้วย

ที่สำคัญคือ ต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแสดงฝีมือ ความกล้าหาญ ความรับผิดชอบบ้าง ไม่ใช่อิงแต่ พ.ร.ก.เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท