
โลกมองไทย
สำนักข่าวต่างชาติชื่อดังหลายแห่ง ยังคงเกาะติดสถานการณ์ในประเทศไทย โดยเฉพาะหลังจากที่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศขยายเวลาการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป
ล่าสุด บีบีซี ซีเอ็นเอ็น รอยเตอร์ส เอพี และเอเอฟพี ล้วนรายงานถึงการที่รัฐบาลไทยยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใน 19 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพฯ เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ น่าน นครสวรรค์ นครปฐม กาฬสินธุ์ ถูกยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากสิ้นสุดกำหนดระยะเวลา 3 เดือนตามที่รัฐบาลประกาศไว้ในตอนแรก
ทั้งนี้ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในหลายพื้นที่ของประเทศไทย มีขึ้นหลังเกิดเหตุการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 90 คน
ขณะที่ อะลาสแตร์ ลีสเฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงเทพฯ วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ภาพรวมของกรุงเทพฯ ว่ากลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว หลังผ่านพ้นเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงมาหลายสัปดาห์ ทว่าสาเหตุที่รัฐบาลยังคงต่ออายุการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น เนื่องจากเกรงว่าจะมีการชุมนุมหรือก่อเหตุรุนแรงขึ้นมาอีก
“
ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยที่ให้การสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดงยังคงโกรธแค้น ขณะที่อาวุธของกองทัพที่สูญหายไปก็ยังหาไม่พบ” ลีสเฮด กล่าวนอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำประเทศไทยยังกล่าวอีกว่า กลุ่มคนที่เรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งโดยเร็วระบุว่าการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นการขัดขวางการแสดงออกของกลุ่มคนเหล่านี้
สอดคล้องกับท่าทีของหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไทย รวมทั้งการที่นักวิชาการออกมาเตือนว่า การปิดทางไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามแสดงออก อาจเป็นการบีบบังคับให้กลุ่มตรงข้ามใช้วิธีใต้ดิน







