
สมควรแก้ไข
ถูกต้องแล้วที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) อันประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย จะรื้อระบบค่าจ้างใหม่ โดยมีเป้าหมายที่จะยกเลิกการจ้างงานด้วยระบบการกำหนดค่าแรงขั้นต่ำ แล้วเปลี่ยนไปใช้การจ่ายค่าตอบแทนตามฝีมือแรงงาน
ที่ประชุม กกร. ได้มีมติเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยวางขั้นตอนไว้ว่า จะใช้เวลาศึกษาเรื่องนี้ให้เสร็จภายใน 3 เดือน จากนั้นจะนำร่องทดลองใช้ในอุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานไม่ซับซ้อน เช่น กลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมก่อน
เป็นเวลาอันยาวนานแล้วที่ค่าจ้างแรงงานไทยถูกกดอยู่ด้วยระบบค่าจ้างขั้นต่ำ เหตุเพราะนายทุนต้องการให้ต้นทุนการผลิตต่ำจะได้ส่งออกหรือไม่กำไรสูง ทำให้ผู้ใช้แรงงานในภาคอุตสาหกรรมจำนวนมหาศาลต้องทำงานหนักและไม่มีโอกาสพัฒนาฝีมือแรงงาน
การทำงาน 8 ชั่วโมง โดยได้รับค่าตอบแทนตามที่กำหนดไว้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำนั้น ไม่สามารถที่จะทำให้ผู้ใช้แรงงาน ไม่สามารถแม้แต่จะมีชีวิตรอดไปในแต่ละวันได้ คนงานทั้งหลายจึงมักสมัครใจทำงานล่วงเวลาเพื่อให้ได้ค่าตอบแทนพิเศษที่เรียกกันติดปากว่า โอที เพื่อให้มีรายได้พอยังชีพ
พวกเขาต้องทำงานไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งแน่นอนว่าระยะเวลาการทำงานอันยาวนานเช่นนี้ ย่อมส่งผลต่อสุขภาพและความมั่นคง ความผาสุกของครอบครัวโดยตรง แต่ความเคยชินก็ทำผู้ใช้แรงงานไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องผิดปกติ
หากเปลี่ยนการค่าตอบแทนจากระบบค่าแรงขั้นต่ำมาเป็นค่าแรงตามฝีมือแรงงาน ก็จะทำให้มีการพัฒนาฝีมือแรงงานอย่างกว้างขวาง และคุณภาพชีวิตของบรรดาผู้ใช้แรงงานก็จะดีขึ้น แต่ทั้งหลายทั้งปวงนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการเอาจริงเอาจังของเหล่าผู้ประกอบการเองว่า จะมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับฝีมือแรงงานจริงหรือไม่
พร้อมกันนั้นรัฐบาลก็ต้องทบทวนว่า แม้จะตั้งเป้าหมายว่าให้มีการพัฒนาฝีมือแรงงาน มีการตั้งงบประมาณเพื่อการนี้จำนวนมากในแต่ละปี มีการตั้งหน่วยงานมาดูแลโดยเฉพาะ นั่นคือ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีเครื่องมือและกลไกพร้อมอยู่แล้ว คือ พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 ซึ่งมีทั้งกองทุนและคณะกรรมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ฯลฯ แต่ทำไมการพัฒนาฝีมือแรงงานถึงไม่ประสบความสำเร็จและก้าวหน้า
กกร.ได้ตัดสินใจถูกต้องแล้วที่จะสถาปนาการจ้างงานที่ถูกต้องเป็นธรรมขึ้น เหลือแต่ต้องทำให้เป็นจริงในเร็ววัน เพราะไม่มีความร่ำรวยใดจะยั่งยืนได้หากไม่มีการแบ่งปัน







