
ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯหายวับ บิ๊กตู่มอบการบ้านรัฐมนตรี
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือน มิ.ย. 2558 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอยู่ที่ 84 ปรับตัวลดลงจากระดับ 85.4 ในเดือน พ.ค. โดยปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 และยังต่ำสุดในรอบ 16 เดือน นับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2557
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือน มิ.ย. 2558 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอยู่ที่ 84 ปรับตัวลดลงจากระดับ 85.4 ในเดือน พ.ค. โดยปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 และยังต่ำสุดในรอบ 16 เดือน นับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2557
สาเหตุหลักมาจากผู้ประกอบการมีความกังวลต่อเศรษฐกิจภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปัญหาภัยแล้ง และผลกระทบต่อเศรษฐกิจคู่ค้าที่อาจกระทบต่อการส่งออก
สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน
ส.อ.ท. ชี้แจงการคาดการณ์ดัชนีความเชื่อมั่นใน 3 เดือนข้างหน้าว่า อยู่ที่ระดับ 99 ลดลงจากระดับ 100.9 จากเดือน พ.ค. สาเหตุที่ลดลงเกิดจากองค์ประกอบยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิตและผลประกอบการที่ยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะมีทิศทางอย่างไรอยู่ที่รัฐบาลจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะขึ้นอยู่กับทีมเศรษฐกิจว่าจะเข้าไปช่วยเหลือภาคการเกษตรและธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างไร
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง เอกชนมองว่าขึ้นอยู่ที่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลจะดำเนินการอะไรออกมากระตุ้นจากปัญหาภัยแล้งที่อาจคุกคามภาวะเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น และจะกระทบต่อกำลังซื้อประชาชน ซึ่งเอกชนได้ส่งสัญญาณว่ารัฐบาลควรจะอุดหนุนหรือดูแลราคาสินค้าให้กับภาคการเกษตรมากขึ้น เพราะที่ผ่านมารัฐบาลดูแลเศรษฐกิจมหภาคดีแล้ว แต่ในระดับจุลภาคยังไม่มีความชัดเจน
นอกจากนี้ ต้องการให้เร่งรัดการใช้จ่ายของภาครัฐให้เป็นไปตามแผนการใช้งบประมาณ เพื่อช่วย
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เพิ่มการใช้จ่ายและบริโภคภายในประเทศ ด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ หามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง และช่วยเสริมสภาพคล่องของ
ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีโดยสนับสนุนให้สถาบันการเงินพิจารณาปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
สุพันธุ์ กล่าวว่า ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามภาคเอกชนต้องการให้ข้อเสนอต่างๆ ได้รับการตอบรับจากทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาข้อเสนอของเอกชนได้รับการตอบสนองล่าช้าโดยเฉพาะการช่วยเหลือเอสเอ็มอีทั้งในเรื่องของภาษี และการนิรโทษกรรมเอสเอ็มอี
สุชาติ อรุณแสงโรจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยครึ่งปีแรกอยู่ในระดับทรงตัว ซึ่งมียอดจดทะเบียนเพิ่มขึ้น 2-3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะนี้สถานการณ์ครึ่งปีหลังอาจไม่ดีเท่าที่คาดการณ์จากช่วงต้นปี เพราะจีดีพีลดลงจากที่คาดไว้ 3.8-3.9% ปัจจุบันลดลงเหลือ 2.8-3%
สุชาติ กล่าวว่า ได้มีการปรับประมาณการยอดขายของตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยในปีนี้จะลดลงเหลือ 1.66-1.68 ล้านคัน จากต้นปีคาดว่าอยู่ที่ 1.75 ล้านคัน ขณะที่ปี 2557 อยู่ที่ 1.7 ล้านคัน สำหรับ เอ.พี.ฮอนด้า ได้ปรับลดเป้าหมายยอดขายในปีนี้ลงเหลือ 1.32 ล้านคัน จากต้นปีคาดว่าอยู่ที่ 1.38 ล้านคัน
พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุม ครม.ถึงความก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจว่า ถ้าเราพูดว่าไม่ดี เสียหายก็ไม่น่าจะมีอะไรดีขึ้น วันนี้เราพยามทำทั้งระบบทั้งเศรษฐกิจระดับชาติ ในประเทศ ในอาเซียน
อย่างไรก็ตาม นายกฯ กังวลในเรื่องที่มีการใช้จ่ายงบประมาณไปหลายประเภทด้วยกัน 1.ค่าใช้จ่ายรายปี-ประจำปีของรัฐตามงบประมาณ 2.งบเงินกู้ ซึ่งมีโครงการใหม่ๆ หลายโครงการ บางโครงการมีการใช้เงินไปมากน้อยอย่างไร ตรงนี้คือสิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องทำ ที่จริงเราก็กังวลมาตลอดอยู่แล้ว สมมติน้ำสามแสนกว่าล้านบาท วันนี้ทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น เราจะไม่ผูกพันงบประมาณจนเต็มระบบ มันทำไม่ได้ อันไหนจำเป็นก็จำเป็น แม้กระทั่งความร่วมมือไทย-จีน ก็มีปลีกย่อยเยอะแยะ เพราะแยกคณะกันทำ และการประชาพิจารณ์ไม่ใช่เรื่องง่าย
เมื่อถามว่า การตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะเป็นห่วงเรื่องเศรษฐกิจมหภาคใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ห่วงมาตลอด รัฐบาลไม่ได้สั่งงานเป็นชิ้นแต่สั่งงานในเชิงบูรณาการทั้งหมดอยู่แล้ว รัฐบาลนี้ดูคน 70 ล้านคน ไม่ได้ดูแค่ 10 ล้านคน หรือดูแต่พวกไม่มี ฉะนั้นต้องดูทั้งมหภาคจุลภาคดูหมด เศรษฐกิจแนวใหม่จะต้องเสริมซึ่งกันและกัน อุตสาหกรรมเสริม อุตสาหกรรมที่ไม่มีมลพิษ การเกษตรต้องปรับเป็นเกษตรสมัยใหม่ เกษตรกรต้องเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ สร้างตลาดระดับบน ระดับกลาง ระดับล่าง ในประเทศ นอกประเทศในชุมชน ชายแดนเศรษฐกิจพิเศษ ต้องคิดแบบนี้
“วันนี้เอกสารเป็นปึกๆ เอาผลวิจัย เอางานที่เอกชนเสนอเข้ามาแล้วเอามาดู มาอ่านมาสั่งการทุกวัน วันนี้ก็แจกคณะรัฐมนตรีไปดู ก็ตรงกับที่เราทำอยู่แล้ว เพียงแต่อยากให้เอาตัวเลขเหล่านี้มาทำผลการวิจัยมาให้รับรู้ทั่วกันว่าเราทำอะไรไปบ้าง” นายกฯ กล่าว







