
ศาลทหารอนุญาตให้"วรเจตน์"ไปดูงานเยอรมัน10วัน
ศาลทหาร เลื่อนสืบพยานโจทก์คดี 'วรเจตน์' พร้อมไฟเขียวให้เจ้าตัวไปดูงานด้านวิชาการที่ เยอรมัน 10 วัน
ศาลทหาร เลื่อนสืบพยานโจทก์คดี 'วรเจตน์' พร้อมไฟเขียวให้เจ้าตัวไปดูงานด้านวิชาการที่ เยอรมัน 10 วัน
เวลา 09.30 น. วันที่ 21 ก.ค. ที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม ถ.หลักเมือง คณะตุลาการศาลทหารกรุงเทพ ได้นัดสืบพยานฝ่ายโจทก์ครั้งที่2 ในคดีหมายเลขดำ 32 ก./2557 ที่อัยการทหารเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และนักวิชาการคณะนิติราษฎร เป็นจำเลยในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัวตามประกาศคสช.ฉบับที่ 5/2557 ลงวันที่ 24 พ.ค.2557 และฉบับที่ 57/2557 ลงวันที่ 9 มิ.ย.2557 ซึ่งความผิดระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยอัยการทหารยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2557 อย่างไรก็ตามขณะที่นายวรเจตน์เดินทางมาถึงศาลทหารฯ มีประชาชนจำนวนหนึ่งมาให้กำลังใจด้านหน้าศาลทหารฯ โดยมีน.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด1ใน14นักศึกษาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ก็ได้มาให้กำลังใจเช่นกัน โดยได้ทักทายพูดคุยเรื่องความเป็นอยู่ทั่วไปของทั้ง 2 ฝ่ายก่อนนายวรเจตน์จะเข้าไปในศาลทหารฯ
จากนั้นเวลา 10.30 น. นายวรเจตน์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า วันนี้ตามกำหนดเป็นการนัดสืบพยานโจทก์ปากที่ 2 คือพ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี รองผู้บัญชาการกองพลที่1 รักษาพระองค์ แต่วันนี้พ.อ.ทรงวิทย์ติดราชการจึงไม่สามารถเดินทางมาศาลทหารฯได้ โดยฝ่ายอัยการโจทก์จึงได้เลื่อนการสืบพยานฝ่ายโจทก์ออกไปเป็นวันที่ 28 ต.ค.58 และจะนำพยานปากอื่นคือเจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 1ขึ้นมาสืบพยานแทนพ.อ.ทรงวิทย์ก่อน
นอกจากนี้ในวันนี้ตนยังได้ขออนุญาตต่อศาลทหารฯ ขอเดินทางไปประเทศเยอรมัน ระหว่างวันที่ 27ก.ค.-7ส.ค.58 เพื่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับกฎหมายวิธีการพิจารณารัฐธรรมนูญของประเทศเยอรมนี พร้อมทั้งไปศึกษาและดูตำราใหม่ๆด้วย โดยทางศาลทหารฯและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ก็ได้อนุญาต แต่มีเงื่อนไขว่าเมื่อเดินทางกลับมาประเทศไทยแล้วจะต้องมารายงานตัวต่อศาลทหารฯภายใน3 วัน
ภาพประกอบข่าว







