
"บวรศักดิ์" รับร่างรธน.อาจไม่ได้ดั่งใจชี้มีข้อจำกัด3ประการ
บวรศักดิ์แถลงสรุปภารกิจกมธ.ยกร่างฯ ยอมรับร่างรธน.อาจไม่ได้ดั่งใจ เหตุมีข้อจำกัด 3 ประการ เมินร่วม 21 กรรมการร่างรธน.
บวรศักดิ์แถลงสรุปภารกิจกมธ.ยกร่างฯ ยอมรับร่างรธน.อาจไม่ได้ดั่งใจ เหตุมีข้อจำกัด 3 ประการ เมินร่วม 21 กรรมการร่างรธน.
เมื่อวันที่ 19 ก.ค. เวลา 9.30น.ที่โรงแรมเอเชีย พัทยา จ.ชลบุรี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้แถลงสรุปภาพรวมการประชุมพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรานอกสถานที่ตลอด 7 วัน
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า การร่างรัฐธรรมนูญยังไม่จบสมบูรณ์เสียทีเดียว เพราะหมวดปฏิรูปและการสร้างความปรองดองต้องรอสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) บทเฉพาะกาลก็ต้องดูกันให้เรียบร้อย ดังนั้น ยังไม่สามารถบอกจำนวนมาตราของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งหมดได้อย่างเป็นทางการ ส่วนตัวคิดว่าถ้าจะต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญให้กับสปช.ในวันที่ 22 ก.ค. คณะกมธ.ยกร่างฯจะต้องทำให้เสร็จทั้งหมดในวันที่ 21 ก.ค.แต่เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ.2557 ที่ถูกแก้ไขเพิ่มเติมซึ่งเปิดทางให้คณะกมธ.ยกร่างฯสามารถขยายเวลาได้อีก 30 วันมีผลบังคับใช้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบแต่อย่างใด ซึ่งคณะกมธ.ยกร่างฯจะประชุมกันเพื่อมีมติในวันที่ 21 ก.ค.ในเวลา13.30น.ว่าจะมีมติขยายเวลาหรือไม่
"การแก้ไขเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของคณะกมธ.ยกร่างฯ ไม่มีไปกระทบกับหลักการสำคัญทั้ง 4 ประการยังคงอยู่ตามเดิม เพียงแต่ว่าบางเรื่องเราปรับให้มีความชัดเจนมากขึ้น อย่างเช่นบางเนื้อหาที่เราใช้คำว่าพลเมือง เราก็ได้ปรับเป็นบุคคล เป็นต้น แต่หลักการเดิมยังคงอยู่ทุกประการ"
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวมีความพอใจในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ระดับหนึ่ง ตนเองเคยพูดเสมอว่ารัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดในโลกนั้นยังไม่มี และร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญในฝันของผม เพราะถ้าเป็นร่างรัฐธรรมนูญในฝันของผมจริง จะมีหลายเรื่องที่ผมจะไม่เขียนแบบนี้ แต่ต้องเข้าใจว่า 1.เรามีข้อจำกัดเรื่องเนื้อหา เพราะรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ.2557 มาตรา35 ได้กำหนดแนวทางการยกร่างรัฐธรรมนูญไว้หลายประการ เช่น การตัดสิทธิผู้ถูกพิพากษาว่าได้ทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบหรือทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรมให้ออกไปจากวงการเมืองตลอดไป เป็นต้น
"ถามผมว่าถ้าเป็นผมเขียนจะเขียนแบบนั้นหรือไม่ ผมเชื่อว่ากมธ.หลายคนก็คงไม่เขียน แต่ถ้าไม่เขียนก็จะขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ.2557 มาตรา 35 (4) เราก็ต้องเขียน"
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า 2.ข้อจำกัดเรื่องเวลา เรื่องบางเรื่องถ้ามีเวลามากกว่านี้ กระบวนการคิดอาจจะทำให้เกิดความสมบูรณ์มากขึ้น 3.เรื่องกระบวนการ คณะกมธ.ยกร่างฯไม่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง เพราะต้องพิจารณาคำขอแก้ไขเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญจากสปช.และคณะรัฐมนตรีด้วยรวมทั้งเสียงประชาชน มีหลายเรื่องที่เราเห็นด้วย มีหลายเรื่องที่คณะกมธ.ยกร่างฯยืนหลักการเดิม หรือหลายเรื่องที่คณะกมธ.ยกร่างฯเคยมีมติไปแล้วก็ต้องเปลี่ยน เช่น การกำหนดให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ คณะกมธ.ยกร่างฯเคยมีมติมาตั้งแต่ต้นว่าการเลือกตั้งควรให้เป็นสิทธิ แต่สุดท้ายก็มีเหตุผลที่ทำให้การเลือกตั้งกลับไปเป็นหน้าที่
"ดังนั้น ไม่มีใครพอใจได้ 100%หรอกสำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ก็เป็นเรื่องปกติ" นายบวรศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า คณะกมธ.ยกร่างฯได้เตรียมแผนสำหรับการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญระหว่างการรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติแล้วหรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวยอมรับว่า คิดไว้ในใจบางแล้วแต่ยังไม่สามารถพูดออกมาได้ เพราะยังไม่รู้ว่าจะผ่านความเห็นชอบจากสปช.หรือไม่ เราจะไปเชื่อมั่นอย่างที่นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ กมธ.ยกร่างฯเชื่อมั่นนั้นส่วนตัวก็ยังไม่กล้า
"ผมอยู่กับปัจจุบัน ผมไม่ได้อยู่กับอนาคตหรืออดีต ปัจจุบันยังไม่มีการลงมติ ก็ยังไม่มีความแน่นอนในอนาคต จึงยังไม่มีการพูดกัน เมื่อไหรที่วันที่ 5 6 หรือ 7ก.ย.วันใดวันหนึ่งที่สปช.ลงมติเห็นชอบแล้ว ถึงจะมานั่งประชุมกันว่าเราจะดำเนินการเผยแพร่อย่างไร วันนี้คิดไว้ในใจก่อนได้แต่ว่ายังตอบไม่ได้ว่าจะผ่านสปช.หรือเปล่า" นายบวรศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า คณะกมธ.ยกร่างฯเชื่อมั่นว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะอยู่กับประเทศไทยไปอีกนานเท่าไหร นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า "ตอบไม่ได้ ผมบอกแล้วผมอยู่กับปัจจุบัน พระพุทธเจ้าท่านสอนว่าคนที่ไปคิดถึงอดีตมันไม่มีประโยชน์ เพราะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว คนที่คิดถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ก็เป็นเรื่องเพ้อฝัน ดังนั้น ผมตอบได้ว่าปัจจุบันถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านก็จะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ของประเทศ จะอยู่ได้นานแค่ไหนผมไม่รู้ แต่ผมตั้งใจในตัวผมเองว่าคงจะเป็นฉบับสุดท้ายที่ผมจะมีส่วนในการทำแล้ว และเคลียร์รัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 ผมไม่ได้มีส่วนร่วมในการร่างเลยแม้แต่น้อย มีแต่ปี2540 และฉบับนี้เท่านั้น"
เมื่อถามว่า เมื่อคณะกมธ.ยกร่างฯได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์จะมีสินค้าอะไรไปขายกับสปช. นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีสินค้า มีแต่เจตนารมณ์หลักของร่างรัฐธรรมนูญ 4 ข้อ ประกอบด้วย สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ ทำให้การเมืองใสสะอาดและสมดุล หนุนสังคมที่เป็นธรรม และนำชาติสู่สันติสุข ส่วนสปช.จะลงมติอย่างไรก็เป็นเอกสิทธิของสปช. ไม่ขอก้าวล่วงและไม่ไปเดาว่าผ่านหรือไม่ผ่าน
เมื่อถามว่า หากเหตุการณ์ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่านส่วนตัวจะกลับมาเข้ามาเป็นหนึ่งในกรรมการร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า "อย่าถามเรื่องอนาคต อนาคตมันยังไม่เกิด ปี 2540 ร่างรัฐธรรมนูญในบรรยากาศประชาธิปไตย ปี 2550 เกิดความขัดแย้งที่ยังสุกงอม มาปีนี้ความขัดแย้งก็ยังไม่หมด ขนาดผมพูดเรื่องความไม่เป็นธรรมในสังคม ยังเอาไปพูดเป็นเรื่องแบ่งชนชั้นเลอะเทอะไปโน่น"
"เรื่องกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 21 คน อย่ามาคิดถึงผมเลย ตัวใครตัวมันก็แล้วกันถ้าไม่ผ่าน ผมก็กลับไปนอนบ้านเท่านั้นเอง" นายบวรศักดิ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน นายบวรศักดิ์ ได้ให้กมธ.ยกร่างฯกล่าวเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงการทำงานที่ผ่านมา โดยนพ.ชูชัย ศุภวงศ์ กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านมติของสปช. และการทำประชามติของประชาชน เพราะจากการทำงานร่วมกับสปช. ที่ผ่านมาพบว่าสปช.รู้สึกร่วมเป็นเจ้าของ ขณะที่การทำประชามตินั้นเชื่อว่าสาระสำคัญที่นำชาติ และบ้านเมืองไปสู่ความคาดหวัง และทำให้เกิดความศิวิไลซ์แก่แผ่นดินสยาม จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ประชาชนยอมรับ
นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ เลขานุการกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวผ่านการยกร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว 3 ฉบับ โดยแต่ละฉบับนั้นมีโจทย์การทำงานที่แตกต่างกัน โดยร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ยกร่างขณะนี้ ถือว่ามีโจทย์การทำงานที่ยากที่สุด เพราะต้องทำให้บ้านเมืองคืนสู่ความสงบ และทำชาติให้เจริญก้าวหน้า โดยยอมรับว่ารัฐธรรมนูญไม่ใช่ยาวิเศษที่จะแก้ไขวิกฤตต่างๆ ที่ผ่านมาและนำประเทศไปสู่ความสงบโดยพริบตา แต่เป็นแนวทางที่คาดว่าจะเป็นช่องทางให้บ้านเมืองไปสู่สันติสุขและเจริญก้าวหน้าได้อย่างน่าชื่นชม
"รัฐธรรมนูญร่างแรกที่ออกมานั้น หลายคนคิดว่าเป็นกลไกที่สร้างขึ้นมาแล้วสามารถแก้ไขปัญหาและนำประเทศไปสู่ความสงบสุขได้ แต่เมื่อรับฟังความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ และเสียงประชาชนแล้ว ต้องนำความเห็นนั้นมาปรับเพื่อให้เกิดความสมดุลและได้รับการยอมรับมากขึ้น แม้จะไม่ใช่โจทย์ที่ต้องการ แต่สุดท้ายต้องไม่ลืมเป้าหมายสูงสุดที่เพื่อแก้ปัญหาให้บ้านเมือง และให้บ้านเมืองสงบสุข"นางกาญจนารัตน์ กล่าว







