posttoday
บอกกล่าวเล่าเรื่อง

บอกกล่าวเล่าเรื่อง

19 กรกฎาคม 2558

ทุเรียนถือว่าเป็นผลไม้เศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของประเทศไทย มีหลากหลายสายพันธุ์ให้ได้รับประทาน

เทศกาลทุเรียนหลง-หลินลับแล

ทุเรียนถือว่าเป็นผลไม้เศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของประเทศไทย มีหลากหลายสายพันธุ์ให้ได้รับประทาน ทั้งหมอนทอง ก้านยาว ชะนี เป็นต้น แต่มีอีกสายพันธุ์หนึ่งเป็นที่หมายปองของผู้ชื่นชอบทุเรียนนั้น ก็คือสายพันธุ์ “หลินลับแล” กับ “หลงลับแล” ที่สุดแห่งราชาทุเรียนไทยก็ว่าได้ ซึ่งมีแหล่งปลูกแห่งเดียวในประเทศไทยนั้น ก็คือ จ.อุตรดิตถ์

เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ชื่อเสียงทุเรียนเมืองลับแลให้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ชัช กิตตินภดล ผวจ.อุตรดิตถ์ ผนึกกำลังกับ อุเทน โล่พานิช นายกเทศบาลตำบลหัวดง อ.ลับแล และ ธาตรี บุญมาก นายอำเภอลับแล จัดเทศกาลทุเรียนและผลไม้เมืองลับแล ปี 2558 ระหว่างวันที่ 25-28 ก.ค.นี้ บริเวณตลาดกลางผลไม้เทศบาลตำบลหัวดง อ.ลับแล

การจัดงานครั้งนี้ นอกจากโปรโมททุเรียนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายแล้วยังกระตุ้นให้เกษตรกรปรับปรุงคุณภาพผลผลิตทุเรียนให้ดีขึ้นตรงตามความต้องการของตลาด ซึ่งทุเรียนเมืองลับแลสามารถทำรายได้เข้าจังหวัดได้ปีละกว่า 2,000 ล้านบาท

ปัจจุบันเกษตรกรทำสวนทุเรียนหลง-หลินลับแล ในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.ลับแล เมือง และท่าปลา รวมทั้งหมดกว่า 2 หมื่นไร่ ในอนาคตทางหน่วยงานราชการจะส่งเสริมขยายพื้นที่เพาะปลูกให้มากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด

สำหรับนักท่องเที่ยวท่านใดที่ผ่านเมืองลับแล หากมีโอกาสห้ามพลาดแวะเวียนชิมราชาทุเรียนไทยรับรองไม่ผิดหวังแน่

บอกกล่าวเล่าเรื่อง

 

ทส.รณรงค์เกษตรกรปลูกป่าคลายแล้ง

ปีนี้ประเทศไทยเผชิญกับวิกฤตภัยแล้งหนักสุดในรอบ 50 ปี เกษตรกรรากหญ้าเดือดร้อนทั่วหน้าลงทุนปลูกพืชผักทำไร่ทำนาต่างขาดทุนทั่วหน้า เพราะขาดแคลนน้ำหล่อเลี้ยง พล.อ.เอกชัย จันทร์ศรี ที่ปรึกษา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จึงสบโอกาสการรณรงค์ให้เกษตรกรทั่วประเทศเพิ่มพื้นที่ป่าชุมชนแบบยั่งยืน ตั้งแต่เดือนก.ค.-ธ.ค.นี้

ขณะเดียวกันยังรณรงค์เกษตรกรให้ยึดแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการนำมาประยุกต์ ประหยัด และอนุรักษ์พลังงาน เพื่อนำไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ ซึ่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.9% ของโลก

กระทรวงตั้งเป้าหมายให้ทุกประเทศร่วมมือกันลด และควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 7-20% ภายในปี 2563 ด้วยการส่งเสริมการปลูกป่าชุมชนเพิ่มพลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์พลังงาน การประหยัดพลังงาน และการส่งเสริมการแปลงขยะให้เป็นพลังงาน รวมไปถึงการใช้รถโดยสารขนส่งมวลชนแทนรถยนต์ส่วนตัวและการรณรงค์ให้ประชาชนโดยเฉพาะในเมืองใช้จักรยานเพิ่มมากขึ้น

ชาติภูมิภาคอาเซียน ถือเป็นพื้นที่ที่เสี่ยงต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก เพราะมีการทำลายป่าอย่างกว้างขวาง จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ควรจะทำการพัฒนาไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ดังนั้นควรที่จะร่วมมือกันระหว่างภูมิภาคในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับนโยบาย ระดับปฏิบัติการ นักวิจัย หรือภาคการศึกษา เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย