posttoday
บทเรียน...อีเย็น ไทรโศก ดูละครย้อนดูตัวเรา

บทเรียน...อีเย็น ไทรโศก ดูละครย้อนดูตัวเรา

07 กรกฎาคม 2553

การจัดเรตติ้งของเรายังไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น ตามที่กรมประชาสัมพันธ์ได้ทำข้อตกลงกับช่องต่างๆ ว่าต้องมีรายการทีวีสำหรับเด็กไม่น้อยกว่า 15%

การจัดเรตติ้งของเรายังไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น ตามที่กรมประชาสัมพันธ์ได้ทำข้อตกลงกับช่องต่างๆ ว่าต้องมีรายการทีวีสำหรับเด็กไม่น้อยกว่า 15%

โดย ธนก บังผล

“เห็นในโทรทัศน์ว่ามีการผูกคอตาย พี่สาวเลยแสดงจริงให้ดู และบอกว่าหากเป็นผีจะมาหักคอเพื่อนๆ ในโรงเรียนที่ชอบแกล้งและชอบขี้โกงด้วย”

ประโยคสั้นๆ ของ “น้องต่อ” ด.ช.ยมนา คำสัตย์ อายุ 6 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 2 น้องชายฝาแฝดของ “น้องแตน” ด.ญ.ยุวดี คำสัตย์ ที่ผูกคอตายตาม “หนูเย็น” ตัวละครในเรื่อง “ไทรโศก” สะท้อนอะไรให้กับสังคมไทยได้อย่างดี

น้องแตนตกเป็นเหยื่อเซ่นความมักง่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านหน้าจอโทรทัศน์ โดยเฉพาะละครน้ำหลังข่าว ซึ่งมีบทให้เยาวชนถูกชักจูงไปได้ง่ายๆ

แม้จะถูกท้วงติงมาโดยตลอด แต่ก็เป็นเพียงลูบหน้าปะจมูกเสมอมา โดยไม่สามารถรับประกันได้ว่า การต้องแลกมาซึ่งชีวิตของน้องแตนครั้งนี้ จะเปลี่ยนแปลงวงการมายาได้หรือไม่

ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผู้อำนวยการกลุ่มเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันว่า ละครที่แพร่ภาพทางโทรทัศน์ในบ้านเราขณะนี้ เท่าที่ดูแล้วเนื้อหารุนแรงมากขึ้น รวมไปถึงเกมโชว์ด้วย

“อาจจะเข้าใจว่าเรตติ้งสัญลักษณ์ น.18+ เป็นรายการที่เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป แล้วเด็กอายุ 6 ขวบ ไปดูทำไม แล้วละครนี้มีฉากผูกคอตาย ก็อยู่ในช่วงประมาณ 3 ทุ่ม ไม่ได้ฉายช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่เป็นการฉายในวันพุธ-พฤหัสบดี ซึ่งเป็นวันที่เด็กต้องไปโรงเรียน พ่อแม่ปล่อยให้เด็กดูละครหลัง 3 ทุ่ม ได้อย่างไร เพราะในประเทศต่างๆ ที่เป็นสากลนั้นเขาห้ามไม่ให้เด็กดูแล้ว”

ผู้อำนวยการกลุ่มเฝ้าระวังฯ บอกว่า เรตติ้งในประเทศไทยแปลกๆ เนื่องจากปกติแล้วเด็กจะดูโทรทัศน์ในช่วงตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม ซึ่งช่วงเวลานี้จะต้องเป็นรายการที่มีเรตติ้ง ป (ปฐมวัย) ท (ทั่วไป) ด (เด็ก) แต่ปรากฏว่ามีรายการที่ได้เรตติ้ง น.18+ ออกมาตั้งแต่บ่าย

ลัดดา มองว่า การจัดเรตติ้งของเรายังไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น ตามที่กรมประชาสัมพันธ์ได้ทำข้อตกลงกับช่องต่างๆ ว่าต้องมีรายการทีวีสำหรับเด็กไม่น้อยกว่า 15% จากจำนวนรายการทั้งหมดในแต่ละวัน

สรุปแล้วคือ เรายังไม่สามารถจัดระเบียบสื่อเพื่อคุ้มครองเด็ก ในขณะที่พ่อแม่เองก็ไม่เอาใจใส่ลูกหลาน แล้วที่บอกว่าให้ใช้วิจารณญาณในการชมนั้น เด็ก 6 ขวบ จะไปรู้เรื่องอะไร นี่เป็นเพราะเราอยู่แบบไทยๆ

แม้ว่าสถานีโทรทัศน์ทุกช่องจะมีคู่มือการจัดเรตติ้ง ซึ่งแรกๆ ทุกคนก็ทำตาม แต่เธอบอกว่า ระยะหลังๆ นี้มีภาพความรุนแรงปรากฏมากขึ้น

“เราเห็นภาพของตัวละครที่พยายามผูกคอตาย แล้วหลังจากนั้นก็มีภาพการกรอกยาพิษให้กับตัวละคร 2 ตัว โดยตัวละครหนึ่งถูกกรอกยาจนกลายเป็นอัมพาต นี่ก็น่ากลัวว่าเด็กจะไปกรอกยาเลียนแบบหรือเปล่า บางช่องขึ้นเรตติ้งไว้เฉพาะตอนต้นรายการว่า เหมาะสำหรับผู้ชมอายุเท่าไร แต่หลังจากนั้นก็หายไปเลย ซึ่งตัวอักษรน่าจะดูแลประชาชนมากกว่านี้ โดยหากไม่ติดตลอดก็ควรจะขึ้นถี่ๆ”

ถึงเรตติ้งจะถูกหลายฝ่ายมองว่าเป็นแค่ “เสือกระดาษ” ที่ทำขึ้นมาเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น แต่เธอเชื่อว่า คนเราทุกคนย่อมมีการเรียนรู้

“ถ้าพ่อแม่เห็นบ่อยๆ ก็จะบอกลูกของเขาว่า รายการนี้ลูกดูได้หรือไม่ได้ แต่แน่นอนว่าในสังคมที่คนแตกต่างกัน บางคนก็ไม่สนใจ จบดอกเตอร์มาก็ไม่เห็นความสำคัญอะไรกับเรตติ้ง ในขณะที่บางคนจบแค่ ม.3 สามารถแนะนำลูกได้เก่งมากกว่า ตรงนี้อยู่ที่สำนึกของผู้ปกครอง”

จริงอยู่แม้สังคมเราเป็นสังคมที่หลากหลาย มีทั้งคนที่เข้มแข็งและอ่อนแอ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้อยู่ที่คนอ่อนแอ ก็ต้องฉีดวัคซีน อย่าคิดแต่เรื่องกำไรหรือธุรกิจ
อีกแง่มุมหนึ่งที่ตั้งข้อสงสัยว่า เด็กจะเลียนแบบละครจริงหรือ ในความเห็นของลัดดา เธอเชื่อว่าเป็นไปได้

มีตัวอย่างให้เราเห็นมากมาย เช่น เด็กเล่นเกมแล้วผูกคอตาย เพื่อจะได้ไปเกิดที่ญี่ปุ่น เพราะเชื่อว่าตายแล้วจะได้เกิดใหม่ หรือเด็ก ม.3 ที่เล่นเกมจนไปฆ่าแท็กซี่ ซึ่งบางคนก็อาจจะไม่ขึ้นอยู่กับการเลียนแบบ อาจจะกดดันจากครอบครัวแล้วไม่มีทางออก

หรือเด็ก ม.2 ที่ไปปาระเบิดเพลิงใส่อาคารเรียน อย่างนี้เป็นการเลียนแบบผู้ใหญ่หรือไม่ ยังมีเด็กสาวอายุ 12 ปี ลุกขึ้นมาค้าประเวณี อย่างนี้เลียนแบบใคร นี่คือการขาดภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ กรณีเดียวกันกับนักเรียน เด็กไม่สามารถสอบได้ที่ 1 กันทุกคน บางคนก็สอบตก เรื่องแบบนี้ละเอียดอ่อนซับซ้อนมากในจิตใจคน

ลัดดา บอกว่า เวลาเด็กเล่นเขาจะมีจินตนาการ บางคนสมมติตัวเองว่า เล่นเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นแม่ค้า ตรงนี้เป็นแฟนตาซี เด็กถูกหลอกล่อได้ อย่าว่าแต่เด็กเลย วัยรุ่นหรือผู้ใหญ่เองก็ถูกหลอกให้ซื้อครีมหน้าเด้ง ผู้ชายบางคนเชื่อว่าถ้าฉีดน้ำหอมแล้วผู้หญิงจะหลง สื่อจึงมีอิทธิพลมากๆ โดยเฉพาะกับคนอ่อนแอจะถูกครอบงำ

ในส่วนของผู้ประกอบการธุรกิจบันเทิง ผู้อำนวยกลุ่มเฝ้าระวังฯ ฝากว่า ต้องตระหนักและสำนึกในการนำเรตติ้งมาใช้แล้วเดินในทิศทางที่ดี โดยผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงรายการเด็กและเยาวชน ต้องลดโทนความรุนแรง เพศ ลงมา ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าความเสื่อมถอยของสังคมได้ส่งผลกระทบไปยังวงการบันเทิง แล้วย้อนกลับมาทำลายสังคมอีกคำรบ และตราบใดที่ยังมีผู้ผลิตละครน้ำเน่าไม่จรรโลงศีลธรรมอย่างทุกวันนี้ต่อไป ก็คงโทษใครไม่ได้ หากวันหนึ่งจะถึงตอนอวสานของวงการมายาไทยก่อนกำหน

*************************

อย่าให้โทรทัศน์เลี้ยงลูก

วัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือ ครูหยุย เลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก แนะนำผู้ปกครองว่า แม้ในโทรทัศน์จะมีการจัดเรดติ้งรายการแต่ละประเภท แต่ถ้าพบรายการที่ล่อแหลมผู้ปกครองต้องปิดโทรทัศน์ทันที เมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองมีรีโมตในมือ ไม่ต้องไปเสียดายบทที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ถ้ามัวเสียดายบทละครกับชีวิตลูกหลายจะเลือกอะไร

“ผู้ปกครองต้องหมั่นอธิบายว่า ละครคือการแสดงเพื่อความสนุกสนาน ไม่ใช่ชีวิตจริง เป็นเรื่องที่สมมติขึ้นมา ดังนั้นอย่าเลียนแบบ นอกจากนั้นผู้ปกครองไม่ควรปล่อยให้เด็กอยู่หน้าจอโทรทัศน์ตามลำพัง อย่าปล่อยให้เด็กดูละครที่มีเนื้อหารุนแรงคนเดียวโดยไม่มีผู้ชี้แนะ ถือเป็นเรื่องอันตราย”

ครูหยุย ฝากไปถึงผู้จัดละครว่า จะต้องมีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ให้คิดเสนอว่าไม่ใช่ผู้ใหญ่ดูอย่างเดียว ยังมีเด็กหลายวัยดู และวุฒิภาวะก็แตกต่างกัน ดังนั้นอย่าผลิตละครที่มีเนื้อหากระทบต่อสังคม

ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผู้อำนวยกลุ่มเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม เห็นว่า พ่อแม่อย่าปล่อยให้ทีวีเลี้ยงลูก ถ้าพ่อแม่ให้คำแนะนำไปด้วยลูกก็คงไม่ทำ เอาหลักธรรมสอนลูกว่าผูกคอตายเป็นบาป เชื่อว่าถ้าพ่อแม่สอนลูกจะเข้าใจ 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท